“นกกระสาปากพลั่ว” นักกินเนื้อสุดลึกลับผู้น่าเกรงขาม

“นกกระสาปากพลั่ว” นักกินเนื้อสุดลึกลับผู้น่าเกรงขาม

หากคุณเคยดูภาพยนตร์ลึกลับแนวดาร์กแฟนตาซีที่เกี่ยวกับภูต ปีศาจยุคคลาสสิกหรือแนวสยองขวัญสุดหลอนแล้วล่ะก็อาจจะเคยเห็นตัวละครนกที่มีปากใหญ่กว้างและดวงตาคม ปีกใหญ่ซึ่งเป็นบริวารของปีศาจหรือเป็นผู้มีเวทมนต์ไสยศาสตร์ที่แปลงกายเป็นนกดังกล่าวซึ่งมองแล้วมีความลึกลับ แอบน่ากลัวจนใคร ๆ ก็รู้สึกว่าเหมือนนกตัวนี้เป็นนกที่มีอำนาจความขลังและน่าเกรงขามแปลก ๆ ซึ่งคงไม่มีใครคาดคิดว่านกสุดลึกลับน่าเกรงขามในภาพยนตร์ย้อนยุคคลาสสิกแฟนตาซีจะมีจริงในโลกด้วย ชื่อของมันคือ “นกกระสาปากพลั่ว” ที่แค่ฟังก็รู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว เราว่านกแสกมีความน่ากลัวแล้ว พอเจอนกกระสาปากพลั่วนี่แอบรู้สึกเย็นยะเยือกแปลก ๆ เวลาที่จ้องตากับปีกอันใหญ่ซึ่งมีขนสีซีด ยิ่งหากคนที่เกิดทันละครเรื่อง “นกออก”แล้วล่ะก็คงจะรู้ว่าทำไมมันจึงดูให้ความรู้สึกน่าขนลุกขนาดนี้ ซึ่งนกกระสาปากพลั่วจริง ๆ จะน่าเกรงขามจนเราควรกลัวจริงหรือไม่มาดูกัน ทำความรู้จักกับ “นกกระสาปากพลั่ว” “นกกระสาปากพลั่ว” หรือ “นกกระสาปากรองเท้า” เป็นนกในวงศ์กระสาที่มีขนาดใหญ่สุด 150 เซนติเมตรที่ใกล้สูญพันธุ์ มีดวงตาสีทองเป็นประกายโดดเด่นตัดกับขนสีเทาซีดได้เป็นอย่างดี แต่บางตัวก็มีสีดำสนิทและสีน้ำตาล จะงอยปากกว้างยาวและสามารถกางปีกออกจนสุดกว้างได้ถึง 260 เซนติเมตรซึ่งมีความใหญ่มากกว่านกชนิดอื่น ๆ ทำให้เวลาที่นกกระสาปากพลั่งโบยบินบนท้องฟ้าแล้วช่างดูน่าเกรงขามงดงามมาก  มันอาศัยอยู่ในป่าลึกทางแถบแอฟริกาตะวันออกประเทศซูดานและแซมเบีย แต่เวลาที่มันเกาะอยู่ตามต้นไม้นั้น มองดูแล้วจะพบว่าลำตัวของนกกระสาปากพลั่วค่อนข้างเรียวและแคบขัดแย้งกับปีกที่กางออกใหญ่สวยสง่าทำให้มองไปมองมาก็ดูน่ารักดีไม่ต่างกับนกยูงที่ชอบอวดขนของตัวเองเลย อีกทั้งมันยังอายุขัยยืนยาวมากถึง 35 ปีด้วย  การดำรงชีวิตของ “นกกระสาปากพลั่ว” “นกกระสาปากพลั่ว” โดยปกติจะอาศัยการทำรังอยู่บนพื้นดินบริเวณใกล้ต้นไม้ที่เป็นที่ซ่อนตัวของมัน และก่อนการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเพียง 6 เดือน นกกระสาปากพลั่วต้องไข่ครั้งละ 2 ฟอง โดยใช้เวลาฟัก 30 วัน มักจะล่าเหยื่อโดยการบินโฉบลงในน้ำ […]

“นกหงส์หยก” หนึ่งในนกสวยตัวเล็กที่คนชอบเลี้ยงมากที่สุด

“นกหงส์หยก” หนึ่งในนกสวยตัวเล็กที่คนชอบเลี้ยงมากที่สุด

สำหรับใครที่กำลังหานกเลี้ยงสวยงามอยู่แล้วล่ะก็คุณคงไม่อยากที่จะพลาดหา “นกหงส์หยก” มาเลี้ยงสักตัวอย่างแน่นอน ใคร ๆ ต่างก็พูดกันว่านกหงส์หยกเป็นหนึ่งในนกเลี้ยงที่สวยงามมากที่สุด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ชอบเลี้ยงกันมาก เพราะตัวเล็ก สีสันสดใส ไม่เข้มมาก ทำให้บ้านของเรามีบรรยากาศเต็มไปด้วยความร่มรื่นอบอุ่นใจและไม่ชวนให้มีความครื้นเครงจนน่าปวดหัวเหมือนนกขุนทองหรือนกแก้วที่เสียงดังอีกต่างหาก แต่อยากรู้กันหรือไม่ว่าทำไมจู่ ๆ ตั้งแต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน นกหงส์หยกจึงกลายมาเป็นนกเลี้ยงเทรนด์ฮิตที่ผู้คนนิยมนำมาไว้ตามบ้าน ทั้งที่สมัยก่อนเราจะเห็นแต่นกเอี้ยง นกเขา และนกขุนทองตามบ้านเรือนเป็นส่วนใหญ่ แล้วประโยชน์ของนกหงส์หยกมีอะไรที่น่าสนใจจนเราไม่ควรพลาดนำมาประดับบ้านบ้าง หากอยากรู้วันนี้เราจะมาบอกกัน แล้วคอยดูว่าคุณจะหลงรักนกหงส์หยกอันแสนซื่อ ไร้เดียงสา และบริสุทธิ์ไม่ต่างจากสีสันขนงาม ๆ เลย ทำความรู้จักกับ “นกหงส์หยก” “นกหงส์หยก” เป็นนกปากขอสวยงามขนาดเล็กในวงศ์ของนกแก้วชนิดหนึ่งที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ตามแถบทุ่งหญ้าในประเทศออสเตรเลีย ความโดดเด่นของนกหงส์หยกคือลวดลายของขนบริเวณศีรษะและปีกที่มีลายพาดสีดำโค้งถี่เป็นคลื่นสวยงามหลากหลายชั้นบนขนสีสันสดใสที่ส่วนใหญ่นกหงส์หยกที่เราเห็นได้มากจะมีขนสีเขียว, ฟ้า, เหลือง และขาว และบางตัวก็มีหลายสีที่อยู่ในโทนเดียวกันอย่างสวยงามจึงกลายเป็นนกเลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงกันในปัจจุบันมากที่สุด ยิ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนละครเรื่อง “เล่ห์นางฟ้า” ได้ออกอากาศมาก็ยิ่งทำให้คนไทยรู้จักนกหงส์หยกกันมากขึ้นจนเป็นที่น่าสนใจอย่างแพร่หลายมากกว่าเดิมจวบจนปัจจุบัน มีขายตั้งแต่ราคาตัวละ 150 บาทขึ้นไปซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเลยหากใครชอบนกสวย ประโยชน์ของการเลี้ยง “นกหงส์หยก” “นกหงส์หยก” เป็นนกที่เลี้ยงไม่ยาก คุณสามารถทำการขยายพันธุ์ได้ง่าย ซึ่งหากมีการขยายพันธุ์แล้วล่ะก็จะยิ่งได้นกหงส์หยกสีสันแปลกตาหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมจนทำให้บ้านของคุณเต็มไปด้วยความสวยงามอบอุ่นแบบที่คนรักนกสวยอย่างคุณชอบทีเดียว เพียงแค่เลี้ยงในกรงที่อากาศถ่ายเท มีความปลอดโปร่ง และมีของเล่นต่าง ๆ ให้ พร้อมด้วยกระจกติดสำหรับส่องเพื่อที่นกจะเข้าใจว่ามีตัวอื่นอยู่ร่วมด้วย และใช้สำหรับส่องเพื่อไซ้แต่งขนงาม ๆ ก็จะทำให้นกหงส์หยกที่ถูกเลี้ยงแบบคู่ผสมพันธุ์กันเองได้แล้ว […]

