เหล่าทาสต้องรู้ โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ติดต่อสู่คนได้

เหล่าทาสต้องรู้ โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ติดต่อสู่คนได้

โรคผิวหนัง พบได้ในสัตว์เลี้ยงแทบทุกชนิด มักมีอาการคัน ผิวหนังแดง สัตว์จะเกา เป็นสะเก็ด และหลุดออก และที่สำคัญอาจจะติดต่อมาสู้คนด้วย ซึ่งสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น เชื้อรา แบคทีเรียต่าง ๆ และภูมิแพ้ เป็นต้น ในกรณีที่เป็นโรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ผิวหนังจะเป็นวง ขนร่วง ขอบรอยมีการหนาตัวเล็กน้อย แม้ว่าจะจะรุนแรงจนถึงชีวิต แต่ก็สร้างความกังวลให้ผู้เลี้ยงในระดับหนึ่งทีเดียว โรคผิวหนังจากเชื้อราในสัตว์เลี้ยง หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลาม เชื้อราจากแมว พบได้บ่อยคือ Microporum Canis เป็นเชื้อราที่อยู่บนผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ติดต่อมายังคนได้จากการสัมผัสโดยตรง โดยไม่จำเป็นที่ต้องมีบาดแผล ทำให้ผู้ที่เลี้ยงติดเชื้อราจากแมวได้ง่าย จากพฤติกรรมเสี่ยงเช่น การอุ้ม กอด จูบ นอนร่วมที่นอนเดียวกัน เป็นต้น โดยอาการของการติดเชื้อจะมีผื่นแดงตามผิวหนัง ลักษณะเป็นวง มีขุยรอบ ๆ จากนั้นค่อย ๆ ขยายออกไปเป็นวงกว้าง คันอยู่ตลอดเวลา หากเกาบริเวณที่เป็นแล้วไปถูส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็จะติดเชื้อนี้ไปด้วย เชื้อราที่เกิดในสุนัข เรียกว่า Dermatophytosis หรือ Ringworm เกิดขึ้นได้ในตำแหน่งที่ร่างกายมีการสร้างเคราติน […]

เทคนิคการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหาร

เทคนิคการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหาร

หากแมวเบื่ออาหาร ผู้เลี้ยงอย่างเราต้องรู้เทคนิคที่เกี่ยวกับการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหารนะคะ เทคนิคง่ายๆที่จะทำให้แมวไม่เบื่ออาหารอีกต่อไปและจะทำให้แมวกลับมากินอาหารได้เหมือนเดิม จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า 1.จัดตารางเวลา แนะนำว่าควรจัดตารางการกินอาหารให้แมวนะคะ ให้กินในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป และอย่างน้อยควรให้อาหาร 2 ครั้ง ต่อวันหากเป็นมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าเวลาไหนควรจะให้อาหารแมวแนะนำว่าให้ลองไปปรึกษาแพทย์ดูนะคะว่าควรจะให้อาหารแมวในช่วงเวลาไหนบ้าง หากเราให้กินตลอดทั้งวันโดยไม่จำกัดเวลาอาจจะทำให้แมวของเราเกิดโรคอ้วนได้ 2.ควรให้อาหารในจาน แนะนำว่าควรให้อาหารแมวในจานดีกว่าให้อาหารแมวในถ้วยนะคะ เพราะถ้าเราให้อาหารแมวในถ้วยอาจจะทำให้ในขณะที่แมวก้มลงกินอาหารหนวดของแมวอาจจะทิ่มลงไป อาจทำให้แมวเจ็บได้นะคะ เพราะฉะนั้นแนะนำว่าลองเปลี่ยนมาให้อาหารในจานแทนนะคะ 3.ตำแหน่งการวางจาน ตำแหน่งการวางจานถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เราต้องหาพื้นที่ที่ให้แมวกินแล้วรู้สึกปลอดภัย และควรเป็นพื้นที่กว้างๆมองเห็นรอบๆ ที่สำคัญห้ามนำอาหารไปวางไว้ข้างกระบะทรายเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้แมวไม่กินอาหาได้ค่ะ 4.ต้องมีเนื้อให้กินด้วย โดยปกติแล้วแมวเป็นสัตว์ที่กินเนื้อ บางมื้อของอาหารผู้เลี้ยงควรจะมีเนื้อเป็นอาหารหลักให้แมวกินด้วยนะคะ เพื่อช่วยให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรงตามไปด้วย 5.ให้อาหารแมวแยกห้องกัน หากผู้เลี้ยงคนไหนที่บ้านเลี้ยงแมวหลายๆตัวแนะนำว่าตอนให้อาหารควรให้แยกห้อง แยกที่กิน ไปเลยนะคะ เพราะบางตัวจะกินอาหารเร็วจนหมดแทบไม่เหลือให้ตัวอื่นๆกิน การแยกให้กินคนละที่เราจะได้มั่นใจด้วยว่าแมวได้กินอาหารครบทุกตัวและทุกตัวได้กินอาหารเท่าเทียมกัน จะได้แฮปปี้ทั้งคนเลี้ยงและแมวเลยค่ะ เรื่องของแมวเบื่ออาหารหลายๆคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆอาจจะซ่อนภัยร้ายต่างๆตามมาก็ได้นะคะ ผู้เลี้ยงจึงไม่ควรละเลยเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้แมวกลับมากินอาหารได้เยอะเหมือนเดิมนะคะ #แมวเบื่ออาหาร #ทาสแมว #สัตว์โลกน่ารัก 

