ความแตกต่างของ “การเลี้ยงสุนัขของคนไทย” กับ “การเลี้ยงสุนัขของคนตะวันตก”

ความแตกต่างของ “การเลี้ยงสุนัขของคนไทย” กับ “การเลี้ยงสุนัขของคนตะวันตก”

ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ๆ การเลี้ยงสุนัขก็ย่อมจะแตกต่างกันออกไป แต่สำหรับสมัยนี้การเลี้ยงสุนัขให้เติบโตแข็งแรงและมีวิธีการที่ดีในการพัฒนาสุนัขมากที่สุด เราย่อมต้องแนะนำการเลี้ยงสุนัขของชาวตะวันตกที่ถูกนำมาเป็นมาตรฐานการเลี้ยงดูสุนัขของคนทั่วโลกในการเลี้ยงซึ่งก็ทำให้สุนัขได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ดีทีเดียว แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงดูแบบใด สำหรับคนไทยส่วนมากแล้ง พวกเราก็ยังคงเลี้ยงสุนัขตามแบบเอกลักษณ์ของตัวเองแม้ว่าบางแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่เห็นดีกับการเลี้ยงสุนัขแบบตะวันตกจะยังทำให้แอบรู้สึกขัดแย้งในการเลี้ยงสุนัขของคนไทยกันเองบ้าง แต่สุดท้ายหากจะให้เข้าใจกันจริง ๆ เราต้องศึกษาจุดเด่นในการพัฒนาสุนัขที่แตกต่างกันของคนไทยกับคนจะวันตกต่างหาก วันนี้เราจึงนำข้อสรุปจุดเด่นของ “การเลี้ยงสุนัขของคนไทย” กับ “การเลี้ยงสุนัขของคนไทย” มาบอกเล่าให้ทุกคนได้รู้กันเพื่อให้ยอมรับการเลี้ยงดูที่สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรสุนัขก็แฮปปี้ได้ทั้งนั้น การเลี้ยงสุนัขของคนไทย “การเลี้ยงสุนัขของคนไทย” เป็นการเลี้ยงสุนัขแบบให้อิสระเพื่อความสุขในการพัฒนาด้านอารมณ์และสังคมของสุนัขควบคู่กันกับหารทำหน้าที่อย่างมีระเบียบในบ้านของตัวเอง ซึ่งในเวลาเย็นช่วง 4 โมงจรดกลางคืนจะให้สุนัขอยู่ในบ้านเป็นยามเฝ้าบ้านแต่ละส่วน จนถึงเวลาเช้าตั้งแต่ 7 โมงเป็นต้นไปเมื่อสุนัขกินข้าวจนอิ่มแล้วก็จะปล่อยให้สุนัขออกไปวิ่งเล่นได้ตามใจชอบ เพราะมันจะคุ้นชินกับสภาพแวดบ้อมบริเวณรอบหมู่บ้านหรือตามซอยอยู่แล้วและจะกลับมาในเวลาเดิม ๆ ตลอดจึงถือว่ามีระเบียบพอสมควร สุนัขได้ทั้งการออกไปเล่นกับเพื่อนสุนัขด้วยกันและได้ทำกิจกรรมกับเจ้าของ ช่วยเจ้าของดูแลบ้านด้วย และการให้อาหารก็สมเหตุสมผลกับนิสัยสุนัขไทยที่ติดอยู่กับการกินข้าวกับเนื้อเยอะจนอิ่มอร่อยทำให้สุนัขไทยมักตัวใหญ่และออกอ้วนสมบูรณ์ การเลี้ยงสุนัขของคนตะวันตก “การเลี้ยงสุนัขของคนตะวันตก” จะเน้นระเบียบในการเลี้ยงดูและอบรมสุนัขให้อยู่ในกรอบมาก โดยมักจะเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านแต่แบ่งโซนแยกต่างหากของเจ้าของบ้านกับสุนัข เพราะข้างนอกอากาศค่อนข้างหนาว เลี้ยงสุนัขด้วยอาหารเม็ดและของหวานตามโอกาสเป็นหลัก อีกทั้งมีการตรวจสุขภาพประจำจึงทำให้สุนัขมีร่างกายพัฒนาตามวัยที่เหมาะสมทุกตัว ซึ่งด้วยความที่อยู่อย่างอบอุ่นในบ้านทำให้สุนัขเลี้ยงมักจะชอบอยู่กับเจ้าของมากกว่าออกไปเที่ยวตระเวนเล่นกับสุนัขอื่น ๆ หากจะมีก็แค่คุยกันผ่านรั้วตามบ้านที่ติดกันเท่านั้น ไม่ค่อยเดินห่างจากบ้านตัวเองมาก อีกทั้งยังมีข้อตกลงในการพาสุนัขออกไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะหรือละแวกหมู่บ้านสัปดาห์ละ 2 – 3 สัปดาห์อยู่แล้วเพื่อความปลอดภัยทำให้สุนัขของคนตะวันตกค่อนข้างมีความสุขุมและไม่เดินไปไหนมาไหนข้ามถนนตัดหน้ารถใด ๆไ เลย แม้ว่าบ้านบางหลังจะเป็นสนามหญ้าโล่ง ไม่มีรั้วก็ตาม แต่หากเป็นช่วงฤดูร้อนก็จะเลือกออกจากบ้านมานอนในบ้านสุนัขข้างนอกแทนก็เป็นความแตกต่างเช่นนี้ รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 […]

3 สัญญาณขาดน้ำอันตรายของสุนัข

3 สัญญาณขาดน้ำอันตรายของสุนัข

สัญญาณการขาดน้ำพบได้กับทุกสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และการใช้ชีวิตประจำวันของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ด้วย สำหรับมนุษย์แล้วอาการขาดน้ำจะไม่ค่อยพบเท่าไหร่นักหากไม่ใช่ในเวลาที่เจ็บป่วยหนักหรืออยู่ในสถานที่แห้งแล้งซึ่งขาดแคลนน้ำ ด้วยมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการดำรงชีวิตดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีและปกป้องร่างกายตัวเองจากความเจ็บป่วยอยู่เสมอ อีกทั้งในสมัยนี้พวกอาหารเสริมและเครื่องดื่มที่ให้เกลือแร่ก็มีให้เลือกมากมาย ทำให้การขาดน้ำพบได้ยากกว่าเมื่อก่อน แต่วันนี้เราจะมาบอกเล่ากันถึงอาการขาดน้ำในสุนัขที่เป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มการพบด้านขาดน้ำมากที่สุดในหมู่สัตว์ต่าง ๆ เพราะเป็นสัตว์ที่ต้องใช้พลังงานสูงและต้องหาแหล่งน้ำเองในหลายครั้งที่เจ้าของไม่ได้เติมน้ำให้ ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงมาก ฉะนั้นคุณจึงต้องรู้ถึง 3 สัญญาณขาดน้ำอันตรายของสุนัขเพื่อดูแลสุนัขคุณให้ทันการณ์ก่อนที่เขาจะป่วย สุนัขขาดน้ำจะหอบแรง สุนัขที่ร่างกายขาดน้ำจะมีสัญญาณแรกมาก่อน คือ การหายใจที่ติดขัด ด้วยปกติแล้วเวลาที่สุนัขร้อนก็มักจะหอบและหายใจถี่เพื่อให้ตัวเองมีระบบการหายใจที่ปรับตัวให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่เหมาะสมได้ และสุนัขก็มีชั้นไขมันที่หนาด้วยจึงระบายความร้อนภายในร่างกายไม่ค่อยเสถียรนัก แต่เมื่อใดที่คุณเห็นอาการหอบแรงจนตัวโยน มีเสียงดังกว่าปกติ และมีการสะท้านของร่างกายช่วงหลัง มีการยกที่มากจนเห็นได้ทันทีที่หายใจเข้า – ออกแปลว่าสุนัขของคุณกำลังมีสัญญาณของการขาดน้ำที่อันตราย สุนัขขาดน้ำจะน้ำลายไหลข้น หลายครั้งที่เรามักเห็นสุนัขน้ำลายไหลซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากวันใดที่คุณเห็นสุนัขตัวเองน้ำลายไหลออกมาน้อยมากและน้ำลายก็ดูจะมีความเหนียวความข้นผิดปกติเมื่ออยู่บนริมฝีปากที่เป็นหยดจะไหลแต่ก็ไม่ไหล นั่นเป็นสัญญาณว่าสุนัขคุณกำลังขาดน้ำอยู่ซึ่งน้ำลายที่ข้นและเหนียวก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงปากที่แห้ง ไม่ชุ่มชื้น และมีน้ำอยู่ในร่างกายที่น้อยมากได้ สุนัขขาดน้ำจะนอนฟุบทั้งวัน สุนัขที่ขาดน้ำจะมีอาการไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหว เพราะเขาจะรู้สึกเหนื่อย ยิ่งเดินมากหรือวิ่งมากก็ยิ่งหิวน้ำมากขึ้นเท่านั้นจึงมักจะนอนฟุบอยู่ภายใต้ร่มไม้ หลังคาบ้าน หรือตามมุมว่างของซอกที่เก็บของต่าง ๆ ที่ให้ความเย็นแก่สุนัข หากคุณเห็นสุนัขนอนฟุบ เรียกแล้วหันมาแต่ไม่ค่อยยอมขยับเขยื้อนไปไหน นั่นหมายความว่าสุนัขคุณมีสัญญาณการขาดน้ำได้ รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://phys.org/ รูปภาพที่ 2 : https://www.bbc.com/ […]