“ปลากระทิงไฟ” สัตว์น้ำจืดไทยที่ไม่มีใครพบเห็นนัก

“ปลากระทิงไฟ” สัตว์น้ำจืดไทยที่ไม่มีใครพบเห็นนัก

เชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่รู้จัก “ปลากระทิงไฟ”กันมากมายทั้งที่ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำจืดของเมืองไทยทั่วไป แต่กลับไม่ค่อยออกมาให้ใครพบเห็นตัวจริงกันนัก หากจะมีใครที่รู้จักก็น่าจะเห็นเพียงตามโปสเตอร์แสดงพันธุ์ปลาหรือตามพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ใครเล่าจะคิดว่าใต้แม่น้ำอันเงียบสงบที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนไทยมานมนาน อยู่กับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรวือหวา แท้จริงแล้วจะมีสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาประหลาดจนหากใครเจอก็อาจคิดว่าปลานี้อาจหลงมาจากทะเลก็เป็นได้ เพราะอย่างที่รู้ว่าเมืองไทยเรามักจะเห็นแต่ปลาทั่วไปที่ไม่ได้โดดเด่นจากปลาอื่นมากในแม่น้ำ ยกเว้นเวลาไปตามทะเลที่เราจะได้เห็นสัตว์น้ำแปลก ทำให้ปลากระทิงไฟกลายเป็นหนึ่งในปลาสวยที่ฮือฮากันมากหากได้รู้จักกัน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่พบได้น้อยก็อาจเพราะมันมีจำนวนที่ลดน้อยลงจากในอดีตด้วย และเป็นปลาอนุรักษ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่มันเองก็ย่อมอยากรักษาคงความเป็นเผ่าพันธุ์ไว้เช่นเดียวกันจึงไม่อยากข้องแวะกับมนุษย์มาก วันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องราวของปลากระทิงไฟผู้ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของแม่น้ำไทยกันเลยดีกว่า ทำความรู้จักกับ “ปลากระทิงไฟ” “ปลากระทิงไฟ” เป็นปลาน้ำจืดสุดประหลาดของไทยที่มีอยู่ในทุกภาค และยังพบได้แหล่งน้ำของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่มีรูปร่างเรียวยาวทรงกระบอกคล้ายปลาไหล แต่ลำตัวจะแบนข้าง และส่วนหัวกับปลายปากจะยื่นยาวออกมาแหลมกว่างูมีความคดงอเป็นลวดลายคล้ายเคียวเกี่ยวข้าวบริเวณเล็กน้อย ลำตัวมีความโดดเด่นด้วยสีน้ำตาลเข้มที่ตัดกับลายจุดสีแดงส้มเปล่งประกายเป็นเส้นประงดงาม มีครีบหยักถี่ตลอดหลัง ทำให้เรานึกถึงปลาในเรื่อง The Little Mermaid มาก นิสัยชอบอยู่กับตัวเองคือเอกลักษณ์ของปลากระทิงไฟมันจะกบดานซ่อนตัวอาศัยอยู่ตามก้นบึ้งของแม่น้ำตามซอกหิน ขอนไม้ และซากปรักหักพังของสิ่งต่าง ๆ เป็นกลุ่ม พรางตัวในความมืดได้ดี และยังเป็นสินค้าส่งออกปลาสวยอันดับต้นของไทยที่ทำรายได้ดีอีกด้วย ชีวิตน่ารู้ของ “ปลากระทิงไฟ” “ปลากระทิงไฟ” มักจะพักผ่อนกับครอบครัวในช่วงกลางวันและตอนกลางคืนก็จะออกหากิน หวงบ้านหวงถิ่นของตัวเองมากจึงไม่ค่อยจะออกจากถิ่นไปไกลเท่าไหร่และจะกลับมาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิสัยค่อนข้างดุและโกรธง่าย ไม่ค่อยเป็นมิตรกับปลาอื่นเท่าไหร่นัก ยิ่งเป็นปลาระดับเดียวกันยิ่งสู้กันบ่อย แต่หากเป็นปลาคนละระดับกันก็จะเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยและอยู่รวมกับฝูงของมันเพื่อกำบังตัวเองหลบซ่อนอันตรายจากมนุษย์และปลาใหญ่อื่นมากกว่า ด้วย Comfort Zone ที่แน่นหนาทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นปลากระทิงไฟในชีวิตประจำวันนัก อาหารสุดโปรดของ “ปลากระทิงไฟ” “ปลากระทิงไฟ” ชอบกินปลาขนาดเล็ก กุ้งฝอย หนอนแดง […]

“ปลาไหลเมือก” สัตว์ทะเลน้ำเย็นแฟนแหลมดุจกริช

“ปลาไหลเมือก” สัตว์ทะเลน้ำเย็นแฟนแหลมดุจกริช

คุณอาจจะเคยเห็นปลาไหลทั่วไปที่มีสีสันลวดลายคล้ายงูและดูมีความสงบมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่หากคุณได้เห็นปลาไหลที่ไม่มีสีสันก็อาจจะเกิดความสนใจขึ้นมาได้ มันมีความเป็นไปได้ด้วยหรือที่จะมีปลาไหลที่ไร้ลวดลาย ขนาดปลาชนิดอื่นยังมีลวดลายเลย แต่นี่ไม่มีลวดลายแบบนี้เป็นปรสิตหรือพวกสัตว์หายากอื่น ๆ หรือเปล่า! คิดผิดค่ะ เพราะโลกของเรายังมี “ปลาไหลเมือก” สัตว์น้ำในทะเลที่มันอาจจะจับตามองคุณอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ซึ่งหากคุณได้มีโอกาสไปเห็นมันก็อย่าได้คิดเล่นแผลง ๆ เข้าไปจับมันแบบที่ทำกับปลาไหลทั่วไปเป็นอันดับขาด เพราะปลาไหลเมือกเป็นสัตว์ทะเลที่มีความพิศวงในชีวิตและยังเป็นตัวอันตรายมากกว่าที่คุณคิดด้วย เห็นดูเงียบ ๆ ไม่ต่างจากปลาไหลอื่นแต่ลองได้ไปยุ่งเกี่ยวแล้วมันจะตามคุณไม่ลดละเลย อย่าหาว่าไม่เตือนล่ะ!  ทำความรู้จักกับ “ปลาไหลเมือก” “ปลาไหลเมือก” หรือที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า “ปลาแฮ็กฟิช” เป็นปลาไร้ลวดลายที่จัดอยู่ในกลุ่มของปลาไม่มีขากรรไกร ไม่มีกระดูกสันหลัง ลำตัวอ้วนใหญ่สีเทาอมชมพูนุ่มและน้ำหนักมากกว่าปลาไหลชนิดอื่น ตามตัวของปลาไหลเมือกจะมีต่อมเมือกนับ 100 ต่อม ที่เรียงตัวกันเป็นแนวอยู่ด้านข้างตลอดความยาวลำตัวซึ่งเราจะเห็นความใสภายนอกของเนื้อปลาไหลเมือก ความใสเหล่านี้ล่ะคือจุดเด่นของปลาไหลเมือกที่ไม่มีปลาใดในทะเลเหมือน โดยเมือกของปลาไหลเมือกจะมีส่วนประกอบของเส้นใยโปรตีนขดตัวแน่นซึ่งเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลจะคลายตัวและขยายได้มากถึง 10,000 เท่าภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที คุณสามารถพบปลาไหลเมือกได้ในระดับความลึก 1,700 เมตรใต้มหาสมุทรน้ำเย็นทั่วโลก  การดำรงชีวิตของ “ปลาไหลเมือก” “ปลาไหลเมือก” มักจะเลื้อยว่ายน้ำอยู่บริเวณพื้นดินใต้ทะเลไปเรื่อย ๆ ในแต่ละวันเพื่อพักผ่อนสลับกับการออกหาเหยื่อโดยเมื่อพบเหยื่อ ปลาไหลเมือกก็จะใช้ลำตัวที่ยาวของตัวเองจู่โจมเข้าไปรัดเหยื่อที่ทั้งตัวใหญ่กว่าและตัวเล็กกว่าแบบงูก่อนจะทำการทำการปล่อยเมือกออกมาจำนวนมากเข้าไปอุดตันปากและช่องเหงือกจนเหยื่อตายในที่สุด หรือบางทีหากเป็นเหยื่อที่มีความรวดเร็วก็จะปล่อยเมือกไปทำให้การเคลื่อนไหวของเหยื่อเกิดการชะงักและไปไหนต่อไม่ได้เพราะความเหนียวของเมือกที่เข้มข้นสูงและเหนียวหนาแน่นราวกับกาวมากกว่าใยแมงมุมเสียอีกทำให้เป็นไม้ตายของปลาเมือกและมันยังมีฟันแหลมคมราวกริชที่สามารถกัดเจาะเนื้อของสิ่งมีชีวิตเป็นรูได้อย่างรวดเร็วด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ตามหากจะทำร้ายมันก็ระวังเจอเมือกมันเล่นงานด้วย อาหารสุดโปรดของ “ปลาไหลเมือก” “ปลาไหลเมือก” ชื่นชอบการกินปลาตายแล้วหรือปลาที่ใกล้ตายไม่ว่าจะเป็นเพราะมันหรือตายก่อนหน้าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปลาเนื้ออ่อนและปลาเล็กปลาน้อย รวมทั้งสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง […]

“เป็ดไอเดอร์” เป็ดขนงามที่ราคาแพงหลักแสน!

“เป็ดไอเดอร์” เป็ดขนงามที่ราคาแพงหลักแสน!