วิธีให้อาหารหนูตะเภา

วิธีให้อาหารหนูตะเภา

  ในฐานะคุณเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่งนั้น เป้าหมายสำคัญของคุณควรเป็นการดูแลสุขภาพและรักษาความสุขของสัตว์เลี้ยง วิธีทางหนึ่งที่จะทำได้นั่นก็คือการให้อาหารที่ดีและสมดุลต่อสุขภาพ หนูตะเภาก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีให้อาหารหนูตะเภากันค่ะ ว่าเราควรหรือไม่ควรทำสิ่งไหนบ้าง ไปดูกันเลย   1.ให้หนูตะเภากินหญ้า หนูตะเภาชอบกินหญ้าแห้งมาก! มันต้องการหญ้าเพื่อช่วยในการย่อยและสุขภาพฟัน หนูตะเภาควรได้กินหญ้าอย่างไม่จำกัด ซึ่งหมายถึงคุณต้องเติมหญ้าลงในจานอาหารขนาดพอดี 3-5 ครั้งต่อวัน   2.ให้หนูตะเภากินผักสดวันละประมาณหนึ่งแก้ว เป้าหมายคือเพื่อให้มีความหลากหลายในอาหาร ทำให้หนูได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ผักที่ดีต่อหนูตะเภาได้แก่ ผักชี แครอท มะเขือเทศจากต้น แตงกวา ข้าวโพด กะหล่ำปลี และอย่าให้ผักที่เน่าหรือเหี่ยวแล้วกับหนูตะเภา ควรระมัดระวังเรื่องปริมาณแคลเซียมที่ได้รับ การได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดนิ่ว ฉะนั้นให้ผักจำพวกคะน้าฝรั่ง ผักโขมและผักชีฝรั่งแค่พอสมควร   3.หลีกเลี่ยงการให้อาหารที่ไม่ดีต่อหนูตะเภา ซึ่งได้แก่ ผลไม้ปริมาณมากที่มีน้ำตาลสูง และ ผักที่มีแป้ง ผักที่ไม่ควรให้หนูตะเภาได้แก่ ผักกาดแก้ว ผักร็อคเก็ตสลัด ผักใบสีแดง กระหล่ำดอก หัวบีท มันฝรั่ง และหัวไช่เท้าและอย่าให้ผลไม้จำพวกมะนาวทุกชนิด และอย่าลืมว่าหนูตะเภาเป็นสัตว์กินพืช ซึ่งหมายความว่าไม่ควรให้เนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์นมแก่มัน   4.ให้อาหารในจานเซรามิค หนูตะเภาจะเคี้ยวทุกอย่างที่มันสามารถเคี้ยวได้ รวมไปถึงจานอาหารด้วย คุณจึงควรเลือกจานเซรามิคหนักๆ ที่ไม่คว่ำง่ายและไม่แตกง่าย […]

5 แอปสัตว์เลี้ยง โหลดฟรี มีไว้พิชิตใจน้อน

5 แอปสัตว์เลี้ยง โหลดฟรี มีไว้พิชิตใจน้อน

เมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญจากการจดบันทึกสู่การใช้แอปพลิเคชัน บนสมาร์ทโฟน ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยน้อนไม่ต้องหลงลืมว่าวันไหนต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ ฉีดวัคซีน หรืออื่น ๆ เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่รักสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์ต่าง ๆ ส่วนจะมีแอปสัตว์เลี้ยงไหนที่น่าสนใจบ้างตามไปดูกัน 5 แอปห้ามพลาด สำหรับคนรักสัตว์ 1. Purian Pet Health เป็นแอปในการเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพของเจ้าหมาและแมวของเรา เพียงปลายนิ้วสัมผัส พัฒนาโดย Nestle Purina Petcare co. ที่จะมาเป็นผู้ช่วยในการจดจำสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของการฉีดวัคซีน การนัดพบสัตวแพทย์ รวมถึงการพาสัตว์เลี้ยงของเราไปตัดแต่งเสริมความน่ารัก โดยแอปมีการใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นใส่ชื่อหมอ หรือช่างตัดผมลงไปได้ นอกจากนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ภายในแอปยังสามารถค้นหาสถานพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตว์ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ได้อีกด้วย หากใครไม่อยากจดบันทึกต่าง ๆ ลงในสมุด แอปนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี 2. Pet Care Services Finder : Shop Pet Food Supplies, Cat Grooming, Dog Sitting & […]