How To หาคู่ที่ใช่สำหรับสุนัขของคุณ

How To หาคู่ที่ใช่สำหรับสุนัขของคุณ

“เมื่อไหร่จะมีใคร ใครสักคนที่เป็นของเรา” แม้แต่สุนัขก็ยังมีโมเม้นต์เหงาสไตล์สัตว์โสดได้ไม่แตกต่างจากมนุษย์เราเลย แค่เพียงเขามีการแสดงออกที่แอบแตกต่างจากเราก็เท่านั้นเอง แถมที่มากไปกว่านั้นคือไม่สามารถแสดงออกความรู้สึกที่อยากบอกใครได้ด้วย ซึ่งหากเป็นสุนัขจรจัดหรือสุนัขนอกบ้านก็คงไม่เป็นไร เพราะพวกเขาสามารถหาคู่ของตัวเองตามธรรมชาติของสัตว์เที่ยวเตร่มีอิสระได้อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรในเมื่อสุนัขตัวนั้นที่ทำท่าทางแสนเหงาหงอยกลับเป็นสุนัขของคุณเอง ซึ่งแม้ว่าคุณจะไม่อยากเพิ่มภาระใหม่ให้ตัวเองต้องเลี้ยงลูกสุนัข แต่คุณไม่สามารถห้ามธรรมชาติตามวัยของสุนัขคุณที่ต้องการมีการปฏิสัมพันธ์กับสุนัขต่างเพศได้หรอก หากเขาถูกขัดขวางในสิ่งเหล่านี้ก็อาจทำให้เกิดความกดดันจนสุดท้ายก็กลายเป็นสุนัขที่ไม่ยอมเล่นกับคุณและอารมณ์เสียได้ง่ายด้วย คุณจึงควรหาคู่ที่ใช่ให้สุนัขซึ่งหากไม่อยากมีลูกก็พาเขาไปทำหมันได้ โดยสุนัขต่างเพศที่จะเหมาะสมกับสุนัขคุณจะหาได้จากไหนมาดูกันเลย เลือกสุนัขพันธุ์เดียวกันมาเป็นคู่ เมื่อการเลี้ยงสุนัขตัวเดียวอาจจะทำให้คุณกับสุนัขของคุณแอบรู้สึกเหงาได้ การเลี้ยงสุนัขเพศตรงข้ามกับสุนัขปัจจุบันของคุณจึงสามารถช่วยให้ชีวิตของคุณมีสีสันเพิ่มขึ้นได้แบบหลากหลายเพราะสุนัขต่างเพศจะมีนิสัยแตกต่างกัน อีกทั้งสุนัขต่างเพศหากเป็นสุนัขที่พันธุ์เดียวกันก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เข้าใจนิสัยและอารมณ์กันได้มากกว่าสุนัขคนละพันธุ์ ทำให้ไม่ค่อยมีความขัดแย้งกัน เหมาะจะเป็นคู่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาได้ เลือกสุนัขข้างบ้านมาเป็นคู่ หากคุณไม่อยากที่จะหาสุนัขตัวไหนมาเป็นคู่ให้ลำบากแล้วล่ะก็ลองพาสุนัขของคุณไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรม Outdoors สนุกสนานนอกบ้านดู แล้วเขาอาจจะได้พบกับสุนัขต่างเพศที่ทำให้เขาใจเต้นแรง รู้สึกอยากเข้าใกล้ได้ด้วยตัวเขาเองด้วยเพียงมาบริเวณในหมู่บ้านหรือไม่ไกลจากบ้านตัวเองนัก แล้วเขาจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น สามารถไปหาสุนัขได้ด้วยตัวเองนอกบ้านในขณะที่อยู่ในสายตาของเราห่าง ๆ ได้ด้วย เลือกสุนัขแข็งแรงมาเป็นคู่ แม้ว่าสุนัขของคุณจะทำหมันแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุนัขต่างเพศจะไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขคุณซึ่งคุณต้องหาคู่โดยเลือกสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรงมาเพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ดี ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สุนัขของเขา หากสุนัขตัวนั้นมีเจ้าของแล้วสุนัขเราทำให้สุนัขเขาเป็นอะไรขึ้นมาก็อาจมีปัญหาได้ มากไปกว่านั้นอาจทำให้สุนัขคุณรู้สึกแย่ไม่น้อยที่ไม่ระวังตัวจึงต้องตรวจดูสุขภาพสุนัขที่จะมาเป็นคู่สุนัขคุณให้ดีก่อน รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.istockphoto.com/ รูปภาพที่ 2 : https://dogsbestlife.com/ รูปภาพที่ 3 : https://www.klook.com/ รูปภาพที่ 4 : https://www.cesarsway.com/

การกระทำที่เจ้าของต้องรับผิดชอบเมื่อสุนัขตัวเองกัดคนอื่น

การกระทำที่เจ้าของต้องรับผิดชอบเมื่อสุนัขตัวเองกัดคนอื่น

เชื่อว่าทุกคนย่อมต้องเคยมีประสบการณ์การถูกสุนัขไล่กวดเวลาเดินหรือขับรถผ่านมันไปเป็นธรรมดา ซึ่งแค่มันมาเห่าเราก็รู้สึกไม่ชอบใจมากพออยู่แล้ว อะไรกัน คือฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้พวกเธอเลย จู่ ๆ มาเห่าแบบนี้คิดว่าตัวเองเก๋ามากนักหรือไง แล้วสุนัขดูจะดุแบบนี้เจ้าของทำไมปล่อยให้ออกมาไล่คนแบบนี้เนี่ย ไม่ว่าใครก็ย่อมคิดตำหนิในใจแบบนี้ทุกราย แต่บอกเลยว่าคงไม่มีอะไรจะน่าโมโหและเจ็บใจไปมากกว่าการที่เราถูกสุนัขกัดอีกแล้วทั้งที่ก็ไม่ได้ไปทำอะไรอีกฝ่ายเลย หากเป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของเราก็คงโกรธไม่มากเท่านี้ แต่นี่สุนัขที่กัดเราเป็นสุนัขมีเจ้าของด้วย แสดงว่าเขาย่อมต้องไม่เคยดูแลสั่งสอนสุนัขตัวเองอย่างแน่นอนและคงได้ใจที่ไม่มีใครมาร้องเรียนใด ๆ เลย ทั้งไล่กวดทั้งกัดคนอื่นแบบนี้บอกเลยว่ามาถึงเราที่เป็นคนถูกสุนัขคุณกัด คุณเป็นเจ้าของก็ต้องรับผิดชอบ! แต่มันคือการรับผิดชอบตามความผิดอันสมควรทางกฎหมาย อย่าได้ใช้กำลังกันด้วยอารมณ์นะ ไม่อย่างนั้นเรื่องใหญ่แน่ หลัก ๆ ก็มี 3 ข้อของการรับผิดชอบที่เจ้าของสุนัขที่กัดเราต้องทำอย่างเหมาะสม ซึ่งหากเขาไม่ทำคุณก็เรียกร้องหรือท้วงได้ ดังนี้ เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ที่ถูกสุนัขของตัวเองกัดตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลที่ทำแผลฆ่าเชื้อ ฉีดวัคซีน และหากเกิดโรคหรืออาการแทรกซ้อนจากแผลที่ถูกสุนัขกัดไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้ระดับน้อยอย่างการขึ้นผื่นและตุ่มไปจนถึงระดับรุนแรงทางระบบประสาท เป็นไข้ ต้องได้รับการแอดมิดในห้องพักของโรงพยาบาล เจ้าของสุนัขที่กัดก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน และควรจะมาเยี่ยมเยียนขอโทษฝ่ายที่ถูกสุนัขกัดด้วย  เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบค่าปรับทางกฎหมาย เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบค่าปรับทางกฎหมายโทษฐานที่ปล่อยให้สุนัขตัวเองออกไปกัดคนอื่นโดยจ่ายไม่เกิน 10,000 บาท หรือหากไม่จ่ายให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมชดเชยค่าสินไหม หากไม่ทำจะยิ่งเป็นโทษหนักสามารถฟ้องร้องได้ เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบโดยกักบริเวณสุนัขตัวเอง เจ้าของสุนัขที่กัดคนต้องรับผิดชอบโดยการกักบริเวณสุนัขตัวเองไม่ให้ออกมาไล่กวดหรือกัดใครได้อีกจนกว่าจะสั่งสอนดูแลสุนัขให้สงบเสงี่ยมเป็นมิตรกับคนอื่นได้ หรือปล่อยออกมาเป็นบางเวลาที่คนไม่ค่อยออกจากบ้าน ซึ่งหากสุนัขดื้อจะออกก็ต้องอุดรูและทำรั้วให้สูงไม่ให้มีช่องที่สุนัขออกมาได้  รูปภาพประกอบ : Pixabay #สัตว์โลกน่ารัก #ทาสหมา #ทาสแมว #สุนัข

3 สัญญาณการหอนที่บ่งบอกว่า “สุนัขเห็นผ.ผี!”

3 สัญญาณการหอนที่บ่งบอกว่า “สุนัขเห็นผ.ผี!”

เชื่อว่าพวกเราหลายคนที่บ้านมีสุนัขหรืออยู่ในซอยที่เต็มไปด้วยสุนัขมากมายย่อมจะต้องเผชิญกับปัญหาเสียงหอนของสุนัขในเวลากลางคืนกันมาไม่มากก็น้อยจนจากที่หนวกหูทุกคืนก็เริ่มจะชาชินแล้ว เพราะมันก็ไม่ได้หอนกันเสียงดังขนาดนั้น แถมการหอนก็หอนไม่ต่างกับตอนที่ได้ยินเสียงจากคลื่นวิทยุดัง ๆ มาในลักษณะของเสียงหอนแบบตรง ๆ ทำให้ไม่ค่อยมีผลใด ๆ ที่ไม่ดีต่อหูเท่าไหร่ แค่นี้จิ๊บ ๆ ชิลล์ ๆ มาก แต่เรามั่นใจเลยว่าลึก ๆ แล้วทุกคนย่อมต้อง “กลัวผี”ด้วยกันทั้งนั้นและไม่มีใครหรอกที่ไม่กลัวเสียงหอนของสุนัขเวลาที่เห็นผี ทว่าด้วยความที่อยู่กับสุนัขมาโดยตลอดทำให้เราพากันคิดว่าการที่สุนัขหอนไม่ได้หมายความว่าพวกมันเห็นผีนี่ มีแค่ในหนังผีที่หลอกเราเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว การที่สุนัขเห็นผีแล้วหอนนั้นเป็นเรื่องจริง เพียงแต่ที่คุณได้ยินเสียงหอนของสุนัขตัวเองจนชินนั้นเพราะเป็นเสียงหอนที่ไม่น่ากลัวจนเรารู้แล้วว่ามันหอนเรียกตัวเมียกัน แต่ลองดูหากว่าวันใดที่จู่ ๆ พวกสุนัขพากันหอนเสียงไม่เหมือนเดิมพร้อมกับลักษณะที่ผิดแปลกไปจากเดิมแล้วล่ะก็นั่นเป็นสัญญาณว่าคืนนี้พวกมันไม่ได้หอนเหมือนปกติ แต่พวกมันหอนเพราะ “เห็นผี!”ต่างหาก สุนัขหอนพร้อมมองไปในที่ว่างเปล่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่สุนัขจะหอนดิน ฟ้า อากาศทั่วไปหากมันหอนไปในทิศทางใดก็ตามย่อมหมายความว่าทิศทางที่มันหอนนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์หรืออาจจะเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างพวกสัตว์ นก หรือแมลงต่าง ๆ ที่แปลก แต่หากบริเวณนั้นมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีต้นไม้ปกคลุมเป็นที่หลบซ่อนตัวของสิ่งใด ๆ ได้หรือเรามองแล้วก็ไม่มีอะไรตรงนั้นเลย แถมตาสุนัขยังจ้องความว่างเปล่าอย่างไม่วางตาด้วยยิ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่า “สุนัขเห็นผี!” ต้นเสียงหอนของสุนัขมีลักษณะครวญ หากเป็นการหอนปกติทั่วไปแล้วล่ะก็การหอนของสุนัขจะเป็นในลักษณะเสียงที่มีระดับตรงกันตั้งแต่ต้น แต่หากต้นเสียงของสุนัขเริ่มจากน้ำเสียงที่ครวญเหมือนคนที่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดก่อนจะต่อยอดเป็นเสียงสูงแล้วล่ะก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่า “สุนัขเห็นผี!”ได้ เพราะเมื่อสุนัขเห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติมักจะเกิดคลื่นบางอย่างที่สัมผัสได้จนทำให้ต้องร้องครวญครางตามลักษณะของสัญญาณที่ให้บรรยากาศเปลี่ยนไป สุนัขหอนด้วยน้ำเสียงอ่อน สุนัขที่หอนปกตินอกจากจะมีเสียงสูงแล้ว การหอนก็จะเต็มเสียงจนมีเอกลักษณ์ของตัวเองทุกครั้ง เรียกได้ว่าพลังเสียงมาเยอะแบบทรงพลังมากยิ่งเวลาร้องเรียกหาตัวเมียด้วยแล้ว แต่หากเป็นสัญญาณที่บอกว่า “สุนัขเห็นผี!” กลับกันสุนัขจะหอนด้วยน้ำเสียงอ่อนแต่ก็ดังแบบหลอน ๆ […]