เป็ด คือ สัตว์ที่ผู้คนนิยมเลี้ยงเพื่อทำฟาร์มและธุรกิจของตัวเองเพื่อสร้างรายได้ อีกทั้งยังสร้างอาหารหาเลี้ยงชีพแบบปลอดภัย พอเพียงได้ในราคาที่ประหยัด ไม่ต้องไปซื้อตามตลาดด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวเป็ดหรือไข่จากเป็ด แต่สำหรับเป็ดบางชนิด มันก็กลับมีราคาที่สูงเกินกว่าจะนำมาเพาะพันธุ์เลี้ยงในฟาร์มได้ เพราะลักษณะของมันมีคุณค่าที่เลิศเลอมากกว่าจะมาอยู่ในฟาร์มรวมกับเป็ดอื่นได้ เป็ดที่เรากำลังจะพูดถึงนี้คือ “เป็ดไอเดอร์” เป็ดที่ราคาแพงหลักแสนเพราะขนของมันที่มีความงดงามกว่าเป็ดอื่นจนใคร ๆ ก็อยากได้มาครอบครองซึ่งเชื่อว่าบางคนอาจจะเคยเห็นเป็ดไอเดอร์ตามสารคดีของตะวันตกมาไม่มากก็น้อย แต่คงเพิ่งมารู้ถึงค่าตัวมันที่มากจนดูโอเว่อร์ในวันนี้ใช่ไหมล่ะ บอกเลยว่าไม่มีคำว่า “โอเว่อร์” อยู่จริงหรอกเมื่อความหลงและต้องการของมนุษย์ยังอยู่เหนือมากกว่าปัจจัย 4 ที่จำเป็นโดยเฉพาะเรื่องความงามที่ใคร ๆ ก็อยากมีสิ่งสวย ๆ ใกล้ตัวทั้งนั้น วันนี้เรามารู้จักกันดีกว่าว่าทำไม “เป็ดไอเดอร์” จึงมีความน่าสนใจในความงามมากกว่าเป็ดอื่นทั้งที่ก็มีเป็ดอื่นที่สวยไม่แพ้เป็ดไอเดอร์เหมือนกัน ทำความรู้จักกับ “เป็ดไอเดอร์” “เป็ดไอเดอร์” เป็นเป็ดขั้วโลกมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเราสามารถพบได้ตามเขตอาร์คติกไปจนถึงกรีนแลนด์ตลอดทั้งปี โดยเป็ดไอเดอร์มีความโดดเด่นที่ทำให้ผู้คนหลงใหลอยู่ที่ขนของมันซึ่งฟูเรียบเนียนสวย มีน้ำหนักเบาและมีสีสันที่ดูสดใส ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็ดไอเดอร์ที่มีขนหลากสีสวยงามจะเป็นเป็ดไอเดอร์ตัวเมีย สีของมันจะเป็นสีขาวแซมสีเขียว สีดำ และสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเป็ดไอเดอร์ตัวผู้จะเป็นสีดำลายเงางาม โดยขนที่หนาของเป็ดไอเดอร์นี้แต่ละตัวจะหนักถึง 25 กรัมซึ่งในทุกปีนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 จนถึงปัจจุบัน ผู้คนก็จะนำขนเป็ดหลายตัวไปใช้ใช้ทำหมอนและผ้านวมที่ให้ความอบอุ่นมากในฤดูหนาว ซึ่งการจะใช้ขนเป็ดให้ได้ปริมาณเพียงพอต่อผ้านวมจำเป็นต้องใช้เป็ดไอเดอร์จำนวนมากกว่า 60 ตัวเลยจึงทำให้ขนเป็ดไอเดอร์มีราคาแพงมากถึง 170,000 – 200,000 บาทต่อขนเป็ด 800 – […]

มาส่องความน่ารักของ “ตุ๊กแกลายเสือดาว” น้องยิ้มของพี่!

มาส่องความน่ารักของ “ตุ๊กแกลายเสือดาว” น้องยิ้มของพี่!

“ตุ๊กแก” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใครเห็นก็ต้องรีบถอยหนีด้วยความกลัวในหน้าตาของมันที่เหมือนจ้องจะกินเลือดกินเนื้อและเสียงที่ฟังดูแล้วคล้ายคนแก่ทำให้คนโบราณเองก็ถือเรื่องเสียงของตุ๊กแกด้วยเช่นกัน ยิ่งเป็นผู้หญิงหากได้เห็นตุ๊กแกอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะเป็นด้านในหรือด้านนอกก็คงขวัญผวาไม่ต่างกับการเห็นงูอยู่บริเวณบ้านอย่างแน่นอน ไม่ว่าใครก็หันหน้าหนีให้ทันทีเมื่อเจอคำว่า “ตุ๊กแก” แต่ในเวลานี้ความกลัวเหล่านั้นคงเริ่มจะถูกสั่นคลอนลงด้วยความน่ารักของ “ตุ๊กแกลายเสือดาว” ที่ได้ฉายาว่า “น้องยิ้ม” ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ซึ่งแม้แต่คนที่กลัวตุ๊กแกมากหากได้เห็นตุ๊กแกลายเสือดาวแล้วก็คงอดไม่ได้ที่จะไม่หนี ตรงกันข้ามคุณอาจจะยิ้มตอบน้องเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ใครจะไปรู้ ว่าแต่ตุ๊กแกลายเสือดาวคืออะไร? ทำไมน้องเขาจึงกลายมาเป็นสัตว์กระแสนิยมของคนยุคใหม่ได้? เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณได้รู้กัน ทำความรู้จักกับ “ตุ๊กแกลายเสือดาว” “ตุ๊กแกลายเสือดาว” เป็นตุ๊กแกซึ่งมีจุดเด่นตรงใบหน้าที่ไม่น่ากลัวเหมือนตุ๊กแกทั่วไป ลักษณะดวงตาของเขาจะกลมโตคล้ายกบเล็กน้อยและปากค่อนข้างยาวทำให้เหมือนเห็นลักยิ้มมุมปาก เมื่อมองแล้วจะรู้สึกเหมือนน้องเขายิ้มให้เราตลอดเวลาทำให้ผู้คนชื่นชอบกัน และลักษณะอื่นก็ค่อนข้างต่างจากตุ๊กแกปกติ ฝ่าเท้าไม่มีพังผืดดูดผนังได้ หางอ้วน นิสัยไม่ดุร้าย เข้ากับมนุษย์ได้เป็นอย่างดีที่ อีกทั้งตุ๊กแกลายเสือดาวก็มีด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป บางสายพันธุ์ก็มีลวดลายที่สวยงาม บางสายพันธุ์ก็ไม่มีลวดลายเลย มองดูคล้ายจระเข้น้อยน่ารัก สำหรับตุ๊กแกลายเสือดาวสายพันธุ์ธรรมดาดั้งเดิมนั้น เมื่อน้องเขาโตเต็มวัยจะมีความยาว 8 – 9 นิ้ว น้ำหนัก 70-80 กรัม แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์ไจแอนท์ จะมีขนาดใหญ่กว่าตุ๊กแกสายพันธุ์ปกติ น้ำหนักตัวน้องจะอยู่ที่ 100 กรัมขึ้นไป และมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 11-12 นิ้ว  การดำรงชีวิตของ “ตุ๊กแกลายเสือดาว” “ตุ๊กแกลายเสือดาว” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่แถบทะเลทรายในทวีปเอเชีย ได้แก่ ประเทศอัฟกานิสถาน , […]

“แมวน้ำเสือดาว” สัตว์สุดโหดแห่งขั้วโลกอันเหน็บหนาว

“แมวน้ำเสือดาว” สัตว์สุดโหดแห่งขั้วโลกอันเหน็บหนาว

วันนี้ใคร ๆ ที่เห็นเรามาชวนพูดคุยกันในหัวข้อของ “แมวน้ำ”ก็คงคิดว่าเราจะพาไปดูความน่ารักของน้องสัตว์น้ำน่ารักที่ร้องเสียงอุ๋ง อุ๋ง อุ๋ง น่ากอดราวกับกำลังอยู่ในช่วงอินเลิฟอย่างแน่นอน เพราะแมวน้ำเป็นสัตว์ที่เวลานี้คนรุ่นใหม่ต่างเอ็นดูในความไร้เดียงสาในการกระทำและความขี้อ้อนขี้อาย แต่ก็สดใสร่าเริงจนเรียกรอยยิ้มให้กับทุกคนได้เสมอ ทำให้ตุ๊กตาแมวน้ำขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย แต่ขอบอกว่ามุมมองความน่ารักที่มีในแมวน้ำทุกตัวของคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอนหากได้รู้จักกับ “แมวน้ำเสือดาว” สัตว์สุดโหดแห่งขั้วโลกอันเหน็บหนาว บอกเลยว่าต่อให้มองภายนอกเจ้าแมวน้ำพันธุ์นี้จะน่ารักสักแค่ไหน แต่หากคุณได้เห็นพฤติกรรมและสัญชาตญาณของมันแล้วล่ะก็อาจจะต้องรีบหนีไปซ่อนตัวด้วยความรวดเร็วเลยล่ะ เพราะแมวน้ำเสือดาวคือนักล่าตัวยงที่คุณจะรู้สึกขนลุกที่ได้เห็นมันมากกว่าขนลุกในอากาศหนาวยะเยือกเสียอีก!  ทำความรู้จักกับ “แมวน้ำเสือดาว” “แมวน้ำเสือดาว” เป็นแมวน้ำที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่ด้านหลังเป็นสีน้ำตาลเข้มและส่วนท้องเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใต้คอมีสีขาวมีจุดกลมสีเข้มกระจายอยู่โดยรอบดูคล้ายลายเสือดาว โดยเฉพาะตัวเมียที่จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ เฉลี่ยอยู่ที่ 2.4–3.5 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากแมวน้ำช้างภาคใต้ พบได้มากในเขตขั้วโลกใต้ตั้งแต่ชายฝั่งทางตอนใต้ของออสเตรเลีย, เกาะแทสมาเนีย, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, หมู่เกาะคุก, เตียร์ราเดลฟวยโก, เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช, ชายฝั่งแอตแลนติกของอเมริกาใต้  “แมวน้ำเสือดาว” มีนิสัยดุร้าย ชอบอ้าปากส่งเสียงร้องและขู่สัตว์อื่นเป็นประจำด้วยขากรรไกรที่เปิดกว้างได้มากถึง 16 องศาจนเรามักจะเห็นเขี้ยวที่แหลมคมขนาด 2.5 เซนติเมตรน่ากลัวของมันที่พร้อมล่าเหยื่อตลอดเวลา อายุขัยของพวกมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 26 ปี การดำรงชีวิตของ “แมวน้ำเสือดาว” “แมวน้ำเสือดาว” มักไม่ชอบอยู่นิ่งทั้งวันเหมือนแมวน้ำชนิดอื่นๆ พวกมันจะรักการล่าเหยื่อที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือสัตว์เลือดอุ่น โดยเฉพาะนกเพนกวิน ปลา หรือแม้แต่แมวน้ำพันธุ์อื่นพวกมันก็ยังล่าและต่อสู้กัน เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแมวน้ำที่รักสันโดษ ชอบความแปลกแยกจากแมวน้ำชนิดอื่น ๆ […]