วิธีให้อาหารนกแก้ว

วิธีให้อาหารนกแก้ว

  การที่เราจะเลี้ยงสัตว์ชนิดใดก็ตาม สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญอันดับต้นๆเลยนั่นก็คือเรื่องของอาหารการกิน สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีให้อาหารนกแก้ว ซึ่งการให้อาหารนกแก้วอย่างเหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้มันมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข สำหรับคนเริ่มเลี้ยงแล้วยังไม่รู้ว่าการให้อาหารนกแก้วที่ดีนั้นต้องทำอย่างไร วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคดีๆมาฝากทุกคนแล้วค่ะ ไปดูกันเลย   1.เรียนรู้ว่าควรให้นกแก้วกินอะไร เลือกอาหารเม็ดที่ร้านขายสินค้าสำหรับสัตวเลี้ยง ขอให้แน่ใจว่าได้อ่านส่วนผสมที่ฉลาก อย่าเลือกอาหารเม็ดที่มีสารกันเสียเยอะ ลองพูดคุยและปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อระบุได้ว่าอาหารเม็ดสูตรใดที่เหมาะสมกับนกแก้วของคุณที่สุด   2.ให้นกแก้วกินเมล็ดพืช แม้ว่าเมล็ดพืชไม่ควรเป็นอาหารหลักของนกแก้ว แต่มันก็ให้คุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อนกแก้ว เมล็ดพืชก็เหมือนกับอาหารเม็ดเพราะมีเมล็ดพืชมากมายหลายสูตรที่สามารถเลือกซื้อได้จากร้านขายสินค้าสำหรับสัตวเลี้ยง   3.ให้นกแก้วกินถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเปลือกแข็งนั้นเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพของนกแก้ว มันมีโปรตีนและมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ สูง แต่ขณะเดียวกันมันก็มีไขมันสูง เพราะว่ามันมีไขมันในปริมาณมาก คุณควรให้นกแก้วกินอย่างพอดีๆ   4.เพิ่มถั่วเมล็ดแห้งและธัญพืช ธัญพืชที่ควรให้นกแก้วกินควรเป็นธัญพืชโฮลเกรนเช่น ข้าวกล้องสุก พาสต้าโฮลเกรน และข้าวบาร์เลย์   5.เรียนรู้ว่าอาหารอะไรที่ไม่ควรให้นกแก้วกิน แม้ว่านกแก้วสามารถกินอาหารมนุษย์ได้หลากหลายมาก แต่ก็มีอาหารของมนุษย์บางอย่างที่ไม่ควรให้มันกิน เช่น อะโวคาโดและช็อคโกแลต ซึ่งมันสามารถเป็นพิษในนกแก้วได้และเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง   6.เตรียมน้ำสะอาดให้นกแก้ว นกแก้วควรมีน้ำสะอาดตั้งไว้ตลอดเวลา เปลี่ยนชามน้ำ 2 ครั้งต่อวันหรือเมื่อไหร่ที่คุณเห็นว่ามีเศษอาหารในน้ำเป็นจำนวนมาก   7.ให้อาหารนกแก้ว 2 ครั้งต่อวัน แต่จำนวนอาหารที่แน่นอนที่ควรให้นกแก้วนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นอายุ สายพันธุ์ และสภาพสุขภาพโดยรวม สัตวแพทย์จะให้แนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณอาหารแต่ละส่วนที่นกแก้วควรกิน […]

เทคนิคการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่น

เทคนิคการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่น

ใครมีแพลนว่าจะหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงากันบ้าง หากกำลังมองหาเต่าสักตัวไว้เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นยามเหงาล่ะก็ เราอยากแนะนำเต่าญี่ปุ่นไว้ให้เพื่อนๆได้พิจารณากันดู เพราะหากเลี้ยงและดูแลอย่างถูกวิธี เต่าญี่ปุ่นมีอายุยาวนานถึง 30 ปีเลย งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นจะมีวิธีไหนบ้าง 1.การเลือกซื้อเต่าญี่ปุ่น ก่อนเลือกซื้อเต่าเราควรสังเกตความสะอาดภายในร้านกันก่อนนะคะ เพราะความสะอาดจะบ่งบอกว่าเจ้าของร้านใส่ใจในการดูแลเต่าหรือเปล่า ซึ่งมันสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของเต่าด้วยนั่นเองค่ะ 2.อาหารของเต่าญี่ปุ่น เต่าญี่ปุ่นสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งผักควรเป็นผักใบเขียวที่มีกากใยอาหารสูง ส่วนสัตว์อาจเป็นปลาเหยื่อหรือกุ้งสดได้ค่ะ แต่อาหารต้องสด ใหม่ และสะอาดด้วยนะคะ เพื่อให้เต่าของเรามีสุขภาพที่ดีพร้อมทั้งได้รับสารอาหารครบถ้วนด้วยค่ะ 3.การเปลี่ยนน้ำ เต่าเป็นสัตว์ที่กินและขับถ่ายในน้ำ ผู้เลี้ยงจึงควรเปลี่ยนน้ำสะอาดให้ทุกวันหรือเมื่อน้ำไม่สะอาด เพราะหากปล่อยให้น้ำสกปรกอาจทำให้เต่าไม่สบายได้ โดยผู้เลี้ยงต้องวิดน้ำออกให้หมดแล้วเติมน้ำสะอาดลงไปใหม่ ถือเป็นการออกกำลังกายของผู้เลี้ยงไปในตัวด้วยนะคะ 4.สถานที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น สถานที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่นควรมีขนาดพอดีพอเหมาะกับเต่า โดยมีสระว่ายน้ำสำหรับให้เต่าได้เล่นน้ำเพื่อช่วยลดความเครียด และมีบกให้เต่าสามารถขึ้นมาพักเหนื่อยได้ หรือหากมีบริเวณที่ให้เต่าอาบแดดในยามเช้าด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ 5.การตากแดดในยามเช้า หากสถานที่เลี้ยงเต่าไม่มีแสงแดดส่องถึง ผู้เลี้ยงควรพาเต่าออกไปรับแสงแดดยามเช้าหน้าบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เต่ามีสุขภาพที่ดี และต้องระวังไม่ให้แดดแรงจนเกินไปนะคะ ให้อยู่ในช่วง 07.30 – 08.30. เวลานี้กำลังดีเลยค่ะ หลายคนอาจจะมองว่าเต่าญี่ปุ่นเลี้ยงง่ายเหมือนเต่าทั่วไป แต่หากเราไม่รู้วิธียการเลี้ยงและการดูแลที่ถูกวิธีก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ หากใครที่อยากเลี้ยงจริงๆก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงและเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงให้ดีก่อนอย่างที่เราได้แนะนำไปข้างต้น หวังว่าการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นจะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีความสุขนะคะ ยิ่งถ้าเราเลี้ยงถูกวิธีเต่าญี่ปุ่นสามารถอยู่กับเราไปยาวๆเลยค่ะ #เต่าญี่ปุ่น #เต่า #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการดูแลกระรอก

เทคนิคการดูแลกระรอก

สำหรับการเลี้ยงกระรอกนั้นค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์ที่น่ารักไม่ต่างไปจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ แต่สำหรับการเลี้ยงกระรอกต้องได้รับการดูแลมากกว่าสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เพราะเป็นสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ในป่า จึงต้องดูแลใส่ใจมากกว่าสัตว์ทั่วไปเพื่อให้คุ้นชินกับคนมากที่สุด ส่วนการดูแลกระรอกจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย 1.การดูแลที่อยู่ของกระรอก หากนำกระรอกมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆควรให้ความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต และควรทำกรงให้ลูกกระรอกอยู่ โดยนำผ้ามาวางไว้ให้กระรอกซุกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และให้กระรอกรู้สึกปลอดภัย 2.การดูแลความสะอาดของกระรอก กระรอกเป็นสัตว์ที่ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำให้บ่อยๆ เพราะการอาบน้ำจะทำให้น้ำเข้าจมูก จนกระรอกเป็นหวัดหรือปอดชื้นได้ ผู้เลี้ยงจึงควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามตัว แต่หากอาบน้ำแล้วก็ควรใช้ไดร์เป่าเพื่อให้ตัวของกระรอกแห้งนะคะ 3.การดูแลสุขภาพของกระรอก กระรอกมักถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังไม่หย่านม จึงทำให้ขาดภูมิคุ้มกัน เพราะไม่ได้กินนมแม่ ผู้เลี้ยงจึงควรให้นมแพะหรือนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด และอาจเป็นนมถั่วเหลืองแทนได้ แต่ไม่ควรปรับเปลี่ยนนมทันที ค่อยๆปรับเปลี่ยนทีละชนิดและคอยสังเกตอาการของกระรอกด้วย ส่วนนมที่ไม่ควรให้กระรอกกินเลยก็คือนมวัว 4.การอาบน้ำกระรอก การอาบน้ำให้กระรอกควรใช้น้ำเปล่าอาบ และแชมพูที่ใช้ควรเป็นแชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด ซึ่งก่อนใช้แชมพูอาบให้กระรอกควรนำไปละลายน้ำเพื่อให้เจือจางอีก 3-4 เท่าก่อนนำมาอาบนะคะ 5.การเจ็บป่วยของกระรอก การเลี้ยงกระรอกต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากกระรอกมีปัญหาสุขภาพหรือเจ็บป่วยบ่อยพอสมควร โดยเฉพาะอาการปอดบวม สาเหตุของอาการปวดบวมมักเกิดมาจากการอาบน้ำ การเปลี่ยนอาหาร หรืออากาศที่เย็นเกินไป และอาจส่งผลให้กระรอกเสียชีวิตได้ สำหรับผู้เลี้ยงคนไหนที่กำลังจะตัดสินใจเลี้ยงกระรอกต้องมั่นใจว่ามีเวลาให้กระรอกด้วยนะคะ เพราะกระรอกต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป เนื่องจากกระรอกเป็นสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่คุ้นชินกับคนหรือสถานที่ใหม่ๆที่ไม่ใช่ป่า แต่หากตัดสินใจดีแล้วก็ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงกระรอกน้อยนะคะ และหวังว่าเทคนิคการดูแลกระรอกในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้เลี้ยงมือใหม่หลายๆคนได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลกระรอกมากขึ้นค่ะ #กระรอก #เทคนิคการดูแลสัตว์ #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการเลี้ยงเฟอเรท

