แนะนำ 10 อาหารแมวเกรดพรีเมี่ยม สำหรับทาสสายเปย์

สัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ซุกซน ว่องไว แสนน่ารักต้องยกให้เจ้าเหมียว ที่ทาสแมวทั้งหลายต่างหลงไหลเมื่อได้เห็น พฤติกรรมของมัน หากใครที่กำลังจะหามาเลี้ยงหรือเลี้ยงไว้แล้ว คงมีคำถามในใจว่าอาหารยี่ห้อไหน ที่ดีที่สุด ทั้งสารอาหารที่ครบถ้วน ตรงกับความต้องการตามแต่ละช่วงวัย เสริมสร้างให้มีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรง ขอแนะนำ 10 อาหารแมวเกรดพรีเมี่ยม ที่ทาสสายเปย์ต้องมีไว้ สุดยอดอาหารแมวดีที่สุด ทาสสายเปย์ต้องมี 1. เพียวริน่า วัน จากเนสเล่ ที่ค้นสูตรอาหารแมวโดยใช้ทีมสัตวแพทย์และนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ทำให้เจ้าเหมียวได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เหมาะสมตามช่วงวัย สุขภาพแข็งแรง 2. โรยัล คานิน ยี่ห้ออาหารสัตว์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งให้ความสำคัญในการผลิตอาหารที่เน้นด้านสุขภาพแมวเสมอมา มีการพัฒนาและคิดค้นจากนักวิทยาศาสตร์ สัตว์แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทาสแมวทั่วโลก เพื่อให้ได้อาหารที่ตรงกับความชอบและมีความเหมาะสมกับสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงสูตรพิเศษสำหรับบำรุงสุขภาพโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีสูตรสำหรับผู้เลี้ยงที่มีลักษณะการเลี้ยงแตกต่างกันออกไปด้วย 3. ออริเจน อาหารแมวจากแคนาดา ที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่ มั่นใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ในเรื่องของคุณภาพ ตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดับได้ทุกประเภท รวมถึงมีสูตรอาหารที่ความเหมาะสมของแมวตามแต่ละช่วงวัย 4. แม็กซีมา นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ […]

ชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อมีแมวเข้ามา

ชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อมีแมวเข้ามา #ทาสแมว

แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารัก ทุกครั้งเวลาที่เห็นเราก็อดที่จะมองมันอย่างเอ็นดูไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแมวของคนอื่น ตามบ้านเพื่อน ตามอินเตอร์เน็ต หรือตามท้องถนน ทำให้หลายคนริเริ่มคิดอยากจะเลี้ยงแมวสักตัว แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆอยู่ว่า จะเลี้ยงหรือไม่เลี้ยงดี ในบทความนี้ผู้เขียนจึงมาเล่าสู่กันฟัง เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่มีแมวเข้ามาว่าเป็นอย่างไร เผื่อว่าผู้อ่านทุกท่านจะตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น วันแรกของการรับแมวเข้าบ้าน ผู้เขียนได้แมวมาสองตัวมาจากกลุ่มที่หาบ้านให้แมว ซึ่งเหตุผลหลักๆที่รับมาทีเดียวสองตัว คือ เห็นว่ามันอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น เลยคิดไปเองว่ามันน่าจะเป็นพี่น้องกันแน่ๆ แต่พอไปถามข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้รู้ว่าทั้งสองตัวเกิดกันคนละเดือนจึงไม่น่าใช่พี่น้องกันแน่นอน แต่ด้วยความคล้ายกันของแมวทั้งสองตัวและดูเหมือนว่าพวกมันจะชอบที่ได้อยู่ด้วยกัน จึงตัดสินใจรับมาพร้อมกันเลย ดีที่บ้านของผู้เขียนกว้างพออยู่แล้วสำหรับแมวสองตัว ซึ่งชื่อก็ตั้งตามสีตัวหนึ่งสีขาว ตัวหนึ่งก็สีดำ หลังจากที่ได้แมวมาแล้วก็ไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ถาดใส่อาหาร อาหารแมว และทรายแมว ซึ่งก็เสียไปเกือบพันเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่เท่ากับค่าวัคซีนที่แพงพอสมควร ไหนจะค่าทำหมันในอนาคต สำหรับอาหารแมวกระสอบหนึ่งกินกันสองตัวก็ใช้ได้เดือนครึ่ง ทรายแมวก็พอๆกัน รวมๆแล้วเดือนหนึ่งก็เสียค่าแมวประมาณ 500-700 บาท แมวทั้งสองตัวที่ผู้เขียนรับมานั้น มีอายุเกินสองเดือนเข้าไปแล้ว ดีที่เจ้าของเก่าสอนแมวให้ใช้กระบะทรายเป็นเลยสบายขึ้นเยอะ สำหรับวันแรกที่พาแมวเข้าบ้าน ทั้งสองตัวก็กลัวๆ แต่ยังกล้าพอที่จะเดินสำรวจพื้นที่บ้านและไม่หนีไปหลบตามซอกมุมเล็กๆ คืนแรกที่ทำความรู้จักกันดูแล้วแมวก็มีความสุขดี จึงตัดสินใจพามานอนด้วยกัน ทั้งสองตัวก็รีบไปนอนบนเตียงเหมือนรู้งาน จนกระทั่งปิดไฟไป จู่ๆทั้งสองตัวก็ลุกมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานจนต้องเอาไปไว้นอกห้อง ดีที่ห้องนั่งเล่นมีโซฟาแมวจึงใช้ตรงนั้นเป็นที่นอนไปได้ ปัญหาที่เพิ่มขึ้นเมื่อชีวิตมีแมว คือ การต้องให้อาหารตรงเวลา และต้องทำให้กระบะทรายสะอาดอยู่เสมอเพราะขี้แมวเหม็นใช้ได้เลย และแมวมักจะมีกิจวัตประจำวันเหมือนเดิมตลอด ถ้ามันตื่นตอนเช้าประจำ […]

5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด

5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด

เจ้าแมวเหมียวมักจะถูกพูดถึงอยู่เสมอในสื่อสังคมออนไลน์อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพของความน่ารัก น่าเอ็นดู จนเราอดยิ้มไม่ได้ทุกครั้งที่ได้เห็น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ที่คนนิยมนำมาเลี้ยงนั้นที่มีจุดเด่น รวมถึงลักษณะนิสัย พฤติกรรมมีความแตกต่างกันออกไป ตามความชอบของแต่ละคน สัตว์เลี้ยงประจำบ้านของคนไทยส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น สุนัข แมว เป็นต้น แต่ที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ คงหนีไม่พ้น เจ้าแมวเหมียว อย่างแน่นอน ด้วยรูปร่างลักษณะที่มีเอกลักษณ์ น่ารัก ขี้อ้อน จนหลาย ๆ คนกลายเป็นทาสแมวไปโดยไม่รู้ตัว แมวเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม จัดอยู่ในตระกูล Felidae ต้นกำเนิดแท้จริงมาจากเสือไซบีเรีย มีรูปร่างเล็ก ลำตัวยาวจากจมูกถึงปลายหางประมาณ 40 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์จะมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันออกไป จัดเป็นสัตว์ประเภทกินเนื้อ มีเขี้ยวเล็บแหลมคมหดซ่อนได้ แต่แท้จริงแล้วลักษณะนิสัยของแมวก็เหมือนกันกับคนเรา บางทีก็รักความสงบ บางครั้งสุขุมนุ่มลึก บางหนก็ขี้อ้อนจนทาสแมวใจละลาย มาดูกันว่า 5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด สายพันธุ์ไหน ใคร ๆ ก็รัก เพราะเป็นทาสแมว 1. สายพันธุ์เปอร์เซีย ถิ่นกำเนิดก็คงจะทราบได้จากชื่อ ราชินีจากดินแดนตะวันออกกลาง หรือประเทศตุรกีและอิหร่าน เป็นแมวที่คนนิยมเลี้ยงจำนวนมาก มีลำตัวขนาดกลางถึงใหญ่ กระดูกหนาแข็งแรง หัวและหน้ากลมบริเวณหน้าฝากโหนก […]