3 สุนัขที่เลี้ยงแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับแมว

3 สุนัขที่เลี้ยงแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับแมว

สำหรับใครที่เป็นคนชื่นชอบแมวและเป็นทาสในเลเวลที่สูงลิ่วก็คงใฝ่ฝันที่จะได้เลี้ยงเขาเป็นเพื่อนแก้เขาใกล้ชิดและบางคนก็อยากเลี้ยงไว้เหมือนลูกด้วย แต่ในความจริงแล้วจะทำอย่างไรดีในเมื่อเรามีข้อจำกัดสารพัดไม่ว่าจะเป็นการแพ้ขนแมวที่ฟูฟ่อง การต้องทำความสะอาดขนแมวที่หลุดล่วงง่ายตามพื้นบ้าน และการต้องจัดการกับความซนธรรมชาติของแมวที่ชอบปีนป่ายเล่นนู่นเล่นนี่จนการเก็บของสำคัญนั้นมีความน่าระแวงน่ากลัว ว่าเขาจะแอบมาเล่นจนเสียหายตลอดเวลา หรือด้วยเหตุใดก็ตามแต่ที่ทำให้คุณเลี้ยงแมวไม่ได้แต่ยังดีที่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ แน่นอนว่าพวกคุณย่อมอยากจะได้สุนัขสักตัวที่มีความน่ารักคล้ายแมว แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนและดูแลบ้านได้ตามหน้าที่ประจำของความเป็นสุนัข คราวนี้ก็ได้เวลาแล้วที่คุณจะได้ไปเลือกสุนัขที่เหมาะกับสายรักแมวแต่เลี้ยงน้องไม่ได้ จะมีสุนัขพันธุ์ใดบ้างนะที่เลี้ยงแล้วให้ความรู้สึกอินเลิฟมุ้งมิ้งเหมือนอยู่กับแมวได้มาดูกันเลย! สุนัขพันธุ์ปั๊ก “สุนัขพันธุ์ปั๊ก” เป็นสุนัขที่แค่มองภายนอกก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับแมวแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นดวงตาที่ใสแป๋วกลมโตเวลาจับจ้องผู้คนและการแสดงออกทางสีหน้าที่บางครั้งก็หงอยบ้างสลับกันกับเวลาปกติที่ชอบแลบลิ้นเอียงคอยิ้มน่ารักยิ่งทำให้แลดูน่าเอ็นดู นอกจากนี้สุนัขพันธุ์ปั๊กยังเป็นมิตรกับทุกคนด้วย และมีความซุกซนชอบคลอเคลียเจ้าของคล้ายกับนิสัยแมวไปอีก  สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ “สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์” เป็นสุนัขที่มีขนฟูและนิสัยขี้เล่น ชอบอ้อน ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง รักเจ้าของ เฟรนด์ลี่และรุกอีกฝ่ายแบบอยากได้ความรักโดยการชอบโถมกอดเหมือนแมวมาก ใครที่ชื่นชอบแมวไม่ควรจะพลาดเลี้ยงน้องโกลเด้นรีทรีฟเวอร์เลยโดยเฉพาะคนที่ชอบแมวเปอร์เซีย ขนกับหางน้องสุนัขพันธุ์นี้จะเหมือนกันมาก แต่ก็สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ้านและนอกบ้านเลย ขนไม่หลุดง่ายเหมือนแมวด้วย สุนัขพันธุ์ชิวาว่า “สุนัขพันธุ์ชิวาว่า” เหมาะกับคนที่เป็นสายทาสแมวทั่วไปมาก เพราะรูปร่างของน้องสุนัขชิวาว่าจะมีลักษณะผอมเพรียวคล้ายแมว หูใหญ่ ใบหน้าเล็ก และมีขนนุ่มน่ารักน่ากอดมาก แถมยังยิ้มเก่ง ยิ้มง่ายด้วย นอกจากนี้นิสัยของสุนัขชิวาว่าก็มักจะชอบกระโดดอยู่กับที่และชอบวิ่งเล่นเหมือนแมวด้วย เอามาเลี้ยงแล้วคุณจะรักเขามากอย่างแน่นอน แถมเวลากอดเขาก็มักจะเอาหน้ามาไซ้คอเราแบบกุ๊กกิ๊กจริง รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.petsayhi.com/ รูปภาพที่ 2 : https://shopee.co.th/ รูปภาพที่ 3 : https://pet.kapook.com/ รูปภาพที่ 4 : […]

ของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียง่าย

ของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียง่าย

หลาย ๆ คนน่าจะเคยให้ของหวานสุนัขกินอย่างเอร็ดอร่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม ขนมหวาน ขนมปังสอดไส้ นมหวาน และอื่น ๆ สารพัดของหวานอีกมากมายที่เราไม่กินแล้วหรืออยากให้สุนัขที่เรารักได้มีโอกาสกินของหวานที่เราชอบด้วยอย่างเท่าเทียมกันเหมือนเพื่อนรู้ใจและพี่น้อง ซึ่งก็ดีหากคุณมีน้ำใจและมีความเมตตาหวังดีให้พวกเขาได้ลิ้มลองของอร่อย ๆ ที่ไม่ใช่ว่าสุนัขทุกตัวจะได้มีโอกาสกิน แต่! ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะสายของหวานที่มักจะเอาของหวานทุกชนิดที่ซื้อมาให้สุนัขของคุณกินบ่อย ๆ โดยไม่มีความรู้เลยว่าในหมู่ของหวานหลายอย่างที่คุณให้สุนัขกิน อาจจะมีของหวานบางอย่างที่สุนัขกินไม่ได้ หากให้เขาท้องกินแล้วจะเกิดผลเสียต่อร่างกายทำให้สุนัขปวดท้องและท้องเสียได้ง่ายมาก ในวันนี้เราจึงอยากนำเรื่องราวที่ควรรู้เกี่ยวกับ 3 ของหวานสุดอันตรายต่อลำไส้ของสุนัขมาบอกคุณกันเพื่อไม่ให้ความหวังดีกลายเป็นความรู้สึกผิด คุณต้องหลีกเลี่ยงการให้สุนัขกินของหวานเหล่านี้มากที่สุด! “ช็อคโกแลต” ของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียง่าย “ช็อคโกแลต” เป็นของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียได้ง่ายมาก เพราะฤทธิ์ของช็อคโกแลตนั้นมีความเข้มข้นสูงซึ่งเกินกว่าที่สุนัขจะรับไหว ไม่ว่าจะเป็นความหวานและความขมที่มาจากช็อคโกแลตซึ่งเข้มข้นมาก อีกทั้งยังมีสารธีโอบรอมีนที่อยู่กลุ่มเดียวกับคาเฟอีน โดยจะถูกดูดซึมที่ระบบทางเดินอาหารอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนรูปที่ตับ ก่อนจะขับออกทางปัสสาวะ โดยทำให้มีของเสียออกมาคู่กันด้วยจากการที่มันทำให้สุนัขท้องเสีย แต่หากได้นมมาผสมมากกว่าสัดส่วนของช็อคโกแลตก็จะลดความเข้มข้นของสารนี้ได้ดีทำให้มีผลเสียต่อสุนัขน้อย “น้ำตาลเทียม” ของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียง่าย “น้ำตาลเทียม” ของหวานนี้ค่อนข้างเป็นอันตรายต่อสุนัขสูงมากกว่าของหวานชนิดอื่น เพราะมีสารไซลิทอลซึ่งจะทำให้สุนัขอ้วนง่าย ท้องเสียบ่อย และถึงขั้นเป็นเบาหวานรุนแรง ตับวาย อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อชักกระตุก และสุดท้ายก็จะหายใจติดขัดจนอ่อนแรง เดินไปไหนมาไหนไม่สะดวก แค่เคลื่อนไหวเล็กน้อยก็จะเหนื่อยแล้ว เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมากยิ่งให้กินบ่อย ๆ ก็ยิ่งอาการรุนแรง “กาแฟนม” ของหวานที่ทำให้สุนัขท้องเสียง่าย “กาแฟนม” ของหวานนี้จะมีคาเฟอีนซึ่งเป็นสารกระตุ้นหัวใจที่ไม่ควรเข้าสู่เลือดของสุนัข […]

“ปลอกคอสุนัข” สำคัญไฉน?

“ปลอกคอสุนัข” สำคัญไฉน?

เราอาจจะเห็นสุนัขเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะมี “ปลอกคอ”สวมอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปจนบางคนก็เกิดความสงสัยว่าหากสุนัขไม่สวมปลอกคอจะเป็นอย่างไร สำคัญด้วยหรือที่ว่าสุนัยจะต้องมีปลอกคอ ไม่มีปลอกคอ ในเมื่อโดยธรรมชาติแล้วสุนัขก็อยู่แบบตัวเปล่ามานาน เราไม่จำเป็นต้องสวมใส่สิ่งของให้เขาเลยก็ยังได้ แต่รู้หรือไม่? สิ่งของนั้นเมื่อขึ้นชื่อว่า “ปลอกคอสุนัข” มันย่อมไม่ใช่ของสวมใส่ธรรมดาที่หลายคนควรมองข้าม เพราะปลอกคอสุนัขเป็นสิ่งที่มีค่าในความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยงดูและสุนัขแต่ละตัวที่สวมใส่มาก หากไม่มีก็อาจจะเกิดปัญหามากมายตามมาและอาจทำให้เราสูญเสียเจ้าสุนัขที่เรารักไปก็ได้ใครเล่าจะรู้ วันนี้คงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนควรจะได้รู้ว่าปลอกคอสุนัขที่เราเห็นนึกว่าใส่ตามแฟชั่นนั้นแท้จริงแล้วความสำคัญของมันอยู่ที่ไหนกันแน่ เมื่อรู้ก็จงอย่ารอช้าที่จะมอบปลอกคอให้แก่สุนัขของคุณ หากคุณรักเขา ปลอกคอสุนัขแสดงถึงการมีเจ้าของ ปลอกคอสุนัขเป็นสัญลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็รู้ได้ว่าหากสุนัขตัวไหนสวมใส่แล้วย่อมหมายความว่าสุนัขตัวนั้นมีเจ้าของเลี้ยงดูและคอยควบคุมอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นก็คงไม่ซื้อปลอกคอดี ๆ มาใส่ให้สุนัขจรจัดแน่นอน ด้วยเหตุนี้การใส่ปลอกคอสุนัขขึงเป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่าสุนัขตัวนี้ไม่ใช่สุนัขที่ใครจะมาทำอะไรตามอำเภอใจหรือมารังแกได้ เพราะมีเราเป็นเจ้าของอยู่แล้ว หากทำให้สุนัขเราเจ็บก็สามารถเรียกร้องเอาความได้หรือหากสุนัขเราไปสร้างปัญหากับใคร เราก็จะได้รับผิดชอบให้ถูกเพราะมีปลอกคอยืนยันอยู่ว่าเป็นสุนัขมีเจ้าของ ปลอกคอสุนัขบ่งบอกถึงบุคลิกสุนัขได้ ปลอกคอสุนัขแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่แล้วในการเลือกลักษณะปลอกคอและสีสัน เรามักจะต้องดูจากความรู้สึกของเราที่มีต่อบุคลิกของเจ้าสุนัขที่ตัวเองเลี้ยงก่อนอยู่แล้วว่าเขามีนิสัยอย่างไร และเพศไหน หากเป็นสุนัขตัวผู้ที่ค่อนข้างเคร่งขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ก็อาจซื้อปลอกคอสุนัขแนวฮิป ๆ แบบชาวแร็ปอาร์ตมา หรือหากเป็นสุนัขที่มีนิสัยขี้อ้อน ตัวเมียก็อาจซื้อปลอกคอสุนัขสีชมพูอ่อนเล็ก ๆ บางลายน่ารักก็ได้ ผู้คนที่เห็นจะรู้ได้ทันทีว่าสุนัขของคุณมีนิสัยอย่างไรและควรระวังในการเข้าใกล้หรือไม่ ปลอกคอสุนัขสามารถป้องกันสุนัขหายได้ ปลอกคอสุนัขเป็นเสมือนเครื่องติดตัวที่หากสุนัขของเราหลงทางหรือหายไป เราสามารถติดป้ายประกาศหรือให้คนในละแวกใกล้เคียงออกตามหาสุนัขได้โดยติดภาพสุนัขที่สวมปลอกคอพร้อมลักษณะเด่นของเขา ยิ่งมีปลอกคอสุนัขแบบนี้ก็จะหาเจอง่ายมากยิ่งขึ้น และหากจะให้ดีคุณก็ควรซื้อปลอกคอที่มีลายเฉพาะไม่ซ้ำกับใครก็จะช่วยให้เจาะจงเวลาเกิดเหตุการณ์พลัดหลงบ้านได้เยอะเลย รูปภาพประกอบ : Pixabay#ปลอกคอสุนัข #ทาสหมา #ทาสแมว

ทำไมสุนัขบางสายพันธุ์ต้องตัดขน?