รู้จัก 3 อันดับนกบินไม่ได้ที่คุณอาจเคยเห็นมาแล้ว

รู้จัก 3 อันดับนกบินไม่ได้ที่คุณอาจเคยเห็นมาแล้ว

ขึ้นชื่อว่า “นก” ภาพจำของหลาย ๆ คนคงจะหนีไม่พ้นการโบยบินของพวกมันที่มีความสง่างามบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะพวกมันมีปีกสองข้างที่เต็มไปด้วยขนสามารถพยุงตัวให้บินขึ้นสูงได้อย่างวิเศษกว่าสัตว์กลุ่มอื่นที่อยู่บนดิน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นกทุกตัวหรอกที่จะสามารถบินได้ ขนาดมนุษย์ยังเกิดมาไม่ได้มีลักษณะหรือสมรรถภาพทางกายเหมือนกันหมดทุกคนเลย แล้วเมื่อเทียบกับนกที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสัตว์หลายสปีชี่ส์อิจฉาในความสมบูรณ์แบบเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ที่ถูกมองเป็นใหญ่เช่นนี้จะต่างอะไรกัน ในโลกของเรายังมีนกอีกหลายชนิดที่ไม่สามารถบินได้แม้พวกมันจะมีปีกเฉกเช่นนกทั่วไป เชื่อว่าหลายคนอาจจะอยากรู้จักพวกมันมากขึ้น แต่เราก็ไม่สามารถนำนกที่บินไม่ได้ทุกชนิดมาให้คุณรู้จักหมดจึงเลือกที่จะนำนกบินไม่ได้ใกล้ตัวซึ่งหลายคนเคยเห็นมาแล้วมาบอกคุณกันวันนี้ นกกระจอกเทศ “นกกระจอกเทศ” เป็นนกที่มีกระดูกสันหลัง ที่เกาะของกล้ามเนื้อปีกแข็งแรง กระดูกอกของนกกระจอกเทศแบนราบ ลำตัวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ขนาดโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 2 – 2.5 เมตร มีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 160 กิโลกรัม มีอายุยืนได้ถึง 65 – 75 ปี หัวเล็ก คอยาว ตาโต ขนตายาว มีขาใหญ่แข็งแรง บินไม่ได้แต่วิ่งได้เร็ว  นกเพนกวิน “นกเพนกวิน” เป็นนกที่ใช้ชีวิตอยู่กับทะเลซึ่งมันมักจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่กับการว่ายน้ำ ดำน้ำเพื่อเล่นสนุกกับฝูงและการเดินอยู่ตามตลิ่งบนเกาะที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง อีกทั้งพื้นที่อยู่อาศัยยังมีอากาศที่หนาวเย็นติดลบด้วยทำให้ความสามารถในการบินของมันลดน้อยลง และเมื่อมันอยู่กับการใช้ปีกว่ายน้ำที่มากกว่าทำให้นกเพนกวินไม่สามารถบินได้ อีกทั้งการกระพือปีกในอัตราที่เร็วกว่านกทั่วไปเพื่อให้ทรงตัวอยู่ในอากาศได้ยิ่งส่งผลให้การบินลดลงด้วย นกโดโด้ “นกโดโด้” เป็นนกเกือบสูญพันธุ์ในปัจจุบันที่บินไม่ได้และเคลื่อนไหวเชื่องช้าด้วยความที่มันตัวใหญ่ถึง 23 กิโลกรัม (50 ปอนด์) มีขนสีเทาถึงน้ำเงิน 23 เซนติเมตร […]

“Saiga Antelope” สัตว์พื้นเมืองเอเชียกลางสุดแปลก

“Saiga Antelope” สัตว์พื้นเมืองเอเชียกลางสุดแปลก

หลายคนอาจสงสัยว่าเราจะเอาเรื่องราวของกวางมาบอกเล่าในหมวดหมู่บทความสัตว์แปลกกันทำไม หรือว่าเป็นกวางที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่? ต้องบอกก่อนเลยว่าสัตว์ตัวนี้ไม่ใช่กวางหรอกนะคะ ลองดูดี ๆ สิ มันอาจจะมีเขายาวเหมือนกวาง แต่ลักษณะเขากลับแหลมราวกับเขาวัวเขาควาย แถมขนก็ยังห้อยลงมาแบบแปลก ๆ ด้วย แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเจ้าสัตว์ตัวนี้ไม่ธรรมดา และน่าค้นหาไม่แตกต่างจากสัตว์อื่นที่อยู่ตามทุ่งหญ้าเลย เราอาจจะเคยรู้จักกับละมั่ง กวางหลากหลายสายพันธุ์ และเก้งมากแล้ว แต่คงไม่เคยมีใครได้ยินชื่อของสัตว์ตัวนี้ที่ถูกเรียกว่า “Saiga Antelope” แม้จะดูเป็นสัตว์ที่มีเขาแหลม หากแต่เวลาน้องสบตามาหากล้องกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดและน่ารักน่าเข้าไปกอดมาก ฮั่นแน่! พวกคุณคงจะเริ่มอยากรู้จักน้อง Saiga Antelope มากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะ น้องอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเราหรอก…ในทวีปเอเชียนี้เอง หากอยากรู้ว่าน้องคืออะไรกันแน่ แล้วใช้ชีวิตอย่างไรบ้างมาดูกันเลย ทำความรู้จักกับ “Saiga Antelope” “Saiga Antelope” หรือที่คนจีนและคนเอเชียส่วนใหญ่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กุย” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอายุขัย 6 – 10 ปีที่มีความสูงประมาณ 0.6–0.8 เมตรในวงศ์ Antilopinae และยังเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในสกุล Saiga ด้วย ลำตัว หางสั้น กับขาที่ยาวเหมือนกวาง แต่มีเขาที่แหลมยาวเป็นลายสลักพาดโดยรอบเฉียงตรง ถือเป็นสัตว์ที่มีร่างกายขนกับจมูกที่โดดเด่นออกไปจากสัตว์อื่นตรงที่ส่วนของจมูก Saiga […]

แมงมุมยักทารันทูลา สัตว์เลี้ยงสุดแนว

แมงมุมยักทารันทูลา สัตว์เลี้ยงสุดแนว

ลักษณะของแมงมุมทารันทูลา ทารันทูล่าเป็นแมงมุมที่มีขนาดใหญ่โดยมีขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร – 33 เซนติเมตร น้ำหนักกว่า 160 กรัม เป็นแมงมุมที่มีอายุขัยยาวนานโดยมีอายุยาวนานถึงเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว โดยทั่วไปแล้ว ทารันทูล่า มีประสาทสายตาที่ไม่ค่อยจะดี จึงใช้ขนตามตัวเป็นตัวจับแรงสั่นสะเทือน ซึ่งสามารถทำให้ทารันทูล่ารับรู้ได้แม้กระทั่งทิศทาง หรือระยะห่างของวัตถุ ลักษณะเด่นของแมงมุมทารันทูลาคือ มีเส้นขนจำนวนมากขึ้นอยู่ตามตัวและขาเห็นได้ชัดเจน มีสีสันหรือลวดลายที่สดใส สามารถพบได้ทั่วไปทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ทะเลทราย, ทุ่งหญ้า หรือในถ้ำที่มืดมิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบร้อนชื้น หรืออุณหภูมิแบบป่าดิบชื้น ยกเว้นขั้วโลกเท่านั้น พฤติกรรมทั่วไปของทารันทูลา ทารันทูลานั้นอาศัยอยู่บนพื้นดิน จะขุดดินเป็นรูลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ภายในรูฉาบใยโดยรอบ เพื่อป้องกันดินพังทลายลงมา ซึ่งใยรอบ ๆ ปากรูนี้จะไม่มีความเหนียวหรือเหมาะแก่การจับเหยื่อเลย และช่วยป้องกันมิให้มีสัตว์หรือสิ่งใด ๆ มารบกวน หากใยขาดก็จะซ่อมแซมใหม่ทันที โดยปกติแล้ว ทารันทูล่าเป็นแมงมุมที่รักความสะอาด หากมีเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ ตกลงไปในรู หรือเศษอาหารที่กินเหลือ ก็จะคาบมาทิ้งไว้ข้างนอกทันที การเลี้ยงแมงมุมทารันทูลา รังหรือที่อยู่ ขนาดของรังหรือกล่องควรมีขนาดพอดี ๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กมากเกินไป […]