เทคนิคการเลี้ยงเฟอเรท

เฟอเรทเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและเหมือนเด็กมากๆ สำหรับคนที่ต้องการจะเลี้ยงเฟอเรทหรือเพิ่งเริ่มต้นเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง จะต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1.อาหารสำหรับเฟอเรท เนื่องจากเฟอเรทจัดอยู่ในสัตว์ประเภทกินเนื้อจึงไม่ควรให้กินอาหารสุนัขหรืออาหารแมวที่มีเกรดต่ำ เพราะจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลเป็นหลัก การป้องกันเพื่อไม่ให้เฟอเรทเล่นน้ำควรใส่น้ำให้เป็นขวดจุก หากหาซื้ออาหารสำหรับเฟอเรทไม่ได้แนะนำให้เอาเนื้อไก่กินแทนได้นะคะ 2.การเลี้ยงดูเฟอเรท สำหรับการเลี้ยงดูเฟอเรท เราควรที่จะตัดเล็บอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และอาบน้ำให้เฟอเรทอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ1 ครั้ง เพราะเฟอเรทจะเป็นสัตว์ที่มีกลิ่นตัวแรงการควบคุมกลิ่นที่พอจะช่วยได้บ้างคือการเปลี่ยนผ้าและการดูแลรักษาความสะอาดภายในกรง ส่วนการอาบน้ำนั้นได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้นค่ะ 3.สถานที่เลี้ยงเฟอเรท ควรเลี้ยงในกรง และกรงจะต้องไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เฟอเรทมุดออกมาได้ และในกรงควรจะมีเปลไว้สำหรับให้เฟอเรทได้นอนเล่น 4.ลักษณะนิสัยของเฟอเรท เฟอเรทเป็นสัตว์ที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น มีความว่องไวและขี้เล่น และมักจะติดคนเลี้ยง เราควรจะให้เฟอเรทออกมาเล่นนอกกรงบ้างอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ถ้าฝึกจะทำให้เฟอเรทเชื่อง เฟอเรทจะมีรูปร่างหน้าตาน่ารักคล้ายกับแมวสามารถฝึกให้คุ้นเคยได้โดยใช้อาหารล่อ แต่คนเลี้ยงต้องใช้ความอดทนสูง เพราะมันจะติดเล่น เล่นกับมัน ฝึกกับมันสักพักมันก็จะเริ่มเบื่อ ไม่สนใจ และจะไปเล่นอย่างอื่นแทน 5.ข้อควรระวัง การที่เราเลี้ยงเฟอเรทเราไม่ควรทำให้มันตกใจนะคะ แม้เฟอเรทจะเป็นสัตว์หน้าตาน่ารัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าเฟอเรทตกใจ ก็จะปล่อยกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ออกมาได้ตลอดเวลาที่มีการตกใจ และเวลาเฟอเรทถ่ายเราควรจะตักทิ้งอย่างน้อยวันละครั้งและควรมีกระบะทรายไว้สำหรับดูดกลิ่นค่ะ เฟอเรทเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความใกล้ชิดกับคนมาก มีความซุกซนเหมือนเด็ก ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจธรรมชาติและดูแลด้วยความรักเอาใจใส่จริงๆ หากได้ลองเลี้ยงรับรองว่าหลงรักในความน่ารักของน้องแน่นอน สำหรับใครที่มีความคิดที่อยากเลี้ยงเฟอเรทก็ลองคิดทบทวนดูหลายๆรอบก่อนนะคะ ก่อนที่จะรับเขามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราก็ควรที่จะศึกษาให้ดีเสียก่อน หากต้องการที่จะให้เฟอเรทอยู่กับเราอย่างมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง สำหรับใครที่สนใจจะเลี้ยงและคิดทบทวนศึกษาขั้นตอนการเลี้ยงเฟอเรทเป็นอย่างดีแล้ว ก็ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงเฟอเรทสัตว์น้อยหน้าตาน่ารักน่าชังกันนะคะ’ […]