ทำไมสุนัขบางสายพันธุ์ต้องตัดขน?

“การตัดขนสุนัขนั้นสำคัญไฉน?” เป็นคำถามของผู้ที่รักการเลี้ยงสุนัขในรุ่นเก่าที่หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน การตัดขนสุนัขแทบจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวจนใคร ๆ ต่างก็ขำขันกันว่าจะไปตัดขนสุนัขทำไม ธรรมชาติให้เขามาอย่างนี้ก็ควรจะปล่อยไว้ให้เป็นไปตามที่เขาเป็น แต่ในวันนี้กลับมีร้านตัดขนสุนัขและอาบน้ำผุดขึ้นมาเป็นธุรกิจหลายแห่งจนเรียกได้ว่าเหมือนดอกเห็ดซึ่งคนไทยหลายคนที่เป็นผู้รักการเลี้ยงสุนัขในรุ่นใหม่ ๆ ก็มักจะนำสุนัขของตัวเองไปตัดขนกันทั้งนั้นเสมือนกับที่คนต้องตัดเล็บเลย นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยแล้วว่ามันจำเป็นมากเลยหรือกับการที่สุนัขต้องตัดขน ความจริงแล้วการตัดขนสุนัขนั้นจะทำกับสุนัขเพียงสายพันธุ์เท่านั้น ไม่ได้ใช้กับสุนัขทุกสายพันธุ์ โดยใช้เฉพาะกับสุนัขพันธ์ไทยที่จนไม่เยอะ สมัยก่อนที่สุนัขพันธุ์ต่างประเทศยังไม่เข้ามาจึงไม่ค่อยมีร้านตัดขนสุนัข หากอยากรู้ว่าการตัดขนสุนัขสำคัญแค่ไหนล่ะก็ตามมาดูกันเลย การตัดขนสุนัขสามารถป้องกันขนบังหน้าได้ สุนัขที่เป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศมักจะมีขนที่ยาวและฟูจนอาจทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตกับพวกเขาได้ โดยที่เห็นชัดที่สุดคือ หากปล่อยให้ขนยาวตามธรรมชาติเช่นนี้ต่อไป สุนัขบางพันธุ์ที่ขนยาวมากจะไปบดบังตาและใบหน้าของเขาได้จนทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการมองเห็น เป็นอันตรายได้อย่างสูง และดูรุงรังยุ่งเหยิง การตัดขนสุนัขสามารถป้องกันสิ่งสกปรกสะสมได้ การตัดขนสุนัขสามารถป้องกันสิ่งสกปรกสะสมได้ ด้วยธรรมชาติของสุนัขแล้วพวกเขามักจะชอบซุกซนไปวิ่งเล่นหรือเอาตัวคลุกกับขี้ดิน ขี้โคลนจนมีสิ่งสกปรกติดมาตามขน อีกทั้งยังมีเห็บหมัดที่อยู่ตามร่างกายด้วย แม้จะอาบน้ำก็ยังไม่สามารถขจัดออกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หากขนน้องเขายาวฟูแบบนี้ก็จำเป็นต้องตัดเพื่อให้สิ่งสกปรกติดตามตัวสุนัขได้ยากขึ้น ไม่มีการสะสมและอาบน้ำเอาเห็บหมัดออกได้อย่างทั่วถึง ไม่มีที่ให้สัตว์ร้ายขนาดจิ๋วซ่อนตัวอยู่ การตัดขนสุนัขทำให้สุนัขไม่ร้อน ประเทศไทยนับวันอากาศก็ยิ่งร้อน ขนาดมนุษย์เรายังทนไม่ไหว แล้วสุนัขที่เต็มไปด้วยขนยาวหนาจะไหวได้อย่างไร ยิ่งเป็นสายพันธุ์จากเมืองหนาวก็ยิ่งเป็นปัญหาสำหรับพวกเขามากยิ่งขึ้นแม้จะปรับตัวกับอากาศเมืองไทยได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีข้อจำกัดด้านความอดทนเหมือนกัน ฉะนั้นการตัดขนสุนัขจึงมีความสำคัญในการลดความอึดอัด ความร้อนกายของพวกเขาได้มากขึ้น คงเข้าใจกันแล้วสินะว่าการตัดขนสุนัขไม่ใช่แฟชั่นแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้แน่นอนว่าหากสุนัขของคุณเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศที่ประสบปัญหาตามที่เรากล่าวมาก็จำเป็นที่จะต้องพาน้องไปตัดขนเพื่อสุขภาพอนามัยและความน่ารักของเขากัน  รูปภาพประกอบ : Pixabay #ทาสหมา #ทาสแมว #สุนัข #ตัดขนสุนัข

How To ป้อนอาหารไม่ให้สุนัขงับมือ

How To ป้อนอาหารไม่ให้สุนัขงับมือ

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังประสบปัญหากับสุนัขของตัวเองทุกครั้งเวลาที่เราจะให้อาหารเขา สุนัขก็มักจะชอบมือเราทุกทีซึ่งหากคุณเป็นแฟนคลับสุนัขหลายสายพันธุ์หรือเคยไปบ้านคนอื่นแล้วเห็นการป้อนอาหารสุนัขที่เขาสามารถกินอาหารที่เจ้าของให้ได้โดยที่ไม่งับมือเจ้าของก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าสุนัขแม้จะมีสายพันธุ์ที่ต่างกันแต่เวลากินอาหารนั้น พวกเขามีความเข้าใจในสัญชาตญาณการกินที่ไม่เหมือนกันเลย ด้วยความที่พื้นเพสุนัขก็มาจากสัตว์ป่าทำให้มันคุ้นชินกับการกินอาหารเองโดยไม่มีคนป้อน ทำให้หากเราไม่สอนสุนัขกินอาหารที่ป้อนมาก่อน สุนัขก็จะงับมือเราไปด้วยทันทีโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจเลย สุนัขก็แค่คุ้นชินกับการที่เขากินอาหารคำโตแบบเพลิน ๆ ทันทีที่ปากอ้าแล้วงับลงไปก็เท่านั้น ซึ่งหากได้รับการสอนป้อนอาหารให้สุนัขเปลี่ยนมารู้จักการค่อย ๆ กินอาหารก็จะทำให้เขาไม่งับมือคุณเอง แต่หากเป็นกรณีที่สุนัขคุณสอนยากก็อาจใช้วิธีการป้อนอื่นที่จะทำให้ไม่โดนน้องงับมือได้เหมือนกัน แบมือป้อนอาหารไม่ให้สุนัขงับมือ การที่คุณแบมือให้อาหารสุนัขก็เปรียบเสมือนว่ามือของคุณคือพื้นราบเรียบที่เมื่อเขาเห็นแล้วแทนที่จะอ้าปากงับ สุนัขจะใช้วิธีการเลียอาหารแล้วค่อย ๆ เอาลิ้นดุนเข้าไปในปากเองโดยอัตโนมัติ เริ่มแรกให้คุณแบมือแล้วใช้นิ้มโป้งจับอาหารชิ้นเล็ก ๆ ไว้ก่อนแล้วพอสุนัขจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก็ค่อยปล่อยให้ลิ้นเขาได้สัมผัสกับอาหารก่อนจะกินเข้าไป เท่านี้คุณก็จะสามารถป้อนอาหารให้สุนัขได้โดยไม่โดนน้องงับมือแล้ว จับปากสุนัขไว้แล้วป้อนอาหารไม่ให้งับมือ การจับปากสุนัขสามารถทำให้คุณป้อนอาหารให้สุนัขได้โดยไม่ถูกสุนัขงับมือ วิธีการก็ไม่อยากเพียงแค่คุณเอื้อมมือไปจับบริเวณคางกับปากล่างของสุนัขเบา ๆ เพื่อล็อกปากล่างไม่ให้ขยับมางับคุณได้ก่อนจะยื่นอาหารไปป้อนสุนัขที่ลิ้นแล้วค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากปากล่างของสุนัขช้า ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการบีบหรือจับส่วนนั้นของเขาทันทีทันใดเลย ให้ลูบขนบริเวณคอแบบเนียน ๆ ก่อนแล้วจึงไล่ระดับมาถึงบริเวณคางก่อนจะจับให้สุนัขผ่อนคลาย เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเจ้านายตัวเองกำลังบังคับไม่ให้เขากินอาหารอย่างเป็นอิสระ หย่อนอาหารป้อนใส่ปากสุนัขไม่ให้งับมือ อีกหนึ่งวิธีการป้อนอาหารไม่ให้สุนัขงับมือที่ใช้ได้ดี คือ การหย่อนอาหารชิ้นเล็ก ๆ เข้าปากสุนัขโดยการย่อตัวลงพร้อมยื่นมือที่จับอาหารให้สุนัขเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมทำท่าปล่อย แน่นอนว่าสุนัขจะอ้าปากทันที เมื่อนั้นคุณก็ค่อย ๆ ย่อระดับมือลงแล้วปล่อยอาหารลงในปากสุนัขในตำแหน่งที่พอดีทันทีที่เขาพร้อมจะกินแล้ว แบบนี้สุนัขไม่งับมือเวลาป้อนอาหารแน่นอน รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.youtube.com/watch?v=YZkLEwgOclk รูปภาพที่ 2 : https://www.dogilike.com/ […]