5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด

5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด #ทาสแมว

เจ้าแมวเหมียวมักจะถูกพูดถึงอยู่เสมอในสื่อสังคมออนไลน์อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นภาพของความน่ารัก น่าเอ็นดู จนเราอดยิ้มไม่ได้ทุกครั้งที่ได้เห็น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ที่คนนิยมนำมาเลี้ยงนั้นที่มีจุดเด่น รวมถึงลักษณะนิสัย พฤติกรรมมีความแตกต่างกันออกไป ตามความชอบของแต่ละคน สัตว์เลี้ยงประจำบ้านของคนไทยส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น สุนัข แมว เป็นต้น แต่ที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ คงหนีไม่พ้น เจ้าแมวเหมียว อย่างแน่นอน ด้วยรูปร่างลักษณะที่มีเอกลักษณ์ น่ารัก ขี้อ้อน จนหลาย ๆ คนกลายเป็นทาสแมวไปโดยไม่รู้ตัว แมวเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม จัดอยู่ในตระกูล Felidae ต้นกำเนิดแท้จริงมาจากเสือไซบีเรีย มีรูปร่างเล็ก ลำตัวยาวจากจมูกถึงปลายหางประมาณ 40 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์จะมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันออกไป จัดเป็นสัตว์ประเภทกินเนื้อ มีเขี้ยวเล็บแหลมคมหดซ่อนได้ แต่แท้จริงแล้วลักษณะนิสัยของแมวก็เหมือนกันกับคนเรา บางทีก็รักความสงบ บางครั้งสุขุมนุ่มลึก บางหนก็ขี้อ้อนจนทาสแมวใจละลาย มาดูกันว่า 5 อันดับสายพันธุ์แมวที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด สายพันธุ์ไหน ใคร ๆ ก็รัก เพราะเป็นทาสแมว 1. สายพันธุ์เปอร์เซีย ถิ่นกำเนิดก็คงจะทราบได้จากชื่อ ราชินีจากดินแดนตะวันออกกลาง หรือประเทศตุรกีและอิหร่าน เป็นแมวที่คนนิยมเลี้ยงจำนวนมาก มีลำตัวขนาดกลางถึงใหญ่ กระดูกหนาแข็งแรง หัวและหน้ากลมบริเวณหน้าฝากโหนก […]

พัฒนาการของแมว จากมิ้วน้อย สู่การเป็นเจ้าเหมียว

พัฒนาการของแมว จากมิ้วน้อย สู่การเป็นเจ้าเหมียว #ทาสแมว

รู้ไหมว่า ช่วง 6 เดือนแรกเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดของเจ้าเหมียวเลย เพราะพัฒนาการของแมวในช่วงเวลานี้เป็นตัวกำหนดนิสัย ลักษณะบุคลิกของมันไปตลอดชีวิต ทั้งเรื่องสุขภาพและพัฒนาการ จากมิ้วน้อย ๆ ที่มีความน่ารักน่าเอ็นดู จะเป็นความทรงจำของเจ้าของที่อยากจะกอดอุ้มไปตลอด สู่เป็นเจ้าแมวเหมียวที่สดใสแข็งแรงสมวัย แรกเกิด สัปดาห์แรกหลักจากที่ออกมาสู่โลก เป็นช่วงที่ต้องดูแลเจ้ามิ้วเหล่านั้นเป็นพิเศษ ดวงตาน้อย ๆ อาจจะยังไม่เปิด จนกว่าจะผ่านไปได้ 5 วัน ในช่วงนี้เจ้ามิ้วของเราจะหาที่อุ่น ๆ นอนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนแม่เหมียวจะคอยทำความสะอาดและป้อนนม เป็นพัฒนาการของแมวพึ่งเริ่มต้นเรียนรู้ สามารถฝึกดูดนมแม่ได้เอง และน้ำหนักจะเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน การดูแลเจ้ามิ้วช่วงนี้ต้องใส่ใจเรื่องความอบอุ่น โดยเปิดโคมไฟสีวอร์ม ก็จะช่วยได้ ก่อนหย่านมแม่เหมียว ช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 นี้ เจ้าลูกมิ้วทั้งหลายเริ่มฝึกยืน 4 ขาแล้ว หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามีฟันซี่เล็ก ๆ โผล่ออกมา เป็นพัฒนาการของแมวแบบก้าวกระโดด ร่างกายเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ ฝึกลับเล็บ เล่นของเล่น สำรวจรอบ ๆ ที่อาศัย มีการเข้ากลุ่มสังคมเล็ก ๆ ระหว่างลูกแมวด้วยกัน ตาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นตาจริง ๆ […]

รวมความอินดี้นิสัยของแมว ที่ทาสแมวเท่านั้นจะเข้าใจ

รวมความอินดี้นิสัยของแมว ที่ทาสแมวเท่านั้นจะเข้าใจ #สัตว์โลกน่ารัก

แมวเป็นสัตว์ในตระกูลเสือไซบีเรีย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลำตัวเล็กจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์นักล่าและกินเนื้อเป็นอาหาร เขี้ยวเล็บแหลมคมหดซ่อนได้คล้ายเสือ และได้เข้ามาอยู่ในวงโคจรชีวิตของมนุษย์นานเกือบหมื่นปีมาแล้ว แต่เชื่อไหมละว่าสัตว์นักล่าตัวนี้ความจริงแล้วมันน่ารักขนาดไหน และนิสัยของแมวยังอินดี้อย่างสุด ๆ มาดูกันว่าความอินดี้ที่น่ารักมันเป็นยังไง จอมอ้อน คนอ้อนกันมักจะโดนแซวว่าอ้อนกันเหมือน “แมว” ความจริงแล้วเจ้าเหมียวขี้อ้อนกว่าที่คิด ทุกครั้งที่เจ้าของจะไปนั่งตรงไหน เจ้าเหมียวจะเข้ามาคลอเคลียหนุนตักซบไออุ่น เรียกได้ว่าลุกเดินไปใดเจ้าเหมียวจะตามติดชีวิตทาสแมวเลยทีเดียว แต่ก็ไม่อย่างนั้นเสมอไป นิสัยของแมวจอมอินดี้อยากมาก็มาเอง หากมาอยากมา เรียกให้ตาย ก็ไม่มาปฏิกิริยาตอบกลับคือการเฉยเมย ส่งสายตาอันเรียบเฉย เป็นคำตอบที่ต้องเก็บไปคิดเอาเอง จอมสะกิด เคยไหมที่จุ๊ ๆ มีอะไรบ้างอย่างมาสะกิดที่ขาหรือเท้าเบา ๆ บ่อย ๆ ถี่ ๆ หันไปอีกที อ้าว เจ้าเหมียวนี่เอง ว่าแต่การที่เจ้าเหมียวมาสะกิดก็เพื่อเรียกร้องความสนใจ เป็นนิสัยของแมวที่อยากให้ลูบหัวเบา ๆ หรืออยากให้เล่นด้วย หากเราไม่ยอมสนใจหรือสนใจอย่างอื่น ไม่เพียงแค่ขาลายเพราะเล็บเจ้าเหมียว และอาจจะโดนสะกิดอยู่แบบนั้นตลอดเวลา จอมพุงกาง แมวทุกตัวต้องนอนหงายกางพุง ดีดดิ้งไปมา ด้วยลีลาร้อยแปด บางครั้งทำท่าน่ารัก ลองเอามือไปเกาตรงท้องเบา ๆ จะเห็นว่าเจ้าเหมียวหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เพราะว่าเจ้าเหมียวรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ใกล้เรา อยู่กับใครแล้วสบายใจ จะทำอะไรก็ได้ แหม๋ อินดี้ไปอีก […]

เคล็ดลับการเลี้ยงแมว ข้อควรรู้ทาสแมว สังเกตพฤติกรรมน้องแมวสุขภาพดี

เคล็ดลับการเลี้ยงแมว ข้อควรรู้ทาสแมว สังเกตพฤติกรรมน้องแมวสุขภาพดี #ทาสแมว

หากคุณเป็นคนที่เลี้ยงแมว แน่นอนว่าคุณคงอยากให้แมวของคุณเป็น แมวสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่เราจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าแมวของเราที่เลี้ยงอยู่มีสุขภาพดี ไม่น่าเป็นห่วงหรือต้องกังวลอะไร บทความนี้จะมาบอกเกี่ยวกับวิธีการสังเกตพฤติกรรมของแมว แมวสุขภาพดีสังเกตจากอะไร แมวแบบไหนที่สุขภาพแข็งแรง 1.วิธีสังเกตแมวสุขภาพดี – ขับถ่ายเป็นก้อน แน่นอนว่าอุจจาระของแมว เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะสามารถบอกถึงการเลี้ยงดูของคุณว่าเป็นอย่างไร คุณควรหมั่นตรวจดูอุจจาระของแมวว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร หากพบว่าขับถ่ายเป็นก้อนดี นั่นหมายถึงแมวของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดี ร่าเริงแจ่มใส ทานอาหารได้ปกติ เป็นการสังเกตถึงระบบย่อยอาหารของเขาว่าทำงานเป้นอย่างไร หรือในกรณีที่ถ่ายไม่เป็นก้อน เราก็ควรย้อนกลับไปดูว่าเขาได้ทานอะไรไปบ้าง 2.วิธีสังเกตแมวสุขภาพดี – การรับประทานอาหาร สำหรับข้อนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีสังเกตสุขภาพของน้องแมวที่คุณเจ้าของไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เพราะการที่จะบอกว่าเขาป่วยหรือไม่ป่วยส่วนหนึ่งก็สังเกตได้จากการรับประทานอาหารของเขา เขามีอาการเบื่ออาหาร ทานน้อยลง หรือไม่กินอาหารหรือไม่ หากพบว่าเขาไม่มีทีท่าว่าจะเบื่ออาหาร ทานได้ปกติ ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ดีว่าแมวของคุณนั้นสุขภาพแข็งแรง 3.วิธีสังเกตแมวสุขภาพดี – ความร่าเริง ขี้เล่น ข้อนี้ก็เป็นอีกข้อที่สังเกตได้ง่ายมากๆ เพราะว่าถ้าแมวป่วยหรือมีสุขภาพไม่ดี เขาอาจจะนอนซึมทั้งวัน ไม่ขี้เล่น หรือไม่กระตือรือร้นกับสิ่งใด แต่ในทางตรงกันข้ามหากคุณสังเกตแล้วพบว่าแมวของคุณนั้นร่าเริง ขี้เล่น กระตือรืนร้นทุกครั้งที่คุณเล่นด้วย นั่นก็หมายถึงว่าแมวของคุณมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเวลาที่ชวนเขาเล่นก็ลองสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมการตอบสนองของเขาให้ดี 4.วิธีสังเกตแมวสุขภาพดี – นอนหลับสบาย คุณควรสังเกตว่าเวลาที่แมวของคุณกินอิ่มแล้ว เขาเริ่มมองหาที่งีบหรือเข้าไปยังที่ๆเหมือนเป็นเซฟโซนของเขาหรือไม่ เพราะหนึ่งในสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าแมวของคุณนั้นมีสุขภาพดี ก็คือการนอนหลับของเขา […]