เทคนิคการเลี้ยงกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยน

เทคนิคการเลี้ยงกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยน

ก่อนเราจะตัดสินใจเลี้ยงกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนเราควรทำการศึกษาให้ดีก่อนนะคะ คาร์เมเลี่ยนเป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักคือ แพนเทอร์ เวลล์ คาร์เพท พาโซนี่ แจ็คสัน มิลเลอร์ เป็นต้น ซึ่งคาร์เมเลี่ยนทุกชนิดมีความต้องการพื้นฐานใกล้เคียงกัน ทั้งในเรื่อง ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน และสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องคอยเอาใจใส่ จัดการดูแล คาร์เมเลี่ยนให้มีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา การเลือกซื้อคาร์เมเลี่ยน 1.อันดับแรกเลยนะคะเราต้องเลือกซื้อตามความต้องการและเหมาะสม ผู้ที่จะเลี้ยงมีความสามรถที่จะดูแลคาร์เมเลี่ยนชนิดไหนได้ดีที่สุด และต้องขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเป็นหลักนะคะ 2.เลือกคาร์เมเลี่ยนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ขาดน้ำ ในเรื่องของสีนั้นเจ้ากิ้งก่าก็จะเปลี่ยนสีเป็นประจำ ตลอดเวลาอยู่แล้ว 3.เลือกคาร์เมเลี่ยนที่สมบูรณ์ มีอวัยวะครบถ้วน 4.กิ้งก่าไม่ควรจะมีแผลที่ลำตัว ในส่วนของการเลือกซื้อกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนนั้นจะต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ เพราะเราจะได้สังเกตอาการของกิ้งก่าได้ละเอียดมากขึ้นค่ะ สิ่งที่เราต้องคำนึงในการเลี้ยงกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยน เราจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆต่อไปนี้ด้วยค่ะ 1.ต้นไม้ เราควรเลือกต้นไม้ที่ไม่ใหญ่มากนะคะ เพื่อให้ง่ายต่อการใส่เข้าไปในสถานที่เลี้ยง และควรจะมีกิ่งก้านเยอะๆเพื่อให้คาร์เมเลี่ยนของเราได้เดินเล่นค่ะ เพราะส่วนใหญ่มันมักจะใช้ชีวิตบนต้นไม้นั่นเองค่ะ 2.แสงแดด กรงเลี้ยงคาร์เมเลี่ยนจะต้องเป็นกรงที่รับแสงจากแดดได้ เพราะมันจะชอบอาบแดด และจะทำให้คาร์เมเลี่ยนของเราสุขภาพดีด้วยอีกด้วยค่ะ 3.อุณหภูมิ การที่เราจะเลี้ยงคาร์เมเลี่ยน เราต้องเลือกอุณหภูมิให้เหมาะสมกับคาร์เมเลี่ยนของเราด้วยนะคะ 4.น้ำ ส่วนมากคาร์เมเลี่ยนจะไม่กินน้ำจากภาชนะนะคะ ดังนั้นเราควรจะติดตั้งระบบน้ำภายในกรง เพราะมันจะชอบกินน้ำจากหยดน้ำที่เกาะตามใบไม้ใบหญ้า และยังช่วยให้กรงของคาร์เมเลี่ยนชุ่มชื้นอีกด้วย 5.ความชื้น โดยทั่วไปแล้วกิ้งก่าจะต้องการความชื้นประมาณ 50-90%  เราจึงควรติดตั้งระบบน้ำภายในกรงตามที่เราได้บอกไว้ก่อนหน้านี้นะคะ อีกอย่างกิ้งก่าแต่ละชนิดก็ต้องการความชื้นไม่เท่ากัน […]

เทคนิคการเลี้ยงปลาสวยงาม

เทคนิคการเลี้ยงปลาสวยงาม

การเลี้ยงปลาตู้ เพื่อให้คงความสวยงามไปตลอด เราต้องดูแลเอาใจใส่รักษาอุปกรณ์พันธุ์ไม้น้ำและส่วนประกอบอื่นๆที่อยู่ในตู้ปลาเพื่อไม่ให้เกิดความสกปรก ซึ่งการดูแลรักษาและการเลี้ยงปลาสวยงามที่ถูกต้องมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย 1.ควรหมั่นตรวจเช็ครอยรั่วซึม บริเวณรอยต่อกระจกไม่ว่าจะเป็นตู้ปลาแบบเก่า หรือแบบใหม่ เพราะมักมีรอยรั่วซึมของน้ำอยู่เสมอ หากตู้ปลาเกิดการรั่วซึมต้องปล่อยน้ำทิ้งให้หมด และเช็ดทำความสะอาดทันที 2.ภาชนะสำหรับเลี้ยงปลา ปลาสวยงามแต่ละชนิดจะมีความสวยงามมากขึ้น หากเลือกภาชนะในการเลี้ยงได้ถูกต้องเหมาะสม 3.สถานที่ การเลือกสถานที่จัดวางตู้ปลา ควรสอดคล้องกับอาคาร หรือลักษณะของห้อง เพราะเมื่อจัดวางตู้เรียบร้อยแล้ว หากอยากเปลี่ยนสถานที่ใหม่จะมีความยุ่งยากในการเคลื่อนย้าย 4.ความหนาแน่นของปลา จำนวนปลาที่จะเลี้ยงในตู้ไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป ปลาบางชนิดอาจต้องเลี้ยงเพียงตัวเดียว เช่น ปลาแรด ปลาชะโด และปลากัด เพราะหากเลี้ยงรวมกันมันอาจจะไล่กัดทำอันตรายกันเอง 5.การรักษาความสะอาดในตู้ปลา ผู้เลี้ยงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งหมักหมมที่ตกค้างอยู่ในระบบกรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคระบาดของปลา ที่อาจเกิดจากเศษอาหารที่บูดเน่าได้ 6.การให้อาหาร สำหรับการเลี้ยงปลาสวยงามจะต้องให้อาหารทุกวัน และให้อาหารเป็นเวลา เนื่องจากปลาอยู่ในตู้จึงไม่สามารถหาอาหารเองได้เหมือนปลาทั่วไปที่อาศัยอยู่ในคลองหรือแม่น้ำ และไม่ควรให้อาหารปลาแบบพร่ำเพรื่อเพราะอาจทำให้มีเศษอาหารเหลือตกค้างกลายเป็นเศษอาหารที่เน่าบูดจนอาจทำให้ปลาเกิดโรคได้ ซึ่งการให้อาหารควรให้เพียง 2 ครั้งต่อวัน หากปล่อยให้ปลาอดหารเป็นเวลา 2-3 วันอาจทำให้สุขภาพของปลาเสื่อมโทรมได้ 7.การเปลี่ยนน้ำตู้ปลา การเปลี่ยนน้ำจะต้องระมัดระวังค่าความด่างของน้ำในตู้ปลากับน้ำใหม่ที่เติมลงไป และควรมีพันธุ์ไม้น้ำตกแต่งอยู่ด้วย หากไม่มีอาจจะทำให้ปลาตายได้ 8.อุณหภูมิของน้ำในตู้ปลา ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ผู้เลี้ยงปลาจะต้องนึกอยู่เสมอว่าปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น ในฤดูหนาวการเผาผลาญอาหารของปลาจะลดลงตามอุณหภูมิของน้ำ หากปลากินอาหารเป็นเวลาตามปกติ […]