3 ปลอกคอที่ไม่ควรใส่ให้สุนัข

3 ปลอกคอที่ไม่ควรใส่ให้สุนัข

สุนัขที่ถูกนำมาเลี้ยงทุกตัวย่อมจำเป็นต้องมีปลอกคอเพื่อสวมใส่ให้คนรู้ว่าสุนัขตัวดังกล่าวมีเจ้าของอยู่แล้ว และปลอกคอย่อมสามารถบอกได้ด้วยว่าสุนัขตัวใดเป็นสุนัขของเราหากมีการหลงทางหรือสูญหายจนต้องให้คนตามหา เพราะสุนัขที่พันธุ์เดียวกันบางตัวก็มีสีขนและลวดลายที่เหมือนกันจนอาจมองออกยากว่าสุนัขตัวใดคือสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวจริงของเรา ด้วยเหตุนี้ หากบ้านใดไม่ใส่ปลอกคอให้สุนัขก็จะเท่ากับเป็นการละเลยสุนัขที่ตัวเองเลี้ยงในเบื้องต้นเช่นกัน ทำให้การสวมปลอกคอให้สุนัขกลายมาเป็นที่นิยมปฏิบัติกันในทุกบ้านและยังต่อยอดจนกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่เจ้าของสุนัขยุคใหม่ต่างก็เลือกปลอกคอแฟชั่นมาใส่ให้สุนัขกันมากมายซึ่งก็ดูเก๋ไก๋ดี แต่วันนี้เราจะขอมาเตือนสำหรับปลอกคอบางประเภทที่คุณไม่ควรให้สุนัขใส่ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนกับสุนัขที่คุณเลี้ยงได้ง่าย ๆ เลย ปลอกคอโซ่สำหรับสุนัข เจ้าของสุนัขเลี้ยงมากมายที่เป็นสายฮิปฮ็อปชอบความอาร์ตและความหรูหราแบบเก๋ไก๋สมัยใหม่ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ชายมักจะใส่ปลอกคอที่เป็นโซ่ให้กับสุนัขเพราะเวลาสุนัขตัวเองเดินไปไหนมาไหน โซ่ที่เป็นโลหะจะได้เปล่งประกายต้องกับแสงได้ชัดเจน เมื่อพลัดหลงก็เห็นสุนัขได้ง่าย ๆ แถมยังสามารถใส่ได้แน่นหนาด้วยอีกต่างหาก แต่ที่จริงแล้วมันคือความโชคร้ายของสุนัขที่ได้สวมใส่ปลอกคอโซ่มาก ด้วยตัวโซ่เมื่ออยู่กลางแจ้งต้องกับแสงแดดแล้วจะทำให้แสบตาของสุนัขมากและยังร้อนง่ายอีกด้วยจึงไม่ควรใส่ปลอกคอแบบนี้ให้สุนัขเลี้ยงของคุณ ปลอกคอผ้าใบสำหรับสุนัข ปลอกคอผ้าใบ เป็นปลอกคอที่มีความบางและหลุดออกมาได้ง่ายมาก อีกทั้งเวลาที่สุนัขไปวิ่งเล่นซนข้างนอก เอาตัวไปคลุกน้ำโคลนหรือเล่นดินเล่นทรายมากมายก็ยังทำให้ปลอกคอผ้าใบเปื้อนและเปียกแฉะจนต้องถอดออกมาซักเป็นประจำด้วย บางครั้งสุนัขก็อาจจะรู้สึกว่ามันดูห้อยและรุงรังจนเผลอกัดเล่นทำให้ต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่ก็มี จึงไม่เหมาะจะนำปลอกคอแบบนี้มาให้สุนัขเลี้ยงของคุณสวมใส่ ปลอกคอหนังสำหรับสุนัข บอกเลยว่าอากาศเมืองไทยร้อยมาก ร้อนทุกฤดูและร้อนแม้แต่กลางคืน ยิ่งช่วงเวลากลางวันแล้วล่ะก็บอกเลยว่าเหมือนถูกรายล้อมด้วยเครื่องทำอุณหภูมิให้อุ่นทั่วทุกสารทิศเลย ขนาดคนเรายังร้อนขนาดนี้เวลาทั้งเวลาที่ใส่เสื้อกล้ามและเสื้อสีดำที่ดูดความร้อน แล้วสุนัขเลี้ยงของคุณที่ใส่ปลอกคอหนังสัตว์ซึ่งเป็นตัวดูดความร้อนชั้นดีแบบนี้จะทนความร้อนและความแสบจากปลอกคอหนังได้อย่างไร อย่าทำร้ายสุนัขของคุณโดยการให้เขาใส่ปลอกคอนี้เลย มันเป็นปลอกคอที่ไม่ควรใส่ให้สุนัขของคุณเป็นอย่างมาก รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.thekennelclub.org.uk/ รูปภาพที่ 2 : https://wereview.asia/ รูปภาพที่ 3 : https://clawset.co/ รูปภาพที่ 4 : https://www.jojohouse.com/ #ปลอกคอ #สัตว์โลกน่ารัก #ทาสหมา #ทาสแมว

การกระทำที่เราเอ็นดู แต่สุนัขไม่ชอบ

การกระทำที่เราเอ็นดู แต่สุนัขไม่ชอบ

พวกคุณที่รักสุนัขทั้งหลายคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้สึกว่าสุนัขของเราเหมือนเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งหรือเป็นน้องที่ยอมให้เราได้แสดงความรักออกมาอย่างเปิดเผยในเวลาที่ต้องการใครสักคนและบางทีก็มักจะเข้าหาเขาด้วยความมันเขี้ยวในสายตาแบ๊ว ๆ ไร้เดียงสา และขนนุ่ม ๆ ที่เหมือนกอดตุ๊กตามีชีวิตจนบางครั้งก็เกิดกิจกรรมสุดแปลกที่เกิดจาความเอ็นดูสุนัขของเจ้าของที่ทำให้เขากลายเป็นสัตว์แปลกที่เจ้าตัวไม่ชอบเอาเสียเลย แต่เราที่เป็นเจ้าของก็กลับไม่สนใจว่าเขาจะมีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างไร เวลานั้นต่างคนก็ต่างคิดแค่ว่าทำแบบนี้แล้วอัพรูปลงโซเชียลก็ดูมีความน่ารักและชิคดีตามสไตล์สุนัขประจำตัวของเรา ซึ่งเราอยากแนะนำคุณว่าอย่าได้กระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อความเป็นธรรมชาติของสุนัขคุณเลย หากเขาพูดภาษามนุษย์ก็คงตะโกนเสียงดังแล้วว่า “หยุดเถอะเจ้านาย หนูไม่ชอบเลย” แล้วแบบนี้คุณจะยังมีความสุขบนความทุกข์ของสัตว์ได้อีกหรือ? แน่นอนว่าหากรู้แล้วคุณจะไม่ทำแน่นอน แต่ตอนนี้หลายคนคงยังสงสัยอยู่ว่าการกระทำใดบ้างที่ถือเป็นความไม่สมควรทำกับสุนัขที่เกิดจากฟีลเอ็นดูน้อง แต่สุนัขไม่ชอบ เราจะมาบอกกันว่าคุณต้องเลี่ยงการกระทำอะไรบ้าง ทาสีขนสุนัข ตามรูปโซเชียลมีเดียที่เหล่าคนรักสุนัขอยู่รวมกลุ่มกัน เรามักจะพบเห็นบ่อยมากกับรูปที่สุนัขถูกทาสีตามขนจนทำให้สีขนสวยงามตามธรรมชาติปกติของเขากลายเป็นสีของตัวการ์ตูนชื่อดังต่าง ๆ ที่ผู้คนรู้จักจนเรียกยอดไลค์และคอมเม้นท์ในเชิงน่ารักน่าเอ็นดูน้องและอยากเลี้ยงสุนัขที่มีขนแบบนี้ ขอซื้อต่อได้ไหม แทนที่จะมีคนเห็นแววตาสุนัขในภาพว่าเขาลำบากใจแค่ไหนที่ถูกทาสีตามขนจนไม่ใช่ตัวเองแบบนี้ ไม่มีใครสงสารน้องที่ถูกกระทำเช่นนี้เพียงเพราะความเอ็นดูบังความถูกต้องไป บอกเลยว่าแม้จะเป็นสีที่ล้างออกได้ง่ายภายหลังแต่มันจะเป็นความกลัวที่ติดตัวสุนัขไปตลอดได้เลย คิดดูว่าสัมผัสของสีน้ำที่เฉอะแฉะเต็มตัว แถมมีกลิ่นแปลกนั้นมันน่าอภิรมย์ตรงไหน  มัดผมสุนัข พบได้ง่ายอีกเช่นกันสำหรับกรณีของคนเลี้ยงสุนัขที่ชอบถักเปียหรือมัดจุกให้สุนัขที่ขนยาวฟุน่ารักบริเวณหัวด้วยความเอ็นดูทำให้มีความคิกขุอาโนเนะเปิดหน้าผากเปิดตาได้อย่างน่ามันเขี้ยวจนอยากกอดอีกสักสิบครั้ง แต่แท้จริงแล้วการกระทำเอ็นดูของเจ้าของนี้ สุนัขก็ไม่ชอบเหมือนกัน จู่ ๆ เจ้าของก็เอาอะไรไม่รู้มามัดขนบริเวณหน้าที่ควรปล่อยให้เป็นอิสระอย่างที่เข้าชอบมารวบไว้ทำให้รู้สึกหนักหัวและยังแอบเจ็บด้วย เลิกทำเถอะนะ ใส่สร้อยคอหนัก ๆ ให้สุนัข ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงยุคใหม่ที่เป็นคนอินเทรนด์หน่อยนอกจากนิยมเลี้ยงสุนัขที่สายพันธุ์ดูดีมีชาติตระกูลแล้วยังชอบที่จะจับเขาแต่งตัวให้สมกับคุณภาพของพันธุ์โดยสวมสร้อยคอหนัก ๆ แทนปลอกคอราวกับเป็นสุนัขประจำตัวของเจ้าหญิงหรือราชินีอย่างนั้นล่ะ ซึ่งบอกเลยว่ามันเป็นของที่หนักคอสุนัขมาก แม้จะน่าเอ็นดูสำหรับเจ้าของ แต่น้องสุนัขไม่ชอบเอาเสียเลย เดินไปไหนมาไหนก็ลำบาก มักไปเกี่ยวโน่นนี่จนเจ็บไปหมด ใช้ชีวิตแบบนี้หาความสุขแทบไม่ได้สักเวลา รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.posttoday.com/ […]