เฟนเน็คฟ็อกซ์

เฟนเน็คฟ็อกซ์

ในสมัยเด็ก ๆ คุณ ๆ คงได้ยินนิทานที่เรื่องราวที่เกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกกันมาบ้างแล้ววันนี้เราก็มีเรื่องราวของสุนัขจิ้งจอกที่เราสามารถเลี้ยงได้ และกำลังเป็นที่นิยมมาแนะนำ สุนัขจิ้งจอกที่นำมาแนะนำวันนี้มีชื่อว่า สุนัขจิ้งจอกจิ๋ว เฟนเน็กฟ็อกซ์ นั่นเอง ลักษณะทั่วไป เฟนเน็คฟ็อกซ์ (Fennec Fox) เดิมอาศัยอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่าทวีปแอฟริกา เป็นสุนัขจิ้งจอกขนาดตัวที่เล็กมาก ๆ และถื่อได้ว่าเล็กที่สุดในโลก พวกมันมีขนาดตัวแค่เพียง 15 เซนติเมตร น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ1.5 กิโลกรัมถ้าเทียบก็พอกับลูกแมวนั่นเองดวงตาสีดำใบหูใหญ่และกว้างมากอย่างเห็นได้ชัด  ขนสีครีมคาดแถบดำเฉพาะบริเวณหาง มีอายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ปี ลักษณะนิสัย ปกติพวกมันที่อยู่ตามวิธีธรรมชาติจะอยู่กันเป็นกลุ่มหรือฝูง ที่ประมาณ 5-10 ตัว จับคู่เดียวตลอดชีวิต ตั้งท้องครั้งละ ประมาณ 2 เดือน และออกลูกครั้งละ2-4 ตัวบางเวลาก็ชอบอยู่แบบสันโดษ เป็นสัตวที่ชอบสร้างอาณาเขต โดยการใช้กลิ่น ซึ่งกลิ่นนั้นได้มาจากกลิ่นฉีดของพวกมันนั่นเอง และมักจะมีอารมณ์ก้าวร้าวเมื่ออยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ (ติดสัตว์) เจ้าเฟนเน็คฟ็อกซ์นั้น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และอาหารของพวกมันก็สามารถกินได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์  เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ไข่ สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงต่าง ๆ อีกทั้งยังใช้ชีวิตอยู่ได้นานแม้ไม่ดื่มน้ำอาหารหลักคือแมลงชนิดต่างๆ สัตว์ขนาดเล็ก […]

“Umbonia Spinosa” แมลงหนามกุหลาบที่ซ่อนตัวในความงามของพรรณไม้

“Umbonia Spinosa” แมลงหนามกุหลาบที่ซ่อนตัวในความงามของพรรณไม้

ในโลกของเรามีแมลงที่สวยงามมากมาย โดยเฉพาะตามทุ่งดอกไม้ทั่วโลกที่คุณสามารถเห็นแมลงปีกสวยได้มากมายจนเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝันหรือในภาพยนตร์แฟนตาซีโดยที่ไม่อยากกลับไปสู่เมืองใหญ่เลย แต่ในชีวิตประจำวันช่างน่าเสียดายที่เมืองไทยเรามักได้เห็นแค่ผีเสื้อที่บินอยู่ตามทุ่งดอกไม้เท่านั้น อาจด้วยเพราะเป็นเขตร้อนทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นแมลงแปลก ๆ เหมือนตามแถบทวีปยุโรปและอเมริกานัก ฉะนั้นหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวตามทุ่งดอกไม้หรือในป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้มากมายก็อย่าลืมสำรวจและถ่ายรูปสวย ๆ มาอวดเรากันบ้างล่ะว่าคุณเห็นแมลงสวยแปลกตาชนิดใดบ้าง แต่ในระหว่างที่เราอยู่เมืองไทยนี้ก็มาท่องโลกกว้างไปกับบทความออนไลน์สัตว์แปลกของเรากันหน่อยดีกว่า ไหน ๆ ก็มาพูดถึงแมลงสวยงามท่ามกลางมวลดอกไม้แล้ว วันนี้ขอยกแมลงสุดแปลกอย่าง “Umbonia Spinosa” มาทักทายบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองกันหน่อยดีกว่า แค่เห็นภาพก็อยากรู้จักน้องแมลงสวยตัวนี้แล้วใช่หรือเปล่า งั้นมาอ่านกันเลยว่าน้องอยากให้คุณรู้จักชีวิตด้านไหนของเขาบ้าง! ทำความรู้จักกับแมลง “Umbonia Spinosa” “Umbonia Spinosa” หรือ “แมลงหนามกุหลาบ” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าน้องเป็นแมลงที่มีลักษณะกึ่งผีเสื้อที่ลำตัวคล้ายจั๊กจั่น ปีกสีเขียวอ่อนอมเหลืองมีลักษณะโค้งและปลายปีกมีสีน้ำตาลแหลมเอียงโด่งคล้ายกับหนามกุหลาบและมีความแข็งจนถูกเรียกว่ากระดองในบางครั้ง ซึ่งสีที่โดดเด่นตัดกับดวงตากลมโตที่เป็นสีแดงน่าค้นหา บางตัวก็จะมีสีและลวดลายที่แตกต่างกันไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวที่ไม่มีลาย โดยตัวโตเต็มวัยของ Umbonia Spinosa จะมีขนาดความยาวประมาณ 0.5 นิ้ว พบมากทางตอนใต้ของรัฐฟลอริด้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในป่า กิ่งไม้ และดอกไม้ป่า ความสามารถพิเศษของแมลง “Umbonia Spinosa” แมลง “Umbonia Spinosa” มักจะพรางตัวให้เข้ากับธรรมชาติบริเวณกิ่งไม้เพื่อให้คนและสัตว์อื่นที่มันกลัวว่าจะทำร้ายคิดว่าเป็นใบไม้หรือจำลองว่าเป็นหนามแหลมบนต้นไม้ที่มีความแปลกแบบที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ซึ่งปกติพวกน้อง ๆ จะค่อนข้างสามัคคีกันมากในการพรางตัวโดยจะบินมาเกาะเรียงกันเป็นแถวยาวบนกิ่งไม้เพื่อซ่อนตัวโดยใช้ปีกทำให้เหมือนกิ่งไม้มีหนามขนาดใหญ่มากมายอันเป็นหนึ่งในที่มาของน้องในฉายาแมลงหนามกุหลาบนั่นเอง อาหารสุดโปรดของแมลง “Umbonia Spinosa” แมลง […]

“Venezuelan Poodle Moth” สัตว์ปีกน่ารักในเทพนิยายที่มีจริง

“Venezuelan Poodle Moth” สัตว์ปีกน่ารักในเทพนิยายที่มีจริง

หากใครที่เป็นแฟนคลับเทพนิยาย โปเกมอน บาร์บี้ หรือภาพยนตร์แฟนตาซีที่ตัวเอกได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในโลกอีกมิติที่มีเหล่าสัตว์แปแลกประหลาดมากมายซ่อนตัวอยู่ในป่าแล้วล่ะก็ต้องมีหลายเรื่องแน่นอนที่คุณเคยเห็นเจ้าแมลงตาโตตัวหนึ่งที่มีขนฟูสีขาวเหมือนกระต่ายน่ารัก ค่อนข้างเล็กหรืออาจจะใหญ่ขึ้นอยู่กับสื่อที่อยากให้เราได้เห็นจินตนาการอันน่าค้นหา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นสัตว์ที่ทำให้เราและตัวเอกในเรื่องตกหลุมรักจนกลายเป็นผู้ช่วยมากมายหลายต่อหลายเรื่องด้วย ไม่ว่าเราเห็นมันถูกนำมาใช้เป็นสัตว์ในจินตนาการเรื่องมใดก็ย่อมต้องเรียก “น้อง”เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าสัตว์ตัวนี้ก็มีอยู่จริงในโลกของเรานะ มันชื่อว่า “Venezuelan Poodle Moth” มาถึงตรงนี้หลายคนก็อาจจะมองหน้ากันแล้วว่ามีจริงหรือ? คิดว่ามาจากจินตนาการของคนสร้างเรื่องราวเสียอีก ซึ่งก็เพราะรูปร่างที่แปลกเหมือนเป็นสัตว์แฟนตาซีนี้เองทำให้ เจ้า Venezuelan Poodle Moth ถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจโดยที่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้เลยเช่นเดียวกันว่าเวลานี้มีผู้คนทั่วโลกได้รู้ถึงการมีอยู่ของมันเสียแล้ว  ทำความรู้จักกับ “Venezuelan Poodle Moth” “Venezuelan Poodle Moth” เป็นผีเสื้อกลางคืนสุดแปลกที่อยู่ในวงศ์ตระกูลชื่อว่า “แลสิโอแคมปิดี้” อาศัยอยู่ทางทวีปอเมริกาเหนือจนถึงอาร์เจนติน่าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนรู้จักกับสัตว์ปีกน่ารักอย่าง Venezuelan Poodle Moth จนมันถูกนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในนวนิยายและเทพนิยายต่าง ๆ ก็มาจากการค้นพบระหว่างสำรวจป่าในพื้นที่เวเนซุเอล่าในปี 2009 ของ “ด็อกเตอร์อาเธอร์ แองเคิล” นักกีฏวิทยาที่ได้ถ่ายรูปชีวิตของ Venezuelan Poodle Moth ลงในโซเชียล Flickr ซึ่งในตอนแรกผู้คนยังไม่เชื่อว่าเป็นภาพจริงเพราะรูปร่างของมันที่เป็นสัตว์ปีกมีขนเหมือนสุนัขพุดเดิ้ลกึ่งกระต่ายฟู ๆปกคลุมขาและตา อีกทั้งยังมีหนวดยาวลักษณะฟันหวี มองอย่างไรก็ดูสมบูรณ์แบบแปลกใหม่เกินกว่าจะเป็นสัตว์ในโลกแห่งคงวามจริงได้ จวบจนได้มีนักสำรวจมาทำการเดินป่าแถบนั้นแล้วพบและมีหลักฐานของนักสัตววิทยาชาวอังกฤษที่ได้เขียนเรื่องราวของสัตว์ชนิดนี้ที่อยู่ในพื้นที่ป่าฝนทำให้ Venezuelan Poodle […]