เทคนิคการเลี้ยงลิงมาโมเสท

เทคนิคการเลี้ยงลิงมาโมเสท

ลิงมาโมเสทเป็นลิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าชังด้วยความที่ลิงมาโมเสทเป็นลิงที่ตัวเล็กทำให้ผู้คนสนใจอยากเลี้ยงดู แต่การที่จะเลี้ยงลิงมาโมเสทต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นสัตว์ที่โดยพื้นฐานแล้วมีความดุเหมือนกับลิงทั่วๆไป เรามาเริ่มทำความรู้จักกับการดูแลเจ้าลิงมาโมเสทกันเลยค่ะ 1.อาหาร ลิงมาโมเสทจะชอบกิน แมลง ผลไม้ ยางไม้ นอกจากนี้มาโมเสทก็ยังกินอาหารลิงทั่วๆไปได้เช่นกัน 2.การเลี้ยงลิงมาโมเสท ควรจะเลี้ยงในกรงที่มีขนาดสูง และมีต้นไม้ กิ่งไม้ เพื่อสามารถให้ลิงมาโมเสทได้กระโดดไปมาได้ เนื่องจากลิงมาโมเสทเป็นลิงที่ชอบกัดแทะเราจึงควรทำกรงจากไม้ และแนะนำว่าหากจะเลี้ยงลิงมาโมเสทควรจะศึกษา เกี่ยวกับการเลี้ยงลิงโมเสทและหาโรงพยาบาลที่สามารถรักษาลิงมาโมเสทไว้ด้วยนะคะ 3.อาการเจ็บป่วย โดยปกติแล้วอาการป่วยของลิงมาโมเสทจะไม่เหมือนกับสัตว์ทั่วไป เพราะหากผู้เลี้ยงลิงมาโมเสทไม่สบาย ก็อาจจะทำให้ลิงมาโมเสทติดไข้จากผู้เลี้ยงได้ ดังนั้นจึงควรรักษาความสะอาดให้ดีด้วย และควรคิดให้รอบคอบก่อนเลี้ยงลิงมาโมเสท เพราะต้องเลี้ยงด้วยความรักและความเอาใจใส่จริงๆค่ะ 4.สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะเลี้ยงลิงมาโมเสท การเลี้ยงลิงมาโมเสทนั้นไม่ควรที่จะเลี้ยงในที่ร่มหรือที่ที่ไม่มีแสงแดด กรงควรจะให้แสงแดดส่องเข้ามาได้ ในส่วนของการให้อาหาร ผลไม้ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และไม่ควรจะเอาอาหารมนุษย์ให้ลิงกิน เพราะอาหารมนุษย์ไม่เหมาะสมกับร่างกายของลิง    สิ่งสำคัญก่อนจะเลี้ยงลิงมาโมเสท คือ เราจะต้องเลี้ยงด้วยการเอาใจใส่เป็นอย่างมาก และต้องทำให้ลิงมาโมเสทรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกับอยู่ในป่า และไม่ควรเลี้ยงในห้องแอร์ เนื่องด้วยลิงมาโมเสทเป็นสัตว์เมืองร้อน อาจไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศในห้องแอร์   หากใครสนใจเลี้ยงลิงมาโมเสทจะต้องถามตัวเองให้ดีนะคะว่ามีเวลาให้เขาไหม เพราะลิงมาโมเสทเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมือนเด็ก เป็นสัตว์ที่ขี้ตื่นเต้นตกใจตลอดเวลา หากเลี้ยงแล้วลิงไม่มีความสุขก็อาจทำให้ลิงมาโมเสทเครียดได้นะคะ #ลิงมาโมเสท #การเลี้ยงลิง #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการดูแลชินชิล่า