“หมาใน” นักล่าเหยื่อแห่งนิเวศธรรมชาติที่สุนัขทุกตัวต้องถอยห่าง

“หมาใน” นักล่าเหยื่อแห่งนิเวศธรรมชาติที่สุนัขทุกตัวต้องถอยห่าง

ในสมัยที่เป็นเด็กเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เป็นสายดูการ์ตูนดิสนีย์ก็คงจะไม่มีใครพลาดการ์ตูนแนวสัตว์สุดซาบซึ้งและยิ่งใหญ่อย่าง “Lion King”เป็นแน่ เพราะการ์ตูนเรื่องนี้คืออีกเรื่องของการ์ตูนสัตว์ที่ได้รางวัลดีเด่นปังปุริเย่แห่งปีจนกลายเป็นตำนานที่แค่เพลง “วิถีของชีวิต”ดังก็ต้องขนลุกและหาตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ มาชูเหนือหัวเลียนแบบผู้เฒ่าลิงชิมแปนซีกันเลย ซึ่งหากใครที่เคยดู เราก็มาพูดคุยกันได้เลยว่าแต่ละคนชอบตัวละครใดกันบ้าง? เพราะในเรื่องก็มีตัวละครสัตว์ที่โดดเด่นอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นสิงโต ลิง ชะมด หมูป่า หรือแม้แต่หมาใน ซึ่งก็คงไม่มีใครเลือกจะสนใจอย่างหลังเพราะการ์ตูนเรื่องนี้ให้เจ้าพวกหมาในเป็นลูกน้องของสิงโตตัวร้ายและดูน่าเกลียดน่ากลัวอย่างไรชอบกล แต่แปลกไหมที่กลุ่มตัวละคร “หมาใน” กลับเป็นตัวละครที่เราให้ความสนใจมากที่สุดเลย เพราะตัวละครสัตว์อื่นเราก็เคยเรียนและเคยเห็นมามากแล้ว แต่สำหรับหมาในเนี่ยเพิ่งจะรู้ว่าตามทุ่งหญ้าหรือในป่ามีสัตว์แบบนี้อยู่ด้วยจึงเป็นความแปลกใหม่ที่น่าศึกษา แค่คิดก็ชวนให้อยากรู้เรื่องราวของพวกมันกันแล้วใช่ไหมล่ะ งั้นจะรอช้าอยู่ทำไม…ว่าแล้วก็ขอมาเปิดโลกให้ทุกคนละจากตัวละครหลักแล้วไปสำรวจชีวิตหมาในกันก่อนดีกว่า!  ทำความรู้จักกับ “หมาใน” “หมาใน” เป็นหมาป่าชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าหรือป่าไม้ที่ราบสูงทางแถบเอเชียตะวันออก อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงไปจนถึงเกาะชวา มีขนาดตัวใหญ่กว่าสุนัขจิ้งจอกที่คุณเคยเจอกันตามป่าตามอุทยานแห่งชาติมาก ลักษณะเด่นที่คุณต้องคอยจับตามองมันไว้ คือ หมาในจะตัวสูงคล้ายสุนัขทั่วไป แต่จมูกสั้น ใบหูกลมตั้งมีขนาดใหญ่ ขนตามลำตัวค่อนข้างสั้นออกสีน้ำตาลแดง โดยสีขนบริเวณท้องจะอ่อนกว่าบริเวณหลัง หางยาวเป็นพวงซึ่งไม่แปลกที่บางคนจะคิดว่ามันคือสุนัขจิ้งจอกได้หากไม่ดูให้ดีว่านอกจากหางแล้วมันไม่มีอะไรที่เหมือนเลย เอาจริง ๆ จากที่ดูแล้วหากไม่ติดว่านิสัยดุร้ายและเป็นนักล่าเหยื่อตัวฉกาจนี่ก็ถือว่าเป็นสุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งที่น่ารักมากเลย รูปร่างสง่างามไม่เห็นจะดูอ้อนแอ้นผอมโซประหนึ่งจิ๊กโก๋มอซอเหมือนในการ์ตูน “Lion King”แม้แต่นิดเดียว การดำรงชีวิตของ “หมาใน” “หมาใน” มีการสร้างอาณาเขตที่อยู่อาศัยของตัวเองในแหล่งธรรมชาติที่ใช้พื้นที่กว้างมากถึง 40-84 ตารางกิโลเมตร โดยการใช้กลิ่นและร่องรอยการขับถ่ายของตัวเองเป็นสัญลักษณ์ไม่ให้สัตว์ชนิดใดเข้ามารุกล้ำได้ และจะมีการแยกตัวออกไปจากฝูงใหญ่จำนวน 5 […]

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เตี้ย

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เตี้ย

สมัยนี้มองไปตามร้านรวงหรือตามบ้านของคนรุ่นใหม่ก็มักจะเห็นสุนัขพันธุ์เตี้ยส่งเสียงร้องน่ารักเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ชิวาว่า สุนัขพันธุ์ปั๊ก สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล และสุนัขพันธุ์อื่นอีกมากมายที่เป็นภาพลักษณ์แตกต่างจากในยุคอดีตที่เรามักจะเห็นแต่เสียงใหญ่ ๆ ของสุนัขตัวสูง ออกท้วมสมบูรณ์กันตลอดเวลา ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่นั้นการเลี้ยงสุนับพันธุ์เตี้ยถือเป็นสิ่งที่ปกติมากจนเรียกว่าเป็นเทรนด์ก็คงถูก แต่สำหรับคนรุ่นเก่าที่อยู่กับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์สูงใหญ่มาโดยตลอดกลับมองอย่างสงสัยกันว่า สุนัขพันธุ์เตี้ยนั้นน่ารักที่ตรงไหน? เห็นแล้วดูอ้อนแอ้นแปลก ๆ แถมใครมองก็มีแต่ความน่าเอ็นดู ไม่เห็นจะมีความน่าองอาจหรือความสง่าจนทำให้คนแปลกหน้าที่มีเป้าหมายไม่ดีกลัวได้เลย สรุปพวกเขาเลี้ยงกันเพื่ออะไร เราขอบอกคุณเลยว่าลองเก็บความสงสัยที่นำมาเปรียบเทียบกับสุนัขสูงใหญ่ของคุณไว้ก่อน แล้วมองอีกมุมของสุนัขพันธุ์เตี้ยดูแล้วคุณจะรู้ว่ามันก็มีข้อดีเหมือนกัน แค่ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เตี้ยนั้นจะแตกต่างจากสุนัขใหญ่ เราสามารถพาสุนัขพันธุ์เตี้ยไปไหนมาไหนก็ได้ สุนัขพันธุ์เตี้ยมีขนาดตัวที่เล็กจนสามารถพาไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระและสะดวกสบายไม่แตกต่างกับลูกสุนัข ไม่ว่าจะเป็นการพาไปเดินเล่น พาไปทำธุระนอกสถานที่ที่ไม่อยากให้สุนัขอยู่ตัวเดียวในบ้านตามลำพังก็นำใส่กรงขนาดเล็กถือไปได้ไม่หนักและไม่พะรุงพะรังควบคู่กับการหิ้วกระเป๋า และนอกจากนี้ยังนำขึ้นรถเดินทางไกลได้ ไม่กินพื้นที่นี่นั่งคนอื่นเหมือนสุนัขตัวใหญ่  สุนัขพันธุ์เตี้ยมีความน่ารักตลอดเวลา สุนัขพันธุ์เตี้ยเป็นสุนัขที่ไม่มีวันโตเหมือนสุนัขตัวใหญ่ แม้ว่าเขาจะกินอาหารมากหรือกินจุแค่ไหนตัวเขาก็จะสูงได้แค่ไม่เกินตามพันธุ์ตัวเองซึ่งไม่ต่างกับการหยุดพัฒนาการด้านร่างกายไว้คล้ายกับลูกสุนัขที่เรายังกอดนุ่มนิ่มได้เต็มตัวอย่างน่าเอ็นดูเช่นเดิม หลายคนย่อมจะเลือกสุนัขมากเพราะชื่นชอบใบหน้าเขาตอนเป็นลูกสุนัขซึ่งบ้องแบ๊วและขนนุ่มมาก แต่พอโตมาขนของเขากลับหยาบขึ้นและดูท้วมเปลี่ยนไปจนไม่ได้น่าเอ็นดูเท่ากับตอนเป็นลูกสุนัขแล้ว แต่สำหรับสุนัขพันธุ์เตี้ยนั้นแม้ว่าจะผ่านไปกี่ปี เขาก็ยังคงเหมือนเดิม เราจะรู้สึกสุขใจเหมือนมีลูกสุนัขวิ่งวนในบ้านเราตลอดเวลา ดูไม่เหงา เป็นสีสันให้ชีวิตในบ้านของคุณมากเลย สุนัขพันธุ์เตี้ยสามารถเห่าได้เสียงดังไม่แพ้สุนัขตัวใหญ่เลย สุนัขพันธุ์เตี้ยสามารถเห่าคนได้เสียงดังไม่แพ้สุนัขตัวใหญ่เลยรู้ไหม! เห็นตัวเขาเล็กกว่าสุนัขตัวใหญ่มาก แต่พอได้เห่าเมื่อคนแปลกหน้ามาจริง ๆ ก็จะเห่าด้วยเสียงร้องดังแบบแหลมจนแสบหูทำให้คนในบ้านและคนรอบข้างได้ยินชัดเจนมากเลยทีเดียว นอกจากนี้หากมีสิ่งผิดปกติย่างกรายเข้ามา สุนัขพันธุ์เตี้ยจะได้ยินเสียงดีมากและตื่นง่ายจากความสามารถพิเศษของหูเขาที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : Pixabay รูปภาพที่ 2 : https://shopee.co.th/ รูปภาพที่ 3 : […]

ทำไมต้องพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำ

ทำไมต้องพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำ

เมื่อได้รับสุนัขมาเลี้ยงไว้ในบ้านแล้วถือเป็นบุญของเราที่จะได้มีบริวารคอยดูแลเราด้วยความภักดีมาเพิ่มอีก 1 ชีวิต นอกจากเขาจะเป็นเพื่อนเล่นของเราในเวลาเหงาแล้ว ก็ยังคอยเป็นคนที่ดูแลความปลอดภัยจากคนไม่ดีหรือผู้รุกล้ำเข้ามาในบ้านให้แก่เราอีกด้วย แต่บางคนไม่แม้แต่จะให้อาหารเขาดี ๆ แถมสิ่งที่มากกว่านั้น คือ การไม่ยอมพาสุนัขตัวเองไปหาสัตวแพทย์อีกด้วย ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรก็ตาม คิดว่าสุนัขเลี้ยงของคุณสบายดีอยู่แล้ว? สัตวแพทย์ไปหาเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น? หรือจะคิดว่าการไปหาสัตวแพทย์ทำให้คุณเสียเงินเยอะและเขาก็เป็น “เพียงแค่สัตว์” ไม่ใช่คน เราถึงจะต้องคอยดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี  ข้อนี้เป็นสิ่งที่เราต่างเข้าใจกันผิดมาก แม้เขาจะไม่มนุษย์แต่เขาก็รักคุณมาก คุณอย่าได้นึกถึงความสำคัญของเขาเฉพาะเวลาที่มีประโยชน์ แต่ควรเอาใจใส่เขาให้เหมือนเขาเป็นคนในครอบครัวด้วย เพราะเขาเองก็มีจิตใจเช่นเดียวกัน และการเจ็บป่วยในสัตว์ก็เป็นเรื่องที่เกิดง่ายมากกว่ามนุษย์ หากอยากรู้ว่าการพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำสำคัญอย่างไรบ้างล่ะก็มาดูกันเลย สุนัขควรได้รับการตรวจร่างกายจากสัตวแพทย์ประจำ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใดในโลกก็ย่อมต้องได้รับการหันกลับมาให้ความใส่ใจต่อสุขภาพร่างกายตัวเองที่ใช้งานหนักตามวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัวก็ทำให้เราละเลยในสุขภาพที่อาจแย่ลงได้ ขนาดมนุษย์เองยังต้องมีการตรวจสุขภาพประจำปีเลย แล้วเหตุใดสุนัขจึงจะไม่ควรได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์เป็นประจำล่ะในเมื่อพวกเขานั้นต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมนอกบ้านที่อาจมีสุขลักษณะที่ไม่ดีในบางบริเวณและมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายกว่ามนุษย์อีก ฉะนั้นคุณจึงต้องพาสุนัขเลี้ยงมาหาสัตวแพทย์เป็นประจำ สุนัขควรได้รับการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์ตามวัย สุนัขต้องได้รับการดูแลอนามัยร่างกายที่ดีและป้องกันให้ห่างไกลจากเชื้อโรค รวมถึงเชื้อไวรัสต่าง ๆ ที่มีผลต่อสัตว์ของคุณได้ง่าย ในชีวิตประจำวันของเราด้านนอกจะมีไวรัสที่แฝงมาทำปฏิกิริยาต่อร่างกายของสุนัขอยู่แล้วซึ่งจะทำให้เขาได้รับอันตรายจนเกิดโรคแทรกซ้อนมากมายได้ และเขาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพตามวัยด้วย การพาสุนัขเลี้ยงของคุณไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสุนัขจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ผู้เลี้ยงจะได้เข้าใจวิธีดูแลสุขภาพสุนัขจากคำแนะนำของสัตวแพทย์ การที่คุณพาสุนัขเลี้ยงของตัวเองไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำจะทำให้รู้พัฒนาการและสมรรถภาพทางร่างกายเขาตลอดเวลาว่ามีสิ่งผิดปกติใด ๆ ที่ต้องระวังหรือควรดูแลส่งเสริมจุดใดเป็นพิเศษหรือไม่เพื่อให้เขาอยู่อย่างมีความสุขกับคุณไปนาน ๆ ไม่เกิดภาวะนอนซม ซึมเศร้าจนน่าเป็นห่วง ได้รู้วิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้ยา การจัดสถานที่เล่น กิน นอนที่ถูกหลักอนามัย และเรื่องอื่น ๆ ที่สุนัขเลี้ยงควรได้รับด้วย รูปภาพประกอบ : Pixabay […]

จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณกำลังป่วย?

จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณกำลังป่วย?

“สุนัข” เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีความแข็งแกร่งที่สุดและมีความสามารถในการปกป้องเจ้านายที่พวกเขารัก แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตพวกเขาก็สามารถป่วยได้ตลอดเวลาเพราะถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว สัตว์ย่อมอายุสั้นกว่ามนุษย์ แม้ว่าสุนัขจะมีความแข็งแรงแต่ภูมิคุ้มกันของมันก็มีไม่สูงเท่าไหร่ หากอากาศเปลี่ยนแปลงไป ๆ มา ๆ มันก็ย่อมป่วยได้ และอีกปัจจัยที่เราพบเห็นได้บ่อยก็คือ การที่ผู้เลี้ยงให้เขาอยู่ในสถานที่มีสุขลักษณะที่ไม่ดีจึงทำให้พวกเขาเป็นโรคทางผิวหนังและโรคภายในที่ทำให้เกิดอันตรายได้  แต่ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดก็ตาม เมื่อพวกเขาป่วยแล้ว น้องสุนัขไม่สามารถบอกเราโดยตรงได้ว่าตัวเองป่วย เพราะบางครั้งการที่พวกเขาซึมหรือนอนเฉย ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่เราจะสามารถสังเกตได้จากรายละเอียดอาการย่อยที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่แปลกกว่ากิจวัตรปกติของพวกเขา ยิ่งคุณเลี้ยงเขาอยู่ในบ้าน นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังสามารถสังเกตพฤติกรรมที่สุนัขบ่งบอกให้คุณรู้ได้ด้วยว่าพวกเขาป่วย ซึ่งคุณไม่ควรนิ่งเฉย หากไม่ดีอย่างไรต้องรีบนำตัวพบสัตว์แพทย์โดยเร็ว สุนัขป่วยจะนอนซึมแทบทั้งวัน อย่างที่บอกว่าโดยปกติบางวันสุนัขก็มักจะนอนเล่นโดยเอาหน้าพิงกับขาหรือซบผนัง ซบพื้นเป็นเรื่องปกติ แต่หากสุนัขป่วยจะมีความผิดปกติออกมาจากพฤติกรรมการนอนซึมของพวกเขานั่นก็คือ พวกเขาจะแลดูไม่ค่อยมีความสุขเวลานั่งหรือนอน หายใจหอบแรงจนมีเสียง บางครั้งอาจจามหรือไอบ่อยในระหว่างที่นอน มีน้ำลายไหลเยอะ ระยะเวลาการนอนซึมจะมากกว่าปกติ อาจเป็นตลอดทั้งวันได้ ไม่ค่อยชอบลุกออกไปไหน อยู่แต่กับที่เดิม ๆ ของตัวเอง สุนัขป่วยจะกินหญ้าเป็นหลัก สุนัขป่วยจะไม่ค่อยกินอาหารปกติอย่างที่เคยกิน เลีย ๆ แตะ ๆ เพียงแค่ 2 – 3 คำก็เดินหนีไปนั่น ๆ นอน ๆ ต่อแล้ว แต่ที่เราจะเห็นพฤติกรรมใหม่ของมันแทนก็คือ มันมักจะแอบไปซุ่มอยู่ตามสวนหรือบริเวณที่ต้นไม้ขึ้นสูง […]

ความน่ากลัวของ “โรคพิษสุนัขบ้า” ที่ต้องดูแลสัตว์ที่คุณรักให้ดี

ความน่ากลัวของ “โรคพิษสุนัขบ้า” ที่ต้องดูแลสัตว์ที่คุณรักให้ดี

แม้ว่าในยุคสมัยปัจจุบัน “โรคพิษสุนัขบ้า” จะเป็นเรื่องไกลตัวเราและสุนัขไปได้มากแล้ว เพราะสมัยนี้ได้มีการรณรงค์ให้ความดูแลสุนัขไร้บ้านมากขึ้นเพื่อไม่ให้ได้รับโรคภัยไข้เจ็บและไม่ไปสร้างความเดือดร้อนแก่คนอื่นจึงมีการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้สุนัขหลายตัวกันในท้องถิ่นเยอะแยะ แต่ความจริงแล้วโรคพิษสุนัขบ้าอาจจะเป็นภัยใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด ลองนึกดูสิว่าวัคซีนที่ได้รับจะเข้าถึงสุนัขทุกตัว บางตัวก็สามารถหนีไปซ่อนตัวได้และมีลูกออกมาหลายตัวเป็นปัญหามากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังเกิดอีกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการรับสุนัขมาเลี้ยงที่ปัจจุบัน ผู้คนไม่นิยมซื้อสุนัขมาเลี้ยงจากร้านเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว แต่เลือกที่จะรับลูกสุนัขจรจัดที่มีคนประกาศหาบ้านมาเลี้ยงแทน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใกล้ชิดโรคพิษสุนัขบ้ามากขึ้นทั้งกับตัวเจ้าของและตัวสุนัขที่คุณรักเอง หากใครยังไม่รู้ว่าโรคพิษสุนัขบ้าอันตรายจนเราต้องรีบดูแลสัตว์เลี้ยงตัวเองมากแค่ไหนแล้วล่ะก็วันนี้เราจะมาบอกเล่าเป็นความรู้กันเพื่อที่คุณจะได้รีบนำสุนัขตัวเองไปฉีดวัคซีนก่อนเพื่อป้องกัน ทำความรู้จักกับ “โรคพิษสุนัขบ้า” “โรคพิษสุนัขบ้า” หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “โรคกลัวน้ำ” เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส “เรบีส์” ที่พบได้ปกติในสัตว์เลือดอุ่น โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างสุนัขและแมว ซึ่งมีปริมาณไวรัสที่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ง่ายที่สุดและส่งผลรุนแรงชัดเจนผ่านการถูกสุนัขกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผลรอยข่วนจนติดน้ำลาย สามารถติดต่อได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นตา ปาก จมูก และผิวหนังส่วนอื่นซึ่งเมื่อมนุษย์ได้รับเชื้อแล้วไม่ได้รับการป้องกันที่ถูกต้องหลังการรับเชื้อ ภายใน 15 – 60 วันก็จะมีอาการที่รุนแรงจนถึงขนาดเสียชีวิตได้เร็ว เนื่องจากขณะนี้ไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า ได้ นอกจากวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าเท่านั้น  อาการจาก “โรคพิษสุนัขบ้า” “โรคพิษสุนัขบ้า” จะมีอาการเกิดขึ้นจากระดับเบาโดยเริ่มด้วยอาการปวดศีรษะ มีไข้ต่ำ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร และอ่อนเพลียง่ายเหมือนอาการคนเป็นไข้ธรรมดา แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ ระหว่างที่มีอาการไข้นั้น คนที่ติดโรคพิษสุนัขบ้าจะรู้สึกคันบริเวณบาดแผลที่ถูกสุนัขกัด แม้ว่าแผลอาจหายสนิทไปแล้ว และจะเริ่มมีเลือดออกกลับมาลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายมากขึ้นจนเจ็บปวดและแสบไปหมดทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้  นอกจากนี้อีกอาการเด่นของโรคพิษสุนัข คือ ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการกลืนอาหารและน้ำลำบาก โดยเฉพาะน้ำ […]

ความแตกต่างในนิสัยของ “สุนัขจรจัดในวัด” กับ “สุนัขจรจัดข้างถนน”

ความแตกต่างในนิสัยของ “สุนัขจรจัดในวัด” กับ “สุนัขจรจัดข้างถนน”

ขึ้นชื่อว่า “สุนัขจรจัด” ย่อมแปลว่า “พวกเขาเป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ” ซึ่งนิสัยจะค่อนข้างมีความเป็นตัวของตัวเองสูงแตกต่างจากสุนัขเลี้ยงของพวกเรามากจนไม่ใช่เรื่องแลกหากสุนัขเลี้ยงในบ้านกับสุนัขจรจัดที่อยู่ด้านนอกมักจะมีเรื่องกัน และฝ่ายที่ได้แผลมามากที่สุดก็มักจะเป็นสุนัขบ้าน ด้วยความที่สุนัขจรจัดมีประสบการณ์เอาชีวิตรอดและการต่อสู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าสุนัขเลี้ยงที่อยู่ภายใต้ความอบอุ่นและความมีขอบเขต ด้วยความแตกต่างนี้ทำให้เราไม่สามารถเดินเข้าไปเล่น สัมผัส หรืออยู่ใกล้สุนัขจรจัดสุ่มสี่สุ่มห้าได้ ไม่เช่นนั้นมันอาจตกใจจนกัดเราง่าย ๆ เรื่องนี้เชื่อว่าหลายคนคงระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ช่างน่าแปลกนักที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงสุนัขจรจัดในวัดเลยทั้งที่เป็นเคสสุนัขจรจักอีกประเภทที่น่าสนใจมาก และมีหลายคนที่ตั้งข้อสงสัยว่าสุนัขวัดจัดเป็นสุนัขจรจัดหรือสุนัขเลี้ยงกันแน่? แล้วเหตุใดนิสัยจึงมีความเป็นสุนัขจรแต่ดูสงบเสงี่ยมใจร้อนน้อยกว่าสุนัขจรจัดข้างถนนจนทุกคนกล้าที่จะเข้าไปเล่นกับมันได้? วันนี้เรามาดูความแตกต่างของ “สุนัขจรจัดในวัด” กับ “สุนัขจรจัดข้างถนน”กันเลยดีกว่า สุนัขจรจัดในวัด “สุนัขจรจัดในวัด” ตรงตามการเรียกของเรา เพราะสุนัขในวัดจัดว่าเป็นสุนัขจรจัด เหตุผลคือสุนัขส่วนใหญ่ที่เข้ามาอยู่ในวัดนั้นมักจะเป็นสุนัขที่เคยถูกเลี้ยงไว้ในบ้าน แต่เมื่อเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงได้ก็นำมาปล่อยที่วัดด้วยความหวังว่าพระหรือลูกวัดจะช่วยดูแลอดีตสุนัขตัวเองได้ ด้วยหากจะนำไปปล่อยที่อื่นก็สงสารและผูกพันกลัวมันจะเป็นอันตรายจากสุนัขจรจัดข้างถนน วัดจึงเป็นสถานที่ปลอดภัยที่จะมีคนให้อาหารสุนัขได้ และอีกส่วนที่เหลือก็เป็นสุนัขที่ค่อนข้างแปลกแยกจากกลุ่มสุนัขจรจัดข้างถนนทั่วไปที่มักจะเป็นสุนัขอ่อนแอ ถูกคนแกล้งและถูกสุนัขด้วยกันทำร้ายจนต้องมาพึ่งใบบุญในวัด ทำให้สุนัขทุกตัวที่อยู่ในวัดกลายเป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ พระและลูกวัดจะไม่ไล่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไปแม้แต่สัตว์ก็ตามจึงทำหน้าที่ให้อาหารตามสมควรและให้มันอยู่ในวัดกันเองตามความต้องการ สุนัขจรจัดในวัดจึงมักเข้ากับผู้คนง่ายและไม่กัดใคร สุนัขจรจัดข้างถนน “สุนัขจรจัดข้างถนน” เป็นสุนัขที่มีความเป็นอิสระสูง ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ อาศัยรวมกันตามมุมต่าง ๆ ของชุมชนที่ใกล้กับตลาดและแหล่งอาหาร อยู่แบบอดอยากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็จะมีคนใจบุญมาให้อาหารบ้างในบางทีจึงค่อนข้างมีนิสัยดุและชอบไล่กวดคนที่ผ่านไปผ่านมาเพื่อแสดงอาณาเขตที่ตัวเองเป็นเจ้าของราวกับเราเป็นผู้บุกรุกจึงต้องคอยระวัง นอกจากนี้แม้แต่แมวหรือสุนัขด้วยกันก็ยังกัดไม่เว้นหากอยู่ต่างฝูงกัน นี่คือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของสุนัขจรจัดในวัดกับสุนัขจรจัดข้างถนน รูปภาพประกอบ รูปภาพที่ 1 : https://www.sanook.com/ รูปภาพที่ 2 : http://www.lampang13.com/ รูปภาพที่ 3 […]

ทำไมจึงไม่ควรใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยง?