“อาย อาย” สัตว์ประหลาดที่ชาวมาลากาซีเชื่อว่าเป็น “ผู้เรียกความตาย”

“อาย อาย” สัตว์ประหลาดที่ชาวมาลากาซีเชื่อว่าเป็น “ผู้เรียกความตาย”

หากพูดถึงสัตว์แปลกที่มีหน้าตาชวนให้ขนลุกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกแล้วล่ะก็คงไม่มีใครที่มองข้ามการพูดถึง “อาย อาย” ไปไม่ได้ เพราะเจ้าสัตว์ชนิดนี้มีใบหน้าที่ชวนให้รู้สึกถึงมนต์บางอย่างที่สะกดให้เราต้องมองมันหรือบางคนก็หวาดกลัวจนไม่สามารถมองตามันได้ก็มี หากเป็นคนที่เคยดูภาพยนตร์สยองขวัญแนวผี ๆ มาบ่อยก็อาจจะนึกถึงความลึกลับและใบหน้าที่คล้ายกับแม่มดแก่ในเงามืดของป่าไม้อย่างแน่นอน นอกจากความน่ากลัวปนแปลกประหลาดของเจ้าอาย อายแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่ามันยังถูกเรียกตั้งฉายาจากคนในพื้นที่ดั้งเดิมว่า “ผู้เรียกความตาย”ด้วย! แบบนี้ยิ่งรู้สึกกลัวกันเข้าไปใหญ่เลย ทั้งที่ความจริงแล้วน้องเขาอาจจะไม่ได้เป็นดังเช่นความเชื่อก็ได้ ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด  อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของเจ้าสัตว์อาย อายก็มีความน่าค้นหาไม่แตกต่างกับลักษณะตัวของมันจึงทำให้หลายคนที่เห็นอยากจะรู้จักมันมากขึ้น ด้วยเป็นสัตว์ที่อยู่ไกลตัวคนไทยกันมากอีก ในวันนี้เราจึงถือโอกาสนำอาย อายมาให้ทุกคนได้รู้ข้อมูลที่น่าสนใจกัน ทำความรู้จักกับ “อาย อาย” “อาย อาย” เป็นลิงที่มีหูขนาดใหญ่เหมือนค้างคาว ดวงตาโตมีสีเหลืองกลมและนัยน์ตาดำมีความเล็ก ฟันหน้ามีเพียงสองซี่ที่เอาไว้กัดกินอาหารอย่างแข็งแรง ขนส่วนใหญ่จะออกเป็นสีดำแบบยาวฟู ๆ บอบบาง ไม่ค่อยเยอะ  มีแหล่งที่อยู่อาศัยในเกาะมาดากัสการ์ แต่ด้วยเวลานี้เกาะมาดากัสการ์เริ่มจะมีความเจริญของตึกรามบ้านช่องเข้ามามากขึ้นจึงมีพื้นที่ป่าน้อยลง อาย อายได้กลายเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เริ่มพบเห็นได้ยาก และมันก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก “อาย อายอาย อาย” จะมีความสามารถพิเศษในการใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวเคาะตามเปลือกไม้เพื่อตรวจหาเหยื่ออย่างแมลงหรือหนอนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างใน โดยใช้หูขนาดใหญ่ห่อตัวรับฟังเสียงการเคลื่อนไหวของแมลง คล้ายกับระบบโซนาร์ จากนั้นจะใช้ฟันกัดเปลือกไม้และใช้นิ้วที่ยาวนี้ล้วงเอาออกมากินเป็นอาหาร ซึ่งเป็นสัตว์ประจำระบบนิเวศที่ช่วยรักษาผลต้นไม้จากแมลงที่เป็นศัตรูพืชได้อย่างน่าอัศจรรย์ ค่อนข้างเชื่องกับมนุษย์มาก ที่มาความเชื่อด้านความตายของ “อาย อาย” ด้วยความที่ “อาย […]

“วูปาลูปา” มันคือสัตว์น้ำจากต่างดาวจริงหรือ?

“วูปาลูปา” มันคือสัตว์น้ำจากต่างดาวจริงหรือ?

ผืนน้ำ เป็นสถานที่ที่มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเพราะออกซิเจนบนพื้นผิวโลกเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ใต้ทะเลนั้นไม่มีสิ่งที่เราจะสามารถดำรงชีวิตได้ยกเว้นพวกสัตว์ที่กำเนิดขึ้นในน้ำไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ บึง หรือทะเล โดยเฉพาะที่สามารถอยู่น้ำลึกแค่ไหนก็ได้ ยิ่งลึกมนุษย์ก็ยิ่งไม่เห็นตัวมันและเป็นวิธีที่ได้ในการหลบซ่อนตัวจากอันตราย ด้วยความลึกมากเท่าไหร่ การหายใจของมนุษย์ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอเท่านั้นจึงไม่แปลกที่บางครั้งเราจะเห็นสัตว์แปลก ๆ ที่โผล่ออกมาให้เห็นในน้ำที่ลึกไม่เยอะเพียงนาน ๆ ที สัตว์แปลกเหล่านั้นที่เห็นล้วนแล้วแต่มาจากในใต้น้ำที่มีระดับความลึกมากจนบางทีเราอาจตกใจคิดว่าเป็นสัตว์จากนอกโลกได้เหมือนกับ “เจ้าวูปาลูปา” ที่บางคนนึกว่ามันคือสัตว์ประหลาดจากต่างดาว ด้วยหน้าตาที่มีความน่ารักและสามารถแสดงสีหน้าเหมือนตัวการ์ตูนในแอนิเมชั่นของดิสนีย์ทำให้รู้สึกเหมือนมันหลุดออกมาจากจินตนาการ ไม่น่าจะอยู่ในโลกของเราได้ แต่แท้จริงแล้วจะเป็นเช่นไรมาดูกันเลย ทำความรู้จักกับ “วูปาลูปา” “วูปาลูปา” เป็นชื่อของสัตว์​ครึ่ง​บก​ครึ่ง​น้ำไร้เกล็ดที่ถูกจัดอยู่ในชนิดเดียวกับกบและซาลาแมนเดอร์ ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า “wooper looper” แต่บางคนก็เรียกมันว่า ซาลาแมนเดอร์เม็กซิโก ตัวแอกโซลอเติล จิ้งจกน้ำ และหมาน้ำกันด้วย วูปาลูปามีลักษณะตัวใส ๆ ปากกว้าง มีดวงตาคล้ายมนุษย์น่ารัก และมีหงอนออกมา 3 เส้นบริเวณศีรษะ ตัวที่มีขนาดยาวใหญ่สุดซึ่งค้นพบกันอยู่ที่ ​30 เซนติเมตร และโดยทั่วไปปกติที่พบเจอก็จะตัวยาว 15 เซนติเมตรเท่านั้น ถิ่นที่อยู่อาศัยจะเป็นพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติทางแถบอเมริกา​ใต้และอเมริกากลาง หรือตามป่าดิบชื้นบนเขาที่อุดมสมบูรณ์ก็มี แต่เริ่มจะมีจำนวนน้อยลงทุกทีเพราะมนุษย์ชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่นิยมนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงกันตามแหล่งช็อปปิ้งกันหมด จึงกลายเป็นสัตว์อนุรักษ์ในเวลานี้ ความสามารถพิเศษของ “วูปาลูปา” “วูปาลูปา” สามารถงอกอวัยวะที่ขาดได้ใหม่ไม่ว่าจะเป็น หาง แขน ขา […]