สิ่งที่คุณต้องเจอในการเลี้ยงแมว

สิ่งที่คุณต้องเจอในการเลี้ยงแมว #ทาสแมว

สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่มีคู่กันกับประวัติศาสตร์ชนชาติมนุษย์ โดยสัตว์เลี้ยงแบ่งเป็นหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงไว้เพื่อรับประทานเป็นอาหาร หรือเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคู่มิตรให้หายเหงา รวมทั้งใช้งาน ซึ่งหากจะถามถึงสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนภายในบ้านของมนุษย์แล้ว นอกจากสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิต สัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่ตีคู่มากับสุนัขนั่นก็คือแมว โดยถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่บางคนก็แปลกใจว่าในขณะที่สุนัขนั้นมักจะว่านอนสอนง่ายกับคนเลี้ยงแต่แมวแสนจะดื้อ ทำไมคนจึงชอบเลี้ยงแมวกันล่ะ ซึ่งก็ไม่มีใครหาคำตอบได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีคนอยากจะเลี้ยงแมวขึ้นทุกวันก็เห็นเองในบทความนี้เราจึงขอนำสิ่งที่ผู้ที่อยากเลี้ยงแมวจะต้องพบเจอเอาไว้มาให้ทราบกันก่อนดังต่อไปนี้ 1.ขนแมวต้องมา ขนแมวปลิวว่อนเต็มบ้าน มันเป็นสิ่งที่อย่างไรผู้เลี้ยงแมวจะต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงแมวชนิดใด จะขนสั้น หรือขนยาว โดยเฉพาะพันธุ์ที่ขนยาวสลวยสวยเก๋อย่างแมวเปอร์เซีย ขอบอกเลยว่าตั้งแต่เด็ก ๆ อายุเพียงไม่กี่ปีขนก็ร่วงเต็มบ้านกันแล้ว ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของแมวชนิดนี้ทำให้เสื้อผ้าของคนเลี้ยงแมวมักจะติดเต็มไปด้วยคนเมล์อยู่บ่อยๆคงต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ รวมทั้งขยันทำความสะอาดกวาดบ้าน และเสื้อผ้าของคนเองอยู่เสมอ หากทนขนแมวไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิดไปเลี้ยงแมวเลย 2.ค่าอาหารและทรายแมว การเลี้ยงแมวนั้นค่าใช้จ่ายออกจะเยอะกว่าการเลี้ยงสุนัขเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากค่าอาหารที่เป็นอาหาราเม็ดยี่ห้อดังอาหารชั้นดีมีประโยชน์ต่อแมวที่เพิ่มความเงางามของเส้นขน และสุขภาพที่ดีของแมวนั้น จะมีราคาที่สูงเป็นอย่างมากกิโลกรัมเป็นร้อยกว่าบาท ถึงหลายร้อยบาทขึ้นไป ค่าทรายแมวที่จะต้องเตรียมเอาไว้เพื่อให้แมวขับถ่ายอย่างเป็นที่เป็นทาง และไม่มีกลิ่น ทั้งนี้ยังไม่รวมทั้งค่าวัคซีนที่ต้องใช้ฉีดป้องกันโรค และค่ารักษาพยาบาลที่บางครั้งแมวไปหาคุณหมอทีนึงอาจจะจ่ายแพงกว่าคนที่เลี้ยงแมวก็ได้ 3.แมวคือนาฬิกาปลุกตอนเช้า อีกหนึ่งเรื่องปกติธรรมดาสามัญมาก ๆ ที่คนเลี้ยงแมวจะต้องพบเจอนั่นก็คือ แมวมันชอบทำตัวเองเป็นนาฬิกาปลุกช่วงเช้าประมาณ 04:00-05:00 น. ของทุกวัน มันจะคอยมาปลุกคนเลี้ยงให้ตื่นขึ้นไม่ว่าจะเพื่อเอาอาหารให้มัน หรือปลุกให้ตื่นขึ้นมาเล่นเป็นเพื่อนก็ตาม แน่นอนว่าถ้าคนเลี้ยงแมวน่ารักก็รับรองเลยว่าคนไม่ต้องกลัวว่าจะตื่นไปทำงานสาย เพราะพวกแมวจะบุคคลตั้งแต่เช้ามืดก็เลยทีเดียวไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกมันเลย 4.แมวหยิ่ง คุณอาจจะอยากเลี้ยงแมวเพราะเคยเห็นว่าแมวในรายการทีวี หรือแมวบ้านเพื่อนมากจะขี้อ้อนมากแต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอนัก บางสายพันธุ์เมื่อโตขึ้น เขาจะมีโลกส่วนตัวสูง  และชอบนอนอยู่เงียบ ๆ […]

ข่าวดีสำหรับทาสแมว แนะนำแมว 4 สายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับคนแพ้ขนแมว

4 สายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับคนแพ้ขนแมว #แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้

สำหรับทาสแมวหลายๆคนที่เป็นภูมิแพ้อาจจะต้องเศร้าเมื่อคุณไม่สามารถเลี้ยงแมวได้อย่างที่ใจต้องการ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้ว คนที่เป็น ภูมิแพ้แมว ก็สามารถเลี้ยงแมวบางสายพันธุ์ได้เช่นกัน บทความนี้จะมาแนะนำสายพันธุ์แมว ที่คนเป็นภูมิแพ้ก็สามารถเลี้ยงได้ แบบไม่ต้องมากังวลว่าจะจามตลอดทั้งวัน 1.แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ – แมวสฟิงซ์ แน่นอนว่าสายพันธุ์นี้เป็นแมวยอดนิยมสำหรับคนที่เป้นภูมิแพ้ เพราะแมวพันธุ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นแมวที่ไม่มีขน แต่จริงๆแล้วน้องเขาก็มีขนแบบบาง ๆ แล้วอีกหึ่งความเข้าใจผิดก็คือบางคนที่เป็นภูมิแพ้แมว อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับขน เพราะบางคนนั้นก็แพ้น้ำลายแมว เพราะว่า โปรตีน Fel d 1 ที่เป็นตัวการที่ส่วนใหญ่ที่ทำให้แพ้ถูกผลิตทางน้ำลายด้วย เพราะฉะนั้นเวลาที่แมวไปเลียขน ก็ส่งผลให่ขนอาจจะแพ้ขึ้นมาได้ แต่สำหรับเจ้าสายพันธุ์นี้ก็ไม่ค่อยจะมีขนให้มันเลียอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความเสี่ยงในการแพ้จึงลดลงมาด้วย 2.แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ – แมวไซบีเรียน อย่าเพิ่งตกใจไปเมื่อคุณเห็นแมวสายพันธุ์นี้ที่มีขนถึงสองชั้นกันเลยทีเดียว แต่อย่างที่ได้บอกไปว่าส่วนใหญ่แล้วสาเหตุการแพ้แมวของคนเรามักจะมาจาก โปรตีน Fel d 1 ซึ่งสำหรับเจ้าแมวตัวนี้ก็มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ออกมาว่า เจ้าตัวนี้ผลิดตโปรตีนตัวดังกล่าวได้ต่ำมากๆ เพราะฉะนั้นความเสี่ยงในการแพ้ต่อแมวชนิดนี้ของคนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะน้อยลงไปด้วยเช่นเดียวกัน 3.แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ – แมวเดวอน เร็กซ์ สำหรับแมวสายพันธุ์นี้มีแค่ขนชั้นเดียวเท่านั้น ซึ่งขนชั้นเดียวของเจ้าตัวนี้ก็เป็นขนที่สั้นและหยิกด้วย จึงทำให้มีโอกาสหลุดร่วงน้อย อัตราการผลัดขนต่ำ ส่งผลให้แพร่กระจายสารก่อภูมิแพ้อย่าง โปรตีน Fel d 1 ให้กับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ได้ยากมากยิ่งขึ้น ทำให้คนเลี้ยงมีโอกาสเสี่ยงในการแพ้ที่ต่ำลงไปด้วยนั่นเอง […]

ทาสแมวจงฟัง! คุณพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงหรือ

ทาสแมวจงฟัง! คุณพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงหรือ #คุณพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงหรือ

แน่นอนว่ามีจำนวนทาสแมวอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้มีเหมียวของตัวเองอาศัยอยู่ที่บ้านอย่างจริงจัง หลายๆคนคงวางแผนอนาคตว่าอยากจะรับแมวสักตัวเข้ามาในชีวิต แต่จงจำไว้ว่ามีหลายต่อหลายข้อที่ทาสแมวควรจะคำนึงให้ดีเมื่ออยากจะเริ่มเลี้ยงแมว สิ่งต่างๆนั้นจะขึ้นอยู่กับ life style การดำเนินชีวิตและรวมไปถึงสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกบ้าน การเลี้ยงแมวให้แมวมีความสุขและสุขภาพดีย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านั้นที่เราเลือกให้น้องๆค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าเพื่อนๆพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงรึเปล่า Life style บ่งบอกว่าคุณพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงหรือ 1.คุณมีเวลาดูแลน้องเหมียวจริงหรือเปล่า : เมื่อคุณรับลูกแมวมาเลี้ยง แน่นอนว่าคุณต้องพิศวาสน้องแมวน้อยเอามากๆอย่างแน่นอน เพราะความซุกซนและร่าเริงจะเติมสีสันให้กับบ้านของทาสแมวอย่างเหลือล้น แต่สุดท้ายแล้วเจ้าลูกแมวก็ต้องเติบโตกลายเป็นแมวโตในสักวัน ให้คุณคำนึงเสมอว่านั้นคือความสัมพันธ์ระยะยาว จริงอยู่ที่หลายๆคนเข้าใจว่าแมวเลี้ยงง่ายกว่าน้องหมาค่อนข้างมาก แต่จริงๆแล้วเจ้าเหมียวก็ต้องการความเอาใจใส่และความรักค่อนข้างมากนะคะ ทุกอย่างที่เราเลือกให้เค้าส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพใจของแมวของเราเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสอน เลี้ยงดู และเลือกอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยของพวกเค้า ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์ดีมีใบเพ็ดหรือแมวที่รับมาจากศูนย์ช่วยชีวิต หรือแมวประกาศหาบ้านฟรีต่างๆ แมวบางตัวที่คุณรับมาอาจจะเจอเหตุการณ์ไม่ดีฝังใจน้องๆ ต้องศึกษาดูนิสัยและการใช้ชีวิตของน้องๆให้ดี เพื่อที่เราจะได้เข้าใจเค้า และดูแลกันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่แน่นอนว่าหากคุณเริ่มเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกแมวเล็กๆ ก่อนจะเข้าสัปดาห์ที่ 8 มันจะยังเป็นแค่แมวน้อยไร้เดียงสา ยังไม่รู้จักการเข้าสังคม เพราะฉะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ แทบจะต้องนั่งเฝ้า ป้อนน้ำป้อนนม และฝึกให้พวกมันรู้จักเล่นเพื่อที่จะเข้าสังคมได้อีกด้วย 2.แน่ใจหรือเปล่าว่าแมวเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ : แมวอาจจะทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เพราะต้องมีอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่กับคุณในทุกๆวัน ถึงแม้กิจวัตรบางอย่างของคุณอาจเปลี่ยนไม่ได้ เช่นการทำงาน การออกไปเจอสังคม การไปเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย ข้อนี้จึงควรคำนึงให้มาก ว่าคุณพร้อมที่จะเลี้ยงแมวจริงมั้ย คุณจะปรับเปลี่ยนเวลาบางส่วนเพื่อเค้าได้หรือเปล่าหากคุณรับแมวเข้ามาอยู่ในบ้านนั่นเองค่ะ 3.ถามตัวเองให้ดี : มีหลายๆข้อที่ควรจะตกลงและถามตัวเองให้จบเสียก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงแมวค่ะ […]

ทาสแมวจงฟัง! การดูแลแมวช่วงหน้าฝน

ทาสแมวจงฟัง! การดูแลแมวช่วงหน้าฝน #การดูแลแมวช่วงหน้าฝน

หน้าฝนได้มาเยือนพวกเราแล้วแบบไม่ทันตั้งตัวตลอดเลยสิน้า นอกจากเราต้องดูแลสุขภาพทั้งตัวเราเอง และคนในครอบครัวมากขึ้น น้องแมวของเราก็เช่นกันค่ะ ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่จะป่วยง่าย เจ้าเหมียวนี่แหละที่อาจมีอาการภูมิตกในช่วงเวลาฝนง่ายกว่าคนเสียอีกนะคะ เพราะฉะนั้นการดูแลแมวช่วงหน้าฝนเนี่ย ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษหน่อยล่ะค่ะ ข้อควรรู้กับการดูแลแมวช่วงหน้าฝน สำหรับการดูแลน้องเหมียวในช่วงนี้ จริงๆก็ละม้ายคล้ายคลึงกับการที่ทาสแมวอย่างเราต้องระวังนั่นเองค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝนตก อาการเริ่มมีความชื้น ไข้หวัดก็จะคอยตามรังควาน ยิ่งถ้าเจ้าเหมียวได้วิ่งซนโดนฝนมาละก็ โดยเฉพาะแมวพันธุ์ที่มีขนหนา ฟูและยาว ด้วยความที่ขนแห้งช้าทำให้เกิดโอกาสที่จะเป็นหวัดเพิ่มขึ้นมาได้ หรือหนักก็นั้นก็ปอดชื้นและปอดบวมได้เลยล่ะค่ะ โรคที่เรารู้จักกันดีที่เกิดในแมวช่วงนี้ก็คือไข้หวัดหัดแมว วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือพาเด็กๆไปฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนดทุกเข็ม และทุกๆปีสำหรัยวัคซีนประจำปีด้วยนะคะ ที่เน้นๆเลยคือวัคซีนที่ช่วยป้องกันหลอดลมอักเสบ เพราะถ้าน้องๆเกิดเป็นหวัด อาจจะมีโอกาสพัฒนาไปเป็นโรคที่ติดเชื้อร้ายแรงกว่าเดิม เช่นหัดหรือลามไปถึงลำไส้อักเสบเชียวนะคะ โรคที่ควรระวังสำหรับการดูแลแมวช่วงหน้าฝน มีเรื่องหลายเรื่องเลยล่ะค่ะที่ทาสแมวจะต้องคอยระวังและดูแลไม่ให้เกิดโรคต่างๆที่นำพาไปสู่การป่วยเรื้อรังได้ โดยเฉพาะพาหะนำโรคอย่างเห็บหมัด เจ้าพวกแมลงเหล่านี้มักมาพร้อมกับหน้าฝนค่ะ เราควรจะพาเจ้าเหมียวของเราไปสเปรย์หรือหยอดยาสำหรับฆ่าเห็บหมัดเป็นประจำทุกเดือน จะช่วยลดปัญหาเห็บหมัดในหน้าฝนได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังต้องระวังในเรื่องของระบบทางเดินอาหาร นับเป็นโรคยอดฮิตช่วงหน้าฝน ทั้งอาการท้องเสีย ลำไส้อักเสบ หรืออาหารเป็นพิษ ในหน้าฝนมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมากขึ้น นั่นก็เพราะว่าเชื้อโรคจเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศเย็นชื้นนั่นเองค่ะ แค่ฉีดวัคซีนอาจจะไม่ได้ช่วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ควรจะหมั่นดูแลความสะอาดของอาหารและน้ำของน้องๆอย่างสม่ำเสมอ อีกโรคที่ทาสแมวทุกคนอยากจะร้องกรี้ดหากแมวของคุณเกิดเป็นขึ้นมานั่นก็คือโรคผิวหนัง อากาศชื้นทำให้ตามซอกหลืบในร่างกายอับชื้นได้ง่ายหากเกิดการสัมผัสน้ำ อาจะเกิดเป็นผื่นคัน และน้องๆบางตัวก็เกาแรงจนเป็นแผล ติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบต่อเนื่องไปอีก หรือโรคที่ติดต่อง่ายอย่างเชื้อรา ไม่เพียงแต่แมวจะติดแมวกันเอง เชื้อรานี้สามารถติดต่อสู่คนได้อย่างง่ายดาย และใช้เวลารักษานานด้วยล่ะค่ะกว่าจะหายสนิท ควรจะหมั่นเช็คดูให้ดีว่ามีอาการคันผิดปกติไหม ถ้าเค้าเกาที่เดิมซ้ำ ให้รีบพาไปหาคุณหมอเพื่อนำยามารักษาก่อนจะลามเป็นวงใหญ่ดีกว่านะคะ ไม่ว่าจะสัตว์เลี้ยงอะไรก็ตามย่อมต้องการความเอาใจใส่อยู่ตลอด […]