ทำไมจึงไม่ควรใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยง?

สมัยนี้ผู้คนมักเลี้ยงสัตว์ในฐานะเของเพื่อนเล่นมากกว่าจะเลี้ยงโดยคำนึงถึงธรรมชาติความเป็นตัวเขาที่เหมาะกับหน้าที่ต่าง ๆ วันนี้ใคร ๆ ก็เน้นเลี้ยงจะให้เป็นไปในด้านความชอบทางอารมณ์ส่วนตัวฟีลอยากมีเพื่อนมากกว่า ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ การที่คนส่วนใหญ่ชอบใส่เสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยงของตัวเอง มีการถ่ายรูปแชะเล่นลงโซเชียล กอดลูบด้วยความรักซึ่งมองดูเห็นพวกสัตว์ที่ใส่เสื้อก็น่ารักจริง แต่เคยคิดจะบ้างหรือไม่ว่าที่เห็นเงียบ ๆ นั้นแท้จริงแล้ว “สัตว์เลี้ยงของคุณชอบให้ใส่เสื้อจริงหรือ?” แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถพูดถึงความอึดอัดที่มีในใจได้ว่าตัวเองไม่ชอบให้มาบงการชีวิตของพวกเขาโดยการทำให้พวกเขานั้นเป็นสัตว์ที่แปลกแยกจากตัวตนความเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเจ้านายที่พวกเขารักมากก็ตาม เราชอบ แต่เขากลับไม่ชอบ  หลายคนอาจเกิดคำถามแล้วในตอนนี้ว่าเพราะอะไรกัน? เราใส่เสื้อให้พวกเขาด้วยความรักเสมือนกับการที่เราใส่ปลอกคอให้พวกเขา มันจะไม่ดีได้อย่างไร พวกเขาควรจะภูมิใจสิ ขอบอกเลยว่าแตกต่างกันมากสำหรับการใส่เสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยงกับการใส่ปลอกคอ มาไขข้อสงสัยถึงเรื่องนี้กันเลยดีกว่าว่าทำไมจึงไม่ควรใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยง สัตว์มักจะขี้ร้อนจึงไม่ควรใส่เสื้อให้เขา สัตว์เลี้ยงนั้นมีลักษณะทางร่างกายที่แตกต่างจากคนตรงที่พวกเขามีคนเยอะและค่อนข้างฟูพร้อมกับชั้นไขมันที่มากทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้และปกป้องความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดีเสมือนมีเสื้อกันหนาวอยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่พอเวลาร้อนก็มักจะร้อนกว่าคนจนต้องหลบไปอยู่ในสถานที่มีอากาศเย็นเลย ซึ่งการที่คุณใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยงจะทำให้เขายิ่งรู้สึกอึดอัดและร้อนจนเป็นอันตรายได้ง่ายขึ้นจึงไม่ควรใส่เสื้อให้เขา การใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยงทำให้เขาทำกิจกรรมตัวเองไม่คล่อง การใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยงทำให้เขาทำกิจกรรมตัวเองไม่คล่อง ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย หรืออะไรก็ตามที่ยิ่งเป็นสัตว์ 4 ขาก็ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหว กระโดดหรือหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ไม่คล่องตัวเท่ากับเวลาปกติ แม้แต่เวลาวิ่งก็ทำให้ความเร็วลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยด้วย เขาจะรู้สึกรำคาญ เป็นตัวของตัวเองได้น้อยลง และเกิดความเครียดวิตกกังวลได้ง่าย ๆ จนส่งผลให้หงุดหงิดใส่คุณได้ด้วยเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ จึงไม่ควรใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยงของคุณ การใส่เสื้อให้สัตว์เลี้ยงเป็นการขัดธรรมชาติของเขา วัฒนธรรมของสัตว์กับมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน มนุษย์จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าเพื่อปกปิดอวัยวะที่ไม่เหมาะสมและอาจเกิดอันตรายได้หากเห็นกันและกัน ตรงข้ามกับสัตว์ที่พวกเขาไม่มีจุดใดให้ต้องเขินอายหรือต้องปกปิดไว้ เพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่อยู่กับธรรมชาติที่เกิดมารายล้อมรอบตัวก่อนที่จะมาอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านเสียอีก ธรรมชาติของพวกเขาจึงมีความโดดเด่นด้วยการเปิดเผยลวดลายบนตัวและความสามารถของตัวเอง บางลักษณะของทำให้เห็นแล้วรู้ได้ว่าเป็นพันธุ์เดียวกันซึ่งส่งผลให้เกิดมิตรภาพ แต่เมื่อสวมเสื้อก็จะทำให้พวกเขาเหมือนเป็นสัตว์ที่แปลกแยกจากพี่น้องทันที […]

นิสัยของสุนัขพันธุ์ปั๊กที่ควรระวัง

นิสัยของสุนัขพันธุ์ปั๊กที่ควรระวัง

เชื่อว่านอกจากหลายคนจะเป็นทาสแมวกันเยอะแล้ว ย่อมจะมีอีกหลายคนที่ชอบสุนัขจนเรียกได้หลงใหลรักเขาเหมือนลูกเลยทีเดียวโดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ปั๊กที่เป็นสุนัขพันธุ์เตี้ย ขนนุ่มและตัวอ้วนซึ่งเหมือนเขาหยุดเวลาไว้ในร่างของลูกสุนัขทำให้เรารู้สึกรักว่าเขามีความแตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น เวลาอยู่บ้านสุนัขพันธุ์ปั๊กก็มักจะชอบชวนเราไปวิ่งเล่นนู่นนี่ด้วยกันทำให้ชีวิตเราเหมือนมีเด็กอายุ 5 ขวบคอยให้ดูแลด้วยตลอดเวลา ไม่เหงาเลย ยิ่งหากไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วล่ะก็ไม่ว่าใครที่กลับมาหาสุนับพันธุ์ปั๊กที่บ้านก็ย่อมจะเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเนื้อนุ่ม ๆ ยุ่ย ๆ ของน้องมากทีเดียว ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็น่ารัก แต่อย่าลืมว่าทุกสิ่งมีชีวิตย่อมมีด้านที่ต้องระวัง สุนัขพันธุ์ปั๊กเองเห็นน่ารักขี้เล่นขี้อ้อนแบบนี้แล้ว แต่หากได้สำรวจในนิสัยของเขาลึก ๆ แล้วคุณจะรู้ว่าน้องเป็นหนึ่งในสุนัขที่อาจสร้างความวุ่นวายให้คุณได้บ่อยจนคุณอาจเหนื่อยมากก็ได้ จะมีนิสัยใดของสุนัขพันธุ์ปั๊กที่คุณต้องระวังบ้างมาดูกันเลย ระวังนิสัยอยู่ไม่สุขของสุนัขพันธุ์ปั๊ก สุนัขพันธุ์ปั๊กไม่ได้มีความเหมือนลูกสุนัขในลักษณะขนาดแม้ตัวจะโตเต็มวัยเท่านั้น แต่ในด้านนิสัยของสุนัยพันธุ์ปั๊ก น้องเขามักจะเหมือนเด็กด้วย อาจเพราะด้วยตัวที่เล็กทำให้เขามักเดินไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย ช่างอยากรู้อยากเห็น หากข้องใจในมุมใดของสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจหรืออยากรู้เกี่ยวกับสิ่งของต่าง ๆ ที่เขาได้พบเห็นแล้วล่ะก็เขาย่อมจะวิ่งเข้าไปหาหรือพยายามเดินหน้าเข้าถึงสิ่งของนั้น ๆ ให้ได้จึงเป็นสุนัขที่อยู่ไม่ค่อยสุข ไม่ควรเสี่ยงที่คุณจะให้น้องเขาออกไปนอกบ้านด้วย หรือเวลาที่พาไปเดินข้างนอกก็ต้องล่ามสายจูงให้แน่น ไม่อย่างนั้นสุนัขพันธุ์ปั๊กก็จะเผลอวิ่งไปตามทางที่เขาสนใจสิ่งใหม่ ๆ ที่ตัวเองชอบจนจับไม่ทันแน่นอน ต้องระวังให้ดี ระวังนิสัยชอบให้เจ้าของวิ่งตามจับของสุนัขพันธุ์ปั๊ก ระวังนิสัยชอบให้เจ้าของวิ่งตามจับของสุนัขพันธุ์ปั๊กด้วย เพราะนอกจากน้องเขาจะมีนิสัยอยู่ไม่สุขแล้วยังไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของอีก อารมณ์เหมือนเด็กอนุบาลที่พอสนใจอะไรก็จะวิ่งไปทำสิ่งนั้นโดยไม่ฟังคำทัดทานหรือเตือนใด ๆ ทั้งสิ้นแม้อาจรู้ว่าผิด แต่ความชอบและความเป็นตัวของตัวเองมันไปไกลกว่าจะสนใจได้แล้ว เจ้าของจึงต้องวิ่งตามซึ่งแน่นอนว่าหากสุนัขพันธุ์ปั๊กเห็นเจ้าของวิ่งตามจับแล้วล่ะก็จะยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ นึกว่าจะตามมาเล่นเกมวิ่งไล่จับกับเขาจึงมักวิ่งเร็วมากกว่าเดิมซึ่งตรงนี้ต้องระวังเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุกับสุนับพันธุ์ปั๊กได้ ระวังอารมณ์ไม่คงที่ของสุนัขพันธุ์ปั๊ก สุนัขพันธุ์ปั๊กจะมีอารมณ์ที่ไม่ค่อยคงที่นักในแต่ละวัน หากมีคนที่ทำให้เขาขัดใจหรือไม่มีอะไรให้เขาเล่น จากสุนัขที่เหมือนเด็กสดใสก็จะเอาแต่นั่งหน้ามุ่ยและถอนหายใจเหมือนคนปลงเป็นเวลาครึ่งวันได้เลย ซึ่งต่อให้จะมีใครทำให้เขาอารมณ์ดีก็ยากแล้ว บางทีอาจถูกน้องขู่หรือทำท่ากัดได้ด้วยต้องระวังนิสัยให้ดี ตัวสุนัขพันธุ์ปั๊กเองเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติเองได้ ฉะนั้นคุณควรจะหากิจกรรมที่ทำให้เขามีความสุขตลอดเวลาหรือมีของเล่นประจำตัวเขาก็จะดีมาก […]