8 สายพันธุ์ปลาหางนกยูงยอดนิยม ที่มีสีสวย ถูกใจคนรักปลาเล็ก

8 สายพันธุ์ปลาหางนกยูงยอดนิยม ที่มีสีสวย ถูกใจคนรักปลาเล็ก

คงไม่มีใครไม่รู้จักปลาตัวเล็ก ๆ เลี้ยงง่าย สีสันสดใส อย่างปลาหางนกยูง ซึ่งปลาชนิดนี้มีมากมายหลายชนิดและถูกเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน และได้ถูกพัฒนาให้มีเอกลักษณ์รวมถึงลักษณะเฉพาะตัวมาเรื่อย ๆ จนผู้คนชื่นชอบมากขึ้นมาถึงปัจจุบัน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้ว่าสายพันธุ์ปลาหางนกยูงยอดนิยมมีอะไรบ้างตามไปดูกัน ปลาหางนกยูง ที่มีผู้คนชื่นชอบนำมาเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม 1. โมเสค (Mosaic) โดยลำตัวของปลาจะมีสีใดสีหนึ่ง และไม่มีลวดลาดอื่นผสม เกล็ดมีความเงา แวววาวคล้ายกับแพลททินั่ม ส่วนครีบหางมีลักษณะของลายเหมือนกับโมเสค เป็นแต้มขนาดใหญ่ และต่อกัน ด้านครีบหลังมีสีสัน และลายที่มีความสวดคล้องกับครีบหางด้วย 2. ซิโด้ (Tuxedo/Half Black) สายพันธุ์ปลาหางนกยูงยอดนิยมชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สีพื้น จะมีสีดำหรือน้ำเงินเข็มจากกึ่งกลางลำตัวไปจนสุดโคนหาง เกล็ดมีความมันวาวคล้ายกับแพลททินั่ม โดยสีจะมีความสอดคล้องกันทั้งหมด ครีบหางจะเป็นสีพื้นสดใสสีไหนก็ได้เพียงสีเดียว และชนิดสีลาย จะมีลักษณะเป็นสีดำหรือน้ำเงินเข้ม บริเวณกึ่งกลางลำตัวยาวไปจนสุดโคนหางเช่นกัน แต่ครีบหางจะมีการแต้มสีหลากสีสันเป็นลวดลายที่สวยงาม 3. กราซ (Grass) ลำตัวอาจพบได้หลายสี และมีมาร์กดำดูแล้วเหมือนกับแบรนด์ Nike พื้นครีบหางจะให้สีสว่าง มีจุดสีดำขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ทั่วไป ที่พิเศษคือจุดเหล่านี้จะมีความสม่ำเสมอกัน คล้ายกับดอกหญ้า เมื่อมีสีใดสีหนึ่งแล้วจะมีความสอดคล้องกัน จะไม่มีสีอื่น ๆ เข้ามาแทรกได้ […]

“ดุยเกอร์ลาย” ม้าลายแสนงามดุจต้องมนต์ฤาษี

“ดุยเกอร์ลาย” ม้าลายแสนงามดุจต้องมนต์ฤาษี

คุณอาจจะเคยเห็นในนิทานพื้นบ้านหรือละครจัก ๆ วงศ์ ๆ ที่ทุกเรื่องย่อมจะมีตัวละคร “ฤาษี” ที่ชุดคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลแดงอมส้มมีลายพาดสีดำคล้ายกับลายเสือจนกลายเป็นภาพชินตาสำหรับหลาย ๆ คนไป ด้วยฤาษีจำเป็นต้องตั้งอาศรมของตัวเองอยู่ท่ามกลางการรายล้อมของป่าลึก การใส่ชุดที่มีลายเสือจึงเป็นเสมือนการถ่ายทอดความสมถะของตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งมีชีวิตสัตว์ป่าตามธรรมชาติ แน่นอนว่าในชีวิตจริงนอกจากจะมีฤาษีที่แปลงตนให้มีลายเสือปกคลุมร่างกายเข้ากับธรรมชาติแล้ว ก็ยังมีสัตว์แปลกอีกชนิดหนึ่งที่ลักษณะนิสัยคล้ายฤาษี แม้แต่รายละเอียดลักษณะก็ยังเหมือนกันมาก เพียงแต่สัตว์ชนิดนี้มีลายมาตั้งแต่เกิดจึงทำให้ผู้พบเห็นเกิดความสนใจจับจ้องนานทันทีราวกับต้องมนต์จากฤาษีที่สั่งให้เราหยุดประจักษ์ความสวยงามของมันในจุดนั้นที่ยืนอยู่ สัตว์ดังกล่าว คือ “ดุยเกอร์ลาย” ม้าลายสายพันธุ์ประหลาดที่คุณอาจไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของมันมาก่อนก็เป็นได้ เราเองก็เช่นกัน งั้นรีบไปทำความรู้จักเซย์ฮัลโหลกับเจ้าดุยเกอร์ลายกันเลยดีกว่า ทำความรู้จักกับ “ดุยเกอร์ลาย” “ดุยเกอร์ลาย” เป็นสัตว์ประเภทมีกีบอีกชนิดหนึ่งของสายพันธุ์ม้าลายพิเศษอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นบริเวณพื้นที่ต่ำ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้แน่นขนัดในเขตไลบีเรีย ไอวอรีโคสต์ เซียร์ราลีโอน และกินีเพื่อปกป้องตัวเองจากอันตรายและไม่ชอบสุงสิงกับสัตว์อื่นคล้ายฤาษี เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ขี้ระแวงพอตัว ลักษณะตัวคล้ายกวาง เนื่องจากเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่มีขายาววิ่งได้เร็ว หูใหญ่น่ารักจึงออกไปทางกวางมากกว่า เพียงแต่ดุยเกอร์ลายจะมีลวดลายโดดเด่นสวยงามแตกต่างจากม้าชนิดอื่นโดยมีแถบเส้นสีดำพาดผ่านสลับกับขนสีน้ำตาลแดงฟู ส่วนใหญ่ที่ผู้คนพบมักจะเป็นเพศเมีย และหากเป็นเพศผู้จะมีเขางอกออกมาประมาณ 4.5 เซนติเมตร ซึ่งสั้นและเอียงไปทางด้านหลังคล้ายละมั่ง ไม่เป็นอันตรายกับใคร การดำรงชีวิตของ “ดุยเกอร์ลาย” “ดุยเกอร์ลาย” มักจะใช้ใบไม้ ต้นไม้ และใบไม้ใหญ่เป็นที่กำบังตัวเองในการออกไปหาอาหารตลอดเวลา ทำให้พวกมันไม่เป็นอันตรายใด ๆ และแม้ดุยเกอร์ลายจะเป็นสัตว์ขี้ระแวงและตกใจง่าย แต่เมื่อพวกมันมีความรักกันและได้ผสมพันธุ์แล้วก็จะอาศัยอยู่ร่วมกันโดยการสร้างอาณาเขตทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ไว้อย่างชัดเจนเพื่อปกป้องบ้านของตัวเองไม่ให้มีสัตว์อื่นเข้ามาย่างกรายได้ และดุยเกอร์ลายตัวผู้จะทำหน้าที่เฝ้ายามให้ในระหว่างที่ตัวเมียท้อง จวบจนคลอดลูกออกมา และมักจะตั้งท้องแค่เพียง 5 เดือนก็คลอด […]

“โลมาสีชมพู” สัตว์ทะเลไทยที่ต้องดวงดีเท่านั้นจึงจะพบเห็นได้!

“โลมาสีชมพู” สัตว์ทะเลไทยที่ต้องดวงดีเท่านั้นจึงจะพบเห็นได้!

เมื่อพูดถึง “โลมาสีชมพู” หลายคนอาจจะเคยเห็นมานักต่อนักในการ์ตูนแอนิเมชั่นมากมายจนกลายเป็นภาพจำสวยงามพอ ๆ กับโลมาสีฟ้า แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่าในโลกแห่งความจริงของเรานั้นก็มีโลมาสีชมพูเหมือนกัน และที่น่าทึ่งไปกว่าเดิม คือ โลมาสีชมพูยังสามารถพบเห็นได้ในเมืองไทยด้วยนะเออ ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศเลย เพียงแค่คุณมาที่ “จังหวัดนครศรีธรรมราช” ก็จะได้มีโอกาสเห็นเจ้าโลมาสีชมพูแล้ว แต่จะมีโอกาสมากหรือมีโอกาสน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สถานที่ และดวงแบบฟลุก ๆ ด้วย เพราะเจ้าโลมาสีชมพูเล่นตัวเก่ง เขินง่าย ชอบแอบซ่อนอยู่ตามส่วนนั้นส่วนนี้ใต้ทะเลเป็นว่าเล่น ไม่ใช่ว่าจะโผล่ออกมาเซย์ฮัลโหลโชว์ตัวเหมือนสัตว์น้ำในอควาเรียมให้ใครเห็นได้ง่าย ๆ นะจ๊ะจะบอกให้ แต่หากอยากรู้เรื่องราวความน่ารักของเจ้าโลมาสีชมพูที่สร้างความน่าอัศจรรย์ในการปรากฏตัวนาน ๆ ทีจนกลายเป็นเรื่องเล่าขานสุดโด่งดังของจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วล่ะก็ตามมาอ่านบทความนี้กันก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวใต้ได้เลย ลักษณะของ “โลมาสีชมพู” ในเมืองไทย “โลมาสีชมพู” เป็นสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดตัวประมาณ 2 เมตรกว่า มวลร่างกายหนักประมาณ 150 – 230 กิโลกรัม สีชมพูอัศจรรย์ของโลมานั้นมาจากสีของหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไปซึ่งมีประสิทธิภาพในการออกสีมากกว่าโลมาอื่น โดยตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย และในขณะที่เป็นตัวอ่อนจะมีเข้ม ไม่ค่อยมีความใสเหมือนโลมาสีชมพูที่โตเต็มวัย ขนาดตัวประมาณ 1 เมตรเท่านั้น  น้องโลมาสีชมพูจะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 40 ปีเหมือนกับโลมาสีอื่น ยิ่งแก่มากเท่าไหร่สีชมพูของโลมาจะมีความสดใสและเด่นชัดมากยิ่งขึ้น จนชาวนครศรีธรรมราชหลายคนกล่าวว่า เมื่อโลมาสีชมพูกระโจนขึ้นจากผิวน้ำต้องกับแสงแดดก็จะเห็นเป็นประกายอย่างชัดเจนสวยงามกว่าโลมาสีอื่นมาก ที่อยู่อาศัยของ “โลมาสีชมพู” ในเมืองไทย […]