ทาสแมวจงฟัง! เมื่อเจ้าลูกแมวกลายเป็นแมวโต

ทาสแมวจงฟัง! เมื่อเจ้าลูกแมวกลายเป็นแมวโต #ทาสแมว

ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากแมวเด็กจนกลายเป็นแมวโตนั้นเป็นที่ทราบกันดีกันในหมู่ทาสแมวอย่างเราๆค่ะว่ามีระยะเวลาประมาณหนึ่งปีถึงแม้ผ่านไปเป็นปีแล้วแมวของคุณยังคงขี้เล่นขี้อ้อนและเป็นเจ้าดื้อประจำบ้านอยู่แต่ความต้องการของเจ้าแมวนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงค่ะเมื่อเข้าสู่ช่วงที่น้องๆโตเต็มไวอาหารที่เราให้ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพราะสารอาหารที่เค้าต้องการนั้นจะต้องมีวิตามินและแร่ธาตุในระดับที่พอเหมาะพอดีกับน้องๆในการเป็นแมวโตค่ะ วิธีการดูแลแมวโต การให้อาหารน้องๆเป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงเป็นสิ่งแรกเพราะแมวโตจริงๆแล้วจะไม่ได้ต้องการพลังงานเยอะเหมือนลูกแมวที่กำลังเจริญเติบโตหากยังให้อาหารลูกแมวต่อไปอาจเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้เจ้าแมวมีน้ำหนักตัวเกินขนาดแต่เป็นโรคอ้วนพร้อมโรคอื่นๆแทรกซ้อนตามมาได้ค่ะถ้าหากว่าไม่มั่นใจสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ที่ไปหาเป็นประจำได้นะคะส่วนเรื่องการเปลี่ยนอาหารนั้นควรจะค่อยๆเปลี่ยนอาหารที่ละน้อยจากอาหารเจ้าลูกแมวไปเป็นอาหารสำหรับแมวโต ระยะเวลาในการเปลี่ยนอาหารควรให้ค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหนึ่งอาทิตย์ค่ะโดยการเทอาหารสองชนิดรวมกันครึ่งครึ่งหรือเทแยกไว้สองถ้วยให้น้องๆได้ลองชิมก่อนเจ้าแมวจะได้คุ้นเคยกับรสชาติและสารอาหารของอาหารสูตรใหม่เพราะบางรายเปลี่ยนแบบหักดิบไปเลยกระเพาะน้องๆอาจจะรวนรบไม่ไหวแล้วมีอาการท้องเสียตามมาได้ค่ะ  สำหรับการออกกำลังกายในแมวโตจะมีกล้ามเนื้อมากขึ้นและตัวโตขึ้นอีกสามสี่เท่าการออกกำลังกายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทาสแมวควรพาเจ้าแมวขยับร่างกายออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้น้องๆแข็งแรงและสุขภาพดีซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลดีทั้งในเรื่องของการรักษารูปร่างของเจ้าแมวและทำให้จิตใจของเค้าสดใสร่าเริงอารมณ์ดีและมีความสุขอีกด้วย เรื่องควรระวังเพื่อการดูแลแมวโต มีคำแนะนำของคุณหมอค่ะว่าหากแมวมีอายุประมาณ14 เดือนแล้วคุณหมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของน้องๆอีกหนหนึ่งและให้ทาสแมวมั่นใจว่าแมวจะมีภูมิคุ้มกันจากโรคต่างๆซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะแน่ใจได้เลยว่าแมวจะปลอดภัยจากพวกปรสิตต่างๆที่สร้างความรำคาญทั้งเราและแมวของเราโดยการหมั่นหยอดยาไล่เห็บหมัดและดูแลรักษาเรื่องการถ่ายพยาธิด้วยค่ะ อีกทั้งถ้าน้องๆเป็นหนุ่มสาวเริ่มมีอาการฮีทอยากจะหาคู่หากทาสแมวไม่ได้คาดหวังการมีลูกแมวน้อยๆก็แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ในเรื่องของการทำหมันไว้จะดีกว่าเพราะมีผลเกี่ยวกับการคุมกำเนิดน้องๆมากหมายด้วยวิธีการทำหมันช่วยทั้งในเรื่องของอารมณ์ของน้องๆจะลดความเกรี้ยวกราดลงไปให้กลายเป็นแมวเชื่องๆตัวหนึ่งและจะลดอาการสเปรย์ฉี่หรือการสร้างอาณาเจตด้วยการปัสสาวะรดตามซอกหลืบและเตียงนอนของคุณได้อีกด้วยค่ะ #ทาสแมว #ลูกแมว #เจ้าเหมียว

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ สก็อตติช โฟลด์กันเถอะ

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ สก็อตติช โฟลด์กันเถอะ

สก็อตติช โฟลด์ แมวปุกปุยทรงสเน่ห์ เลี้ยงง่ายและเข้ากันได้กับเพื่อนๆของเค้ารวมถึงทุกคนในครอบครัว แมวพันธุ์นี้เป็นที่นิยมในเมืองไทยเอย่างแพร่หลาย มีฟาร์มที่ผันตัวเป็น breeder ผุดขึ้นมามากมายจริงๆค่ะ เพราะแมวพันธุ์นี้ทั้งน่ารัก นิสัยดี แถมรูปลักษณ์ยังสวยงาม มีหลากหลายชนิด พร้อมทั้งหลากหลายลายและสีอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของ สก็อตติช โฟลด์ สก็อตติช โฟลด์ แมวที่มีลักษณะโดดเด่นเรื่องของหูพับนี้ ได้ถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1796 เรื่องเกิดขึ้นจากกะลาสีเรือชาวอังกฤษท่านนึงได้นำแมวที่มีลักษณะหูตกมาจากประเทศจีน จึงถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แมวแต่ก็ไม่มีผู้กล่าวถึงอีกจนกระทั่งปี 1961 ในประเทศ Scottland เกิดลูกแมวหูตกขึ้นอีกครั้ง เป็นลูกแมวหูตกตัวเดียวในครอกนั้น เจ้าเหมียวมีนามว่า Susie ตามประวัติกล่าวว่าซูซีเป็นแมวที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่าง บริติช ชอร์ตแฮร์ กับแมวสายพันธุ์พื้นเมืองที่นั่น และนั่นคือต้นกำเนิดของแมวหูพับนั่นเองค่ะ สก็อตติชถือเป็นแมวที่ผสมค่อนข้างยาก น้องๆไม่สามารถข้ามสายพันธุ์ได้มากนักเนื่องจากลูกแมวจะมีปัญหาด้านสุขภาพ แต่ก็มีหลายๆคนไม่ได้ศึกษาให้ดีและนำน้องผสมปนเปไปหมด จนลูกหลานของเจ้าแมวนั้นอาจจะกระดูกไม่แข็งแรงได้ หากใครต้องการรับเลี้ยงน้องๆให้ศึกษาฟาร์มและพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของลูกแมวให้ดี เพื่อระวังการเกิดลูกแมวที่ไม่สมบูรณ์ต่อไปค่ะ ลักษณะของแมวพันธุ์ สก็อตติช โฟลด์ ข้อมูลทั่วไปของแมวพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ แมวพันธุ์นี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของแมวที่มีขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ น้ำหนักราวๆ 8-12 ปอนด์ และอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 9-12 ปีเลยล่ะค่ะ น้องๆมีลักษณะขนตั้งแต่ […]

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ เปอร์เซีย กันเถอะ

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ เปอร์เซีย กันเถอะ

เหมียวๆเปอร์เซีย หรือ Persian เรียกได้ว่าเป็นราชินีแมวที่มาจากดินแดนตะวันออกกลาง และแน่นอนค่ะว่าชื่อเปอร์เซียนั่นก็เพราะว่าน้องๆมีถิ่นกำเนิดมาจากแถบเปอร์เซีย หรือประเทศอิหร่านและตุรกีในปัจจุบันนั่นเองค่ะ แมวเปอร์เซียเนี่ยนับว่าเป็นแมวสายพันธุ์แรกที่มีคนนำเข้ามาในไทยเลยก็ว่าได้ และเพราะหน้าตาที่น่าเอ็นดูและขนปุกปุยของน้องๆทำให้แมวสายพันธุ์นี้ยังคงได้รับความนิยมในหมูทาสแมวเป็นอย่างมากๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งนอกจากจะมีหลากหลายสีสัน นิสัยพื้นฐานของเจ้าเหมียวพันธุ์ ประวัติความเป็นมาของเปอร์เซีย แมวพันธุ์เปอร์เซียนับเป็นแมวสายพันธุ์โบราณชนิดหนึ่ง จริงๆแล้วประวัติความเป็นมาของน้องๆยังไม่ชัดเจนนัก แต่ในช่วงค.ศ. 1500 มีการพบแมวขนยาวในประเทศอิตาลี แต่กล่าวคือแมวเหล่านั้นถูกนำเข้ามาจากเปอร์เซียค่ะ และเมื่อศตวรรษที่ 17 ชาวอิตาลีนาม Pietro della Valle ผู้ที่ท่อนเที่ยวไปยังอาณาจักรเปอร์เซีย ได้รับแมวเปอร์เซียตัวหนึ่งมา เพื่อนำมาพัฒนาสายพันธุ์ต่อ ซึ่งสมัยนั้นแมวเปอร์เซียมีฉายาว่าแมวทราย เพระาอาศัยแถบทะเลทราย จะมีคนยาวหยาบเพื่อป้องกันตัวจากสิ่งแวดล้อมที่มีทรายล้อมรอบนั่นเอง ในอีกหลายร้อยปีต่อมา มีบันทึกว่ามีเจ้าของแมว ที่ครอบครองขนยาวจากตุรกี พวกมันกำลังถูกพัฒนาสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนในศตวรรษที่ 19 ลูกหลานของเจ้าแมวตัวนั้นถูกนำมาผสมพันธุ์กับแมวอิตาลี และนั่นถือเป็นจุดกำเนิดของแมวเปอร์เซียโดยแท้ ถึงจะเป็นแมวจากสายพันธุ์โบราณ แต่ที่จริงแล้วน้องๆก็ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากมนุษย์นั่นเองค่ะ ลักษณะของแมวพันธุ์เปอร์เซีย ข้อมูลทั่วไปของแมวพันธุ์เปอร์เซีย ถูกจัดให้เป็นแมวที่มีขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ กระดูกค่อนข้างแข็งแรงและมีหัวและหน้ากลม ส่วนของหน้าผากเป็นโหนก แก้มเต็มๆและมีดวงตาที่กลมโต แต่ดวงตาน้องๆมีลักษณะพิเศษตรงที่ตาทั้งสองข้างจะอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างจากกันมากกว่าแมวพันธุ์อื่นๆค่ะ ส่วนจมูกในวงการเค้าจะเรียกว่าเป็นแมวจมูกหัก เพราะหากมองจากด้านข้างแล้วจะเห็นจุดหัดหรือมุมหักระหว่างจมูกกับหน้าผากอย่างชัดเจน และเมื่อมองด้านหน้าตรงๆแล้วจะเห็นเป็นขีดระหว่างดวงตา แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่มีนิสัยอ่อนโยนมากๆและเข้ากับคนได้ง่าย เพราะพื้นฐานนิสัยแล้วค่อนข้างร่าเริงและซุกซน มักจะปีนป่ายไปตามจุดต่างๆเพื่อที่จะหาของเล่น แถมเจ้าพวกนี้ยังช่างประจบประแจงมากๆเลยล่ะค่ะ เรียกว่ามีไหวพริบหรือเจ้าเล่ห์ก็ไม่แน่ใจ […]

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์อเมริกัน ชอร์ตแฮร์กันเถอะ

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์อเมริกัน ชอร์ตแฮร์กันเถอะ

เหมียวสายพันธุ์อเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ตามชื่อแล้วแน่นอนว่าเป็นแมวสายพันธุ์จากอเมริกาแน่นอนค่ะ แต่จริงๆแล้วน้องมีเชื้อสายมาจากประเทศแถวยุโรปนะคะ และค่อยแพร่หลายมายังอเมริกา เมื่อสมัยที่ชาวยุโรปเนี่ยออกเดินทางเพื่อหาดินแดนใหม่ พวกเค้าได้พกเจ้าเหมียวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ติดเรือไปไหนมาไหนกับเค้าด้วย เพื่อให้แมวคอยจับหนูที่จ้องจะทำลายข้าวของและแอบกินสเบียง และต่อมาจึงได้มีการพัฒนาสายพัยธุ์ จนแมวพันธุ์นี้จึงเป็นแมวพื้นเมืองที่มีขนสั้นของอเมริกาในที่สุดค่ะ ประวัติความเป็นมาของอเมริกันชอร์ตแฮร์ แมวพันธุ์อเมริกัน ชอร์ตแฮร์ แม้ว่าจะถูกจัดอยู่ในแมวพื้นเมืองของอเมริกา แต่ต้นกำเนิดจริงๆก็มาจากทวีปยุโรป ซึ่งมีการับบันทึกเกี่ยวกับแมวพันธุ์นี้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1904 ว่าต้นกำเนิดจริงๆแล้วมาจากพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ ซึ่งนับเป็นบรรพบุรษของน้องๆสายพันธุ์นี้ อเมริกันชอร์ตแฮร์ถูกพัฒนามาเพื่อเป็นแมวที่จะใช้ควมคุมประชากรของสัตว์ตัวเล็กที่ก่อกวนครัวเรือนของมนุษย์ จำพวกหนูนั่นเอง เพราะการถูกสร้างเป็นผู้ล่า แมวชนิดนี้จึงไม่ค่อยขี้เกียจนัก มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ และแข็งแรง ซึ่งสมัยก่อนคนจะนิยมเลี้ยงไว้นอกบ้าน ทำให้ขนน้องๆหนาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง ลักษณะของแมวพันธุ์อเมริกันชอร์ตแฮร์ ข้อมูลทั่วไปของแมวพันธุ์อเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ถูกจัดให้เป็นแมวขนาดกลาง แต่มีพละกำลังสูง ด้วยกระดูกและกล้ามเนื้อที่แน่นและหนัก รูปร่างกลมหนาของน้องๆ ทำให้เค้าดูค่อนข้างมีน้ำหนักเมื่อเวลาเราอุ้มจะรู้สึกได้เลยค่ะ และด้วยการที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างดีนี่แหละค่ะทำให้เค้าแข็งแรง มีแรงกล้ามเนื้อที่เยอะพอสมควร อกกว้าง คอหนา และกรามแข็งแรงมากๆ ปากของเค้าถูกพัฒนามาอย่างดี ทำให้กินอาหารคำใหญ่ๆได้ ขาค่อนข้างหนาและมั่นคงแข็งแรง และมีความสามารถในการล่าสูง เพราะด้วยต้นกำเนิดแล้วน้องๆถูกเลี้ยงมาเพื่อไล่สัตว์เล็กจำพวกหนูออกจากบ้าน หรือฟาร์มของชาวเกษตรกรนั่นเอง ขนของน้องๆถึงจะสั้นแต่ก็มีความหนาแน่นมากๆ และขนจะหนาและยาวกว่าปกติเมื่อเข้าฤดูหนาวค่ะ ส่วนลดลายของขนที่เราเห็นกันนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของนักล่า เพื่อเอาไว้อำพรางตัวเองหรือป้องกันตัวนั่นเอง […]

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ บริติช ชอร์ตแฮร์กันเถอะ

ทาสแมวจงฟัง! มารู้จักกับแมวพันธุ์ บริติช ชอร์ตแฮร์กันเถอะ

ที่จริงแล้วบนโลกใบนี้ของเราเนี่ย เจ้าเหมียวมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์มากๆค่ะ แต่คราวนี้เราจะพามาเริ่มรู้จักกับสายพันธุ์ที่กำลังเป็นกระแสนิยมของคนเลี้ยงแมวในช่วงสองสามปีที่ผ่านมากัน นั่นก็คือ บริติช ชอร์ตนั่นแฮร์นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าเหมียวพันธุ์นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแมวที่แสนจะขี้เล่น และมีสเน่ห์เอามากๆ เพราะเค้ามีความจงรักภักดีต่อเจ้าของเหมือนได้รับยีนส์ของสุนัขมายังไงอย่างงั้นแหละ ! ลักษณะของแมวพันธุ์บริติชชอร์ตแฮร์ ข้อมูลทั่วไปของแมวพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์  แมวพันธุ์นี้จัดว่าเป็นแมวที่มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ มีน้ำหนักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 12 ปอนด์เลยทีเดียวค่ะ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 7-12 ปี สีตาของน้องๆมีตั้งแต่สีเขียวมรกต สีฟ้า สีทอง และตาสองสี ลักษณะของขนน้องแมวพันธุ์นี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ สีค่อนข้างจะนวลเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ถึงมีลายลายก็จะไม่คมชัดมากค่ะ ที่สำคัญคือหากเป็นแมวสีอ่อนเช่นสีทอง ปลายหางและใต้เท้าจะมีขนสีดำ และเจ้าแมวพันธุ์นี้หากใครเลี้ยงแล้วจะต้องคอยช่วยแปรงขนน้องบ่อยๆกว่าแมวพันธุ์อื่น ยิ่งช่วงเวลาเปลี่ยนฤดูกาลผลัดขน หากเราช่วยแปรงดีๆ ขนจะหนาขึ้นอีก นุ่มฟูน่ากอดมากๆเลยล่ะค่ะ เนื่องจากเป็นแมวขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ กล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดหลักบริเวณขาของน้องๆจะแข็งแรงมาก รวมถึงมีกระดูกที่หนักไปด้วยค่ะ ด้วยกล้ามเนื้อเยอะๆนี้จึงส่งผลให้น้องมีรูปร่างกลมหนาตุ๊บตั๊บ เรียกได้ว่าเป็นแมวพันธุ์ที่ร่างดายได้รับกาพัฒนามาเป็นอย่างดี น้องแมวจะมีอกกว้าง คอหนา กรามแข็งแรง(มากกก) และมีรูปปากที่ทานอาหารได้ง่ายกว่าแมวหน้าสั้นพันธุ์อื่น แถมยังเป็นนักล่าชั้นดีที่ล่าหนูและแมลงในบ้านของคุณได้ด้วย หากเลี้ยงให้ห้องแอร์ที่มีอากาศเย็นสบายตลอด ขนของน้องๆจะยิ่งฟู หนาแน่นขึ้นไปอีกค่ะ ลักษณะนิสัยของน้องๆ เรียกได้ว่าเป็นคู่หูคู่ใจของทาสแมวเลยก็ว่าได้ เพราะน้องเค้าเป็นแมวที่ค่อนข้างสุขุม เลี้ยงง่ายกินง่าย และมีความจงรักภักดีมากๆ เค้าจะชอบมีปฏิสัมพันธ์กับทุกๆคนในครอบครัว และนิสัยขี้เล่นของเค้านี่แหละค่ะที่ทาสต้องคอยเอาใจ เพราะต้องให้เวลาเล่นกับเค้าจริงๆ […]