ปลาเลี้ยงที่ทำให้บ้านสวยงาม

ปลาเลี้ยงที่ทำให้บ้านสวยงาม

เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่ทำให้บ้านมีความสวยงามได้แล้ว หากไม่นับ “นก”ที่เราเห็นว่าไม่สมควรนักที่จะนำมาเลี้ยงไว้ในกรงให้ขาดอิสรภาพตามธรรมชาติของเขา ก็ยังมีปลาที่เราสนับสนุนให้คุณเลี้ยงเพื่อความสวยงามมากกว่าเพราะอย่างน้อยเขาก็ยังได้แหวกว่ายในน้ำที่เป็นสภาพแวดล้อมของเขาไป ๆ มา ๆ ได้อย่างอิสระมากกว่านกแม้จะมีขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งไม่ได้กว้างเหมือนแม่น้ำแต่ก็ยังทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้ อีกทั้งการเลี้ยงปลาในบ้านก็จะทำให้เวลาที่เดินผ่านไปมาแล้ว สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะรู้สึกเย็นสบาย ได้ยินเสียงผิวน้ำที่กระเพื่อมเคลื่อนไหวจากปลาอย่างเย็นสบาย มีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลย ฉะนั้นหากคุณกำลังวางแผนจะเลือกปลาสักชนิดมาเลี้ยงในบ่อปลา ในอ่าง หรือภาชนะเพื่อเสริมสีสันประดับบ้านของคุณแล้วล่ะก็เราจะขอแนะนำปลาเหล่านี้มาเป็นเพื่อนแก้เหงาและสีสันให้แก่พวกคุณเลย รับรองว่าพวกคุณจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อมีพวกเขามาอยู่ด้วยแน่นอน ปลาคาร์ฟ “ปลาคาร์ฟ” เป็นปลาน้ำจืดลักษณะผมยาวเล็กน้อยที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาตะเพียน มีต้นกำเนิดแท้จริงอยู่ที่ประเทศอิหร่าน แต่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นตามสระน้ำในสวนศิลปะของบ้านคนซึ่งทำให้บรรยากาศในสวนที่มีแต่สีเขียวชอุ่มนั้นเกิดความความโดดเด่นในบริเวณบ้านจากสีขาวของตัวปลาคาร์ฟที่มีลวดลายสีแดง สีส้ม และสีเหลืองมากมายทำให้เหมือนมีอัญมณีอยู่ในสระน้ำ จนเมืองไทยเราได้นำปลาคาร์ฟมาเป็นสัตว์เลี้ยงตามความสวยงามที่เห็นในญี่ปุ่น ปลาหางนกยูง “ปลาหางนกยูง” เป็นปลาที่เหมาะกับวัยรุ่นยุคใหม่ที่ชอบการตกแต่งห้องภายในบ้านด้วยสิ่งของจุกจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่โดดเด่นได้ง่าย โดยเจ้าปลาหางนกยูงก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการเลี้ยงในโถซึ่งสามารถวางบนตู้หรือโต๊ะเพื่อความสวยงามได้บนพื้นที่จำกัด แม้จะเป็นปลาตัวเล็ก แต่ก็มีหางที่ใหญ่และยาวแผ่ออกพลิ้วสวยเวลาว่างน้ำหลากหลายลวดลายสีสันเหมือนกับหางนกยูง สามารถเลี้ยงได้หลายตัวด้วย เก๋ไก๋ไปอีก ปลาทอง “ปลาทอง” เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ตามตัวจะมีความโดดเด่นเปล่งประกายจากเกล็ดสีส้มอมทองบนลำตัวอ้วนป้อมขนาดเล็กที่สะท้อนน้ำได้อย่างชัดเจน สามารถเลี้ยงไว้ในภาชนะใสตกแต่งบ้าน เช่น โถแก้ว หรือตู้ปลาสี่เหลี่ยมก็ได้ แต่ห้ามเลี้ยงร่วมกับปลาขนาดใหญ่เป็นอันขาด เพราะปลาทองเป็นปลาที่จำอะไรไม่ค่อยได้ มักจะหลงทิศหลงทางจึงเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายเมื่ออยู่กับปลาขนาดใหญ่ได้ง่าย ๆ #ปลาเลี้ยง #ปลา #สัตว์โลกน่ารัก 

โลกน่ารักที่มีคนรู้จักน้อยของ “หมูขนแกะ”

โลกน่ารักที่มีคนรู้จักน้อยของ “หมูขนแกะ”

เฮ้ย! นั่นมันแกะนี่นา แต่ทำไมหน้าตามันช่างประหลาดราวกับหมูอย่างนั้น…ก็หมูน่ะสิตัวเอง ใครเล่าจะไปเชื่อว่าบนโลกของเราจะมีหมูที่ขนเหมือนแกะอยู่ด้วยจนถูกเรียกว่า “หมูขนแกะ” เวลาเดินมาแล้วมองไกล ๆ ยังต้องบอกกันก่อนเลยว่า “แกะมา ๆ” แต่พอเข้ามาใกล้จนเห็นรายละเอียดของตัวมันจริง ๆ ทุกคนต่างก็ต้องพากันแปลกใจเท่านั้น ด้วยสัตว์ชนิดนี้ถือเป็นสัตว์แปลกใหม่มากในสายตาของคนไทย ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครรู้กันเลยว่าจะมีหมูบนแกะอยู่ในโลกของเราด้วย อะไรมันจะช่างบังเอิญขนาดนั้น พอเห็นแล้วก็อยากรู้ว่าความเป็นมาของหมูขนแกะนั้นเป็นเช่นไร? ทำไมขนเขาจึงเป็นแกะแต่ตัวเป็นหมู เกิดจากการผสมพันธุ์รึก็ไม่น่าจะใช่ เอ๊ะ หรือว่าใช่กันนะ? แล้วหากอยากเจอตัวจริงจะต้องไปชมกันที่ไหนดี เพราะมองไปมองมาแม้จะดูประหลาด แต่น้องเขาก็น่ารักมากเลย…โอเค! วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยของคุณให้กระจ่างกันเกี่ยวกับ “หมูขนแกะ” สัตว์โลกน่ารักที่มีคนรู้จักน้อยนี้ ทำความรู้จักกับ “หมูขนแกะ” “หมูขนแกะ” หรือที่เรียกกันว่า “Mangalitsa” หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นหมูสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบแต่แท้จริงแล้วหมูขนแกะมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งก็ไม่ได้เกิดมาตามธรรมชาติแล้วมีลักษณะขนฟูเป็นลอนขยุกขยิกสีขาวเหมือนแกะเช่นนี้มาตั้งแต่แรก ทว่าเกิดจากฝีมือการทดลองของนักปศุสัตว์ชาวฮังการีคนหนึ่งที่ได้ทำการทดลองผสมหมูสองสายพันธุ์ ระหว่าง หมูป่าฮังการีที่มีขนยาวฟูเป็นขยุกเล็กน้อยกับหมูพื้นเมืองเซอร์เบียทำให้เกิดเป็นหมูขนแกะที่มีลำตัวอ้วนใหญ่ ขนหนาเต็มไปหมดและมีทั้งจนสีขาวกับสีน้ำตาล ก่อนจะทำการมอบเป็นของขวัญให้กับทางราชวงศ์ฮังการีเพื่อเลี้ยงไว้เป็นความสวยงาม แต่เมื่อได้ลองรับประทานเนื้อหมูขนแกะแล้วก็พบว่ามีรสชาติที่เลิศกว่าหมูทั่วไปจนชาวยุโรปมากมายติดใจและทำการขยายพันธุ์มาเลี้ยงในฟาร์มกันมากมายในปัจจุบันเพื่อการท่องเที่ยวและการนำไปทำอาหาร ซึ่งเวลานี้การเลี้ยงหมูขนแกะยังไม่พบเห็นในเมืองไทยหรือตามประเทศอื่นในแถบเอเชียนัก นิสัยของ “หมูขนแกะ” “หมูขนแกะ” มีนิสัยคล้ายกับสุนัขที่ชอบเข้าหาผู้คนที่มาเยี่ยมชมหรือดูแลเขา โดยเฉพาะเจ้าของที่เลี้ยง หมูขนแกะจะชอบมาคลอเคลียและเลียแข้งเลียขาด้วยความรักพร้อมส่งเสียงออดอ้อนจนคนที่เอาอาหารมาให้ต้องเล่นกับเขาทุกคน และทำให้เกิดความผูกพันโดยไม่รู้ตัวเสียหลายคนด้วย ใครที่อยากมาชมน้องแกะที่ยุโรปสามารถจับน้องเขาได้ น้องเขาไม่กัด เลี้ยงมาจนเชื่องดีแล้ว อาหารหลักของ “หมูขนแกะ” “หมูขนแกะ” […]