ทาสแมวจงฟัง! เหมียวมีความหมาย

ทาสแมวจงฟัง! เหมียวมีความหมาย

เหมี๊ยววววว เสียงร้องเหมียวๆของเจ้าเหมียวมีความหมายแอบแฝงอยู่ น้องๆคงไม่ได้แค่ร้องไปเรื่อยเปื่อย ร้องเฉยๆ นึกอยากร้องก็ร้อง ซึ่งจริงๆแล้วเสียงร้องเหมียวนี่แหละค่ะคือวิธีการที่น้องแมวใช้สื่อสาร แถมยังเป็นการสื่อสารที่ซับซ้อนเหลือเชื่อเลยทีเดียว การที่น้องแมวเปล่งเสียงออกมารวมถึงวิธีการส่งเสียงจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกับเวลาคนใช้น้ำเสียงเนี่ยแหละค่ะ แมวของบางคนอาจจะเป็นแมวประเภทพูดเก่งบ่นเก่ง ไม่หลับไม่หยุดพูด หรือกระทั่งมีน้องแมวสงบเสงี่ยม จะร้องทียังออกมาแค่ลมแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน ซึ่งแมวแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเสียงร้องที่ค่อนข้างแตกต่างกันไปด้วย เช่นแมวบ้าน แมวไทยก็จะร้องเสียงแหลมเป็นเอกลักษณ์ของน้องๆนั่นเอง แต่ละเหมียวมีความหมายอย่างไรบ้างนะ – เสียงร้องเหมียวแบบคร่ำครวญ : เสียงร้องน้องแบบประเภทที่ฟังดูคร่ำครวญ แง้วๆๆๆ ไม่หยุด แถมยังจ้องหน้าแบบมีอะไรจะพูดอีกนั้น เป็นเสียงที่ทาสจะพบบ่อยที่สุดค่ะ การมีอากับกิริยาแบบนั้นโดยเฉพาะเวลาเราอยู่ในครัว หรือที่ๆเราแกะอาหารให้เค้าเป็นประจำนั้น น้องแมวจะจำค่ะว่าตรงนั้นคือห้องอาหารของเค้า การที่เค้าส่งเสียงก็เพื่อเรียกร้องความสนใจว่า นี่ฉันหิวแล้วนะมนุษย์ เทอาหารให้ฉันเดี๋ยวนี้ อะไรทำนองนั้นแหละค่า – เสียงร้องนิ่มๆ เพื่อการต้อนรับ : หากว่าทาสแมวเพิ่งเดินทางกลับมาที่บ้าน เมื่อเปิดประตู หรือก่อนเปิดประตู หากน้องแมวรับรู้ได้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น อาจแสดงถึงการต้อนรับกลับบ้าน การดีใจที่ได้เห็นทาสของตัวเองกลับมา น้องๆกำลังอ้อนจะอยากให้ทาสแมวทั้งหลายลูบหรืออุ้มค่ะ ถ้าได้รับการปรนนิบัติจากเรานางจะมีความสุขม๊ากกกเลยทีเดียวน้า – เสียงร้องแบบเชื้อเชิญ : เสียงร้องที่เจ้าเหมียวร้องแบบเชื้อเชิญ บางครั้งจะฟังดูน่ารำคาญสำหรับทาสแมวอย่างเราๆพอสมควรค่ะ มีอีกศัพท์นึงที่ใช้เรียกกันในวงการแมวก็คืออาการ “หง่าว” หมายถึงน้องๆถึงช่วงวัยผสมพันธุ์ กำลังพร้อมที่จำมีน้องมิ้วน้อยๆ จริงร้องเรียกเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้มาป๊ะกัน ซึ่งบางครั้งเราก็ได้ยินเสียงนั้นเหมือนเสียงเด็กทารกร้องยาวๆทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดเลยก็มีค่ะ – […]

ทาสแมวจงฟัง! ทำไมแมวถึงชอบไล่จับสัตว์เล็ก

ทาสแมวจงฟัง! ทำไมแมวถึงชอบไล่จับสัตว์เล็ก

แมวเป็นสัตว์ที่เกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณนักล่า พวกเค้ารักที่จะวิ่งไล่จับสัตว์เล็กๆแบบที่ฐานะนักล่าควรจะเป็น เจ้าเหมียวทั้งหลายถือว่าทำได้ดีมากจริงๆ บางครั้งแมวก็ไม่ได้ล่าเพื่อเป็นอาหารหรือเพราะมันหิว ที่จริงเวลาแมวล่าสัตว์ต่างๆเพราะสัญชาตญาณทางธรรมชาติของมัน แต่เรื่องนี้สำหรับแมวบ้านที่ทาสแมวเลี้ยงอยู่ก็ควรระวังมันจะสร้างปัญหาคาบซากสัตว์มาฝากคุณ หากคุณเลี้ยงแมวระบบเปิดก็ควรใส่ปลอกคอที่มีกระดิ่ง นอกจากจะช่วยแสดงความเป็นเจ้าของไม่ให้โดนเทศบาลจับแล้ว ยังช่วยชีวิตสัตว์จำพวกนกได้อีกด้วย เพราะกระดิ่งจะดังก่อนที่แมวจะถึงตัวนก ทำให้นกบินหนีได้ทันท่วงที ของขวัญจากการชอบไล่จับ  การที่แมวเหมียวที่บ้านนำซากจิ้งจก นก หรือหนูตายมาเป็นของขวัญที่ไม่น่าพึงประสงค์แก่ทาสแมวอย่างเราๆด้วยการที่พวกเค้าจะทิ้งเศษซาก ชิ้นส่วนเล็กๆไว้ให้เราดูต่างหน้าเพราะอยากจะให้เป็นของขวัญเรารึเปล่านะ ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดแต่นักวิจัยที่ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ได้กล่าวว่ามีเหตุผลอยู่สองประการที่น่าจะมีความเป็นไปได้นั่นก็คือ 1. เป็นสัญชาตญาณของความเป็นพ่อเป็นแม่ของเจ้าแมว เพราะแมวนั้นเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ล่า และหาอาหารมาให้กับครอบครัวของตัวเอง คล้ายๆกับที่เราเห็นสิงโตและฝูงของมัน จะต้องมีฝ่ายที่ออกไปล่าอาหารกลับมาเพื่อให้เด็กๆและหัวหน้าฝูงได้กินอิ่มหนำสำราญยังไงล่ะ 2. เป็นสัญลักษณ์แทนการบอกรักทาสจากเจ้าแหมียว มันอาจจะใช้วีธีนี้แสดงความรักต่อเจ้าของที่คอยดูแลและให้อาหารมันอย่างสม่ำเสมอ และเหนือสิ่งอื่นใด เพราะมันน่ะชอบไล่จับสัตว์ที่เป็นเหยื่อของมันเอามากๆ การล่ามาและได้เล่นกับซากสัตว์เหมือนจองเล่นนั่นคือความสุขและสนุกสุดๆสำหรับเจ้าแมวไปเลยล่ะ การที่แมวออกล่า ไปชอบไล่จับเนี่ย ลักษณะการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่เราจะเห็นความสามารถในการสะกดรอยตาม การส่งเสียงหลอกล่าเหยื่อและจังหวะที่เฉียบคมของแมว เค้าจะไล่ล่าจนกว่าจะรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยไปเอง และโดยทั่วไปแมวจะทำสิ่งนี้เมื่ออยู่ในสนามที่บ้านนั่นเองค่ะ เรื่องควรระวังเมื่อแมวชอบไล่จับสัตว์ต่างๆ หากคุณมีใจเมตตาและไม่อยากคอยตามเก็บซากสัตว์เหล่านั้น ก็ควรจะป้องกันให้ดี วิธีป้องกันไม่ให้แมวออกล่าสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นก็คือการเลี้ยงระบบปิดค่ะ แต่หากแมวใครที่เคยชินกับการออกนอกบ้าน ชอบวิ่งไล่จับนก อาจจะต้องสร้างความคุ้นเคยว่าเค้าเป็นแมวเลี้ยงในบ้านนะ กระตุ้นให้มันชอบเล่นในบ้านมากขึ้นด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้น้องๆไล่จับของเล่นกับแมวตัวอื่นๆในบ้านแทน เพื่อทดแทนความรู้สึกที่อยากจะออกล่า และเลิกที่จะส่งเสียงร้องขอออกไปล่านอกบ้าน การทำความสะอาดเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เร็วที่สุด หากคุณได้ของขวัญไม่พึงประสงค์จากเจ้าเหมียว ให้รีบห่อทิ้งอย่างมิดชิด แล้วเอาออกไปให้พ้นจมูกของพวกมัน ก่อนที่เจ้าแมวจะเข้าใจว่ามันทำดีแล้ว เจ้าทาสแมวนี่ชอบแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะได้รับของขวัญกองพะเนินที่เห็นแล้วแทบกรี๊ดแทนเลยล่ะค่ะ ขอบคุณภาพจาก […]

ไขข้อข้องใจกัน ! ทำไมน้องเหมียวชอบหนีออกจากบ้าน ทำไมแมวชอบออกไปเที่ยว ?

ไขข้อข้องใจกัน ! ทำไมน้องเหมียวชอบหนีออกจากบ้าน ทำไมแมวชอบออกไปเที่ยว

บรรดาทาสแมวทั้งหลายรับรองว่า คุณอาจจะต้องเคยประสบปัญหาเหล่านี้มาก่อน คุณจะต้องนึกสงสัยอย่างแน่นอนว่าแมวของคุณมีเหตุผลอะไรที่จะออกไปนอกบ้านบ่อยๆ ทำไมถึงชอบออกไปเที่ยวข้างนอก บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจกันว่าทำไมกันนะ เจ้าเหมียวสี่ขาพวกนี้ถึงไม่ค่อยจะอยู่บ้านกัน แมวหนีออกจากบ้าน แมวหนีเที่ยว มันจะมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง ไปดูกัน 1.แมวติดสัด แมวมีอาการฮีท ข้อนี้เป็นข้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ถ้าน้องแมวของคุณมีอาการติดสัด หรือมีอาการฮีทขึ้นมา ถ้าคุณจะหวังว่าให้เขามาอยู่นิ่งๆ มันเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลย เขาจะชอบออกไปข้างนอกหรือชอบวนเวียน เรียกร้องความสนใจอย่างหนักมาก ทางที่ดีหากคุณอยากป้องกันให้พาแมวของคุณไปทำหมันก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยได้ 2.พื้นที่คับแคบจนเกินไป ข้อนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก ในเฉพาะบางสายพันธุ์นั้นก็เหมือนกับเจ้าสุนัขเลยด้วยซ้ำ ที่น้องเขาต้องการมีพื้นที่ หากพื้นที่ๆคุณมีไว้สำหรับเลี้ยงน้องเขามีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ก็ต้องขอบอกเลยว่าอาจจะเป็นเหตุให้น้องแมวของคุณต้องเกิดอาการอึดอัดก็เป็นได้ เขาจึงพยายามหาทางออกหนีไปเที่ยวข้างนอกบ่อยๆ ถ้าเป็นไปได้คุณก็ควรหาโอกาสแล้วลองพาเขาออกไปข้างนอกบ่อยๆเพื่อไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดจนเกินไป 3.เจ้าของไม่ให้ความสนใจ ในบางครั้งหากน้องแมวของคุณรู้สึกว่าคุณนั้นไม่ให้ความสนใจกับเขาเลยก็อาจจะเหตุให้ น้องแมวร็สึกว่าเขาไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นหากน้องแมวชอบหนีออกไปเล่นข้างนอกบ่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดมาจากการที่คุณนั้นเพิกเฉยและไม่ค่อยเล่นกับเขา จนแมวของคุณรู้สึกเบื่อจนต้องออกไปหาสิ่งแปลกตาแปลกใจข้างนอกก็เป็นไปได้เหมือนกัน 4.เจอสิ่งแปลกปลอมนอกบ้าน แมวเป็นสัตว์ที่หวงอาณาเขตมาก เพราะฉะนั้นหากน้องแมวของคุณเจอสิ่งแปลกปลอมบริเวณรอบๆบ้านเขาอาจจะใส่ใจเป็นพิเศษจนต้องตามจับไปไกล ซึ่งเหตุนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งถ้ามีสิ่งที่สามารถหันเหความสนใจให้น้องแมวของคุณตามไป ซึ่งบางทีอาจจะเป็นสัตว์เล็กที่แมวของคุณอาจจะตามไล่จับจนไกล ซึ่งถ้าเป็นสาเหตุนี้เจ้าของก็ต้องหมั่นสังเกตบ่อยๆด้วยว่าน้องแมวของคุณนั้นเวลาหลังจากกลับไปเที่ยวมาจากนอกบ้านมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากคุณหรือเปล่า เป็น ข้อควรรู้สำหรับคนเลี้ยงแมว ที่ต้องให้ความใส่ใจและระมัดให้มาก #ทาสแมว #เจ้าเหมยว #ไขข้อข้องใจ

ทาสแมวจงฟัง! เรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆ

ทาสแมวจงฟัง! เรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆ

ทราบไหมคะว่าน้องแมวของพวกเรา นอกจากความน่ารักที่มาพร้อมกับแดเมจรุนแรงที่ทำให้หลายๆคนโดนตกจนกลายเป็นทาสแมวโดยปริยายไปแล้วนั้น พวกเขายังมีความลับและความอัศจรรย์แฝงอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายของเขาอีกด้วยค่ะ แอบกระซิบไว้ก่อนเลยว่าในอวัยวะต่างๆของน้องๆมีความพิเศษแฝงอยู่มากมายจนเราคาดไม่ถึง เรามาลองดูเรื่องลับฉบับน่ารู้ฉบับเหมียวๆกันดีกว่าค่ะ เรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆ : ความพิเศษของหนวดแมว ว่ากันว่าหนวดแมวคือสิ่งที่เจ้าเหมียวหวงแหนยิ่งนักค่ะ เพราะหนวดของน้องๆนี่แหละค่ะเป็นอวัยวะที่พิเศษมากๆ เจ้าเหมียวจะใช้หนวดเพื่อรับความรู้สึกเหมือนเซ็นเซอร์ดีๆนี่แหละค่ะ หนวดแมวเรียกได้ว่าเป็นเรดาห์ที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวสามารถสำรวจและรับรู้สิ่งที่อยู่รอบๆตัวเวลาที่พวกเขาอยู่ในที่มืดได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ เราเลยจะเห็นแมวเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนเพราะมีหนวดคอยช่วยรับสัมผัสรอบตัวนั่นเอง สำหรับลักษณะของหนวกแมวจะค่อนข้างยาวและหนากว่าขนค่อนข้างมากค่ะ หากสังเกตดีๆจะเห็นเลยนะคะว่าหนวดของน้องๆจะยาวเท่ากับความกว้างของลำตัวเสมอค่ะ เพื่อให้น้องสามารถเดินผ่านที่แคบๆ ซอกหลืบที่ชอบมุดกันเข้าไปนั่นแหละค่ะ หากหนวดผ่านเข้าไปได้ตัวน้องก็เข้าไปได้เช่นกัน ที่สำคัญทาสแมวต้องจำไว้นะคะว่าห้ามตัดหนวดแมวโดยเด็ดขาด ไม่งั้นน้องเหมียวของเราจะสูญเสียความมั่นใจและอาจทำให้เกิดภาวะเครียดได้เลยล่ะค่ะ เรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆ : ความพิเศษของตาแมว อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่าเจ้าเหมียวเนี่ยมีสายตาที่ดีมากๆ ทำให้เราเอาไปตั้งสำนวนแมวมองกันนั่นเองค่ะ แต่ที่จริงๆแล้วแมวเนี่ยอาจจะไม่ได้สายตาดีมากขนาดที่เราคิดค่ะ ที่จริงแล้วตาแมวเนี่ยสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าทาสแมวอย่างเราๆมากกว่าถึง 8 เท่าเลยล่ะค่ะ แต่นั่นก็ทำให้น้องๆมองในที่สว่างได้ไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ จะสังเกตได้จาะรูม่านตาของแมวที่จะขยายตอนกลางคืน แต่หดเล็กลงตอนกลางวัน นั่นก็เพราะตาของเจ้าแมวจะลดการรับแสงนั่นเองค่ะ เหมียวๆของเราจะเห็นในที่สว่างได้ดีในระยะประมาณ 1-2 ฟุตเท่านั้นเองค่ะ เพราะเหตุนี้แมวจึงมีนิสัยย่องเบาเข้าหาเหยื่อนั่นเอง และเรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆเกี่ยวกับการมองเห็นยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจค่ะ คือตาของแมวสามารถมองเห็นสีฟ้ากับเหลืองได้ดีแค่สองสีเท่านั้นค่ะ ส่วนสีเขียวกับแดงจะมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่นัก ทำให้โลกผ่านตาแมวนั้นสีจะค่อนข้างซีดกว่าที่ทาสแมวอย่างเราเห็นกันค่ะ เรื่องลับน่ารู้ฉบับเหมียวๆ : ความพิเศษของจมูกแมว แน่นอนค่ะว่าแมวอาจจะไม่ได้มีสัมผัสการรับกลิ่นเก่งเท่ากับสุนัข แต่ประสาทการรับกลิ่นของน้องๆนั้นก็ยังถือว่าดีมากเลยทีเดียวค่ะ โพรงจมูกของแมวเนี่ยถ้าเทียบกับขนาดตัวของเขาแล้วถือว่าใหญ่กว่าทาสๆ 4-5 เท่าเชียวนะคะ แมวจะใช้ประสาทสัมผัสการดมเพื่อแยกแยะค่ะว่าแมวไหนเป็นใคร ใช่แมวเพื่อนมั้ย มนุษย์คนนี้ใช่ทาสของเรารึเปล่า รวมถึงยังใช้กลิ่นเพื่อสร้างอาณาเขตด้วยค่ะ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยเวลาที่แมวเหมียวจะดมอาหารก่อนกินเสมอ กลิ่นจะเป็นตัวตัดสินค่ะว่าจะกินหรือไม่ […]