เทคนิคการดูแลชินชิล่า

ชินชิล่าเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนู มีขนปุยและนุ่ม มีหน้าตาที่น่ารัก การที่เราจะเลี้ยงเจ้าหนูชินชิล่าจะต้องดูแลให้ถูกวิธี มาลองดูกันว่าหากจะเลี้ยงชินชิล่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง 1.การเลี้ยงดู ชินชิล่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยกระตือรือร้นและชอบสำรวจ หากใครที่มีความสนใจอยากจะเลี้ยงชินชิล่าต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ  พาออกไปเดินเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าชินชิล่าของเราไม่เครียด และต้องอาบน้ำหลายครั้งต่อสัปดาห์เนื่องจากชินชิล่าเป็นสัตว์ที่มีขนปุยหนา 2.การให้อาหารชินชิล่า สำหรับอาหารของชินชิล่านั้นมันจะกินพืชเป็นหลัก ไม่ควรให้กินอาหารสดควรจะให้แต่หญ้ากับอาหารเม็ดและควรระวังอาหารที่มีรสหวาน เช่น แอปเปิ้ล หรือองุ่น เป็นต้นนะคะ รวมทั้งอาหารต่างๆที่มีไขมันสูงด้วยค่ะ เพราะชินชิล่ามีระบบทางเดินอาหารที่เปราะบางมาก ไม่สามารถย่อยอาหารไขมันและอาหารหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่ชินชิล่าจะกินอาหารในช่วงเย็น แต่หากผู้เลี้ยงต้องการเปลี่ยนอาหารให้ชินชิล่ากินต้องค่อยๆเปลี่ยนและใช้เวลาหลายวัน ไม่ควรเปลี่ยนในทันที เพราะอาจทำให้ชินชิล่าของเรามีอาการท้องเสียได้ 3.การเพาะขยายพันธุ์ชินชิล่า สำหรับใครที่อยากขยายพันธุ์ชินชิล่า หากชินชิล่าของเราเป็นตัวเมียก็สามารถผสมพันธุ์ได้ทั้งปีเพราะตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ 4.สถานที่สำหรับเลี้ยงชินชิล่า ต้องเลี้ยงในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่ควรจะเป็นที่ที่รับแสงได้โดยตรง รวมทั้งบริเวณที่เลี้ยงไม่ควรจะมีรู เพราะจะทำให้เจ้าชินชิล่าของเรามุดเข้าไปได้ และเอาออกยากมาก เพราะชินชิล่ามีขนาดตัวที่เล็ก 5.อุปกรณ์ภายในกรงของชินชิล่า สำหรับกรงที่ใช้เลี้ยงชินชิล่านั้นควรจะมีขนาดใหญ่ และหลายๆชั้น เพราะส่วนใหญ่นิสัยของชินชิล่ามักจะชอบกระโดด สามารถมีของเล่นภายในกรงได้แต่ไม่ควรเป็นของที่ทำจากพลาสติกเพราะหากมันกัดกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ในกรงควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี การเลี้ยงชินชิล่าจะเหมาะกับการเลี้ยงในห้องที่มีอากาศเย็นหรือห้องแอร์มากกว่านะคะ 6.การเลือกกรงให้ชินชิล่า อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นนะคะว่าชินชิล่ามีนิสัยชอบกระโดด เพราะฉะนั้นเราควรจะหากรงที่มีขนาดใหญ่ได้ยิ่งดีค่ะ 7.การออกกำลังกาย ผู้เลี้ยงควรจะให้ชินชิล่าออกมาวิ่งเล่นนอกกรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงนะคะ เพื่อให้มันไม่เครียดและมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับคนที่สนใจอยากจะเลี้ยงชินชิล่านะคะ หากใครศึกษาวิธีการเลี้ยงชินชิล่าดีแล้ว ก็ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเลี้ยงชินชิล่านะคะ […]

เทคนิคการเลี้ยงเต่าบก

เทคนิคการเลี้ยงเต่าบก

ปัจจุบันนี้มีผู้นิยมหันมาเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานกันมากขึ้น เพราะสัตว์เลื้อยคลานหลายๆชนิดมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลในตัวเอง และที่สำคัญไม่ค่อยส่งเสียงร้องโวยวาย หรือวุ่นวายมากมายนัก อีกทั้งยังมีความสวยงาม แปลก ไม่เหมือนใคร และหนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นที่นิยมชนิดหนึ่งคือ “เต่าบก” หากใครสนใจจะเลี้ยงเต่าบกก็ไปดูดันเลยค่ะว่ามีเทคนิคการเลี้ยงยังไงบ้าง 1.การเลือกซื้อเต่าบก สำหรับการเลือกเต่านั้น ไม่มีกฎตายตัวว่าตัวไหนสวยมากกว่า น้อยกว่า อยู่ที่ว่าแต่ละคนชอบแบบไหน เอาเป็นว่าเราเลือกตัวที่เราชอบดีกว่าค่ะ เพื่อให้ได้ตัวที่ถูกใจเรามากที่สุด 2.อาหารสำหรับเต่าบก สำหรับอาหารของเต่าบกโดยทั่วไปนั้นก็สามารถซื้อผักตามท้องตลาดทั่วไปได้เลย แต่ไม่แนะนำให้กินพวกผักสลัดต่างๆและกะหล่ำปลี เพราะอาจทำให้เกิดโรคคอหอยพอกได้ ซึ่งเต่าแต่ละชนิดจะกินอาหารต่างกัน แต่อย่าให้ชนิดเดิมซ้ำๆเพราะผักแต่ละชนิดมีแร่ธาตุไม่เหมือนกัน 3.การดูแลทำความสะอาด สำหรับการดูแล ทำความสะอาดเต่านั้น ไม่ต้องทำบ่อยจนเกินไปเพราะเต่าอาจจะเครียดได้ สักเดือนละครั้งก็พอ วิธีทำความสะอาดก็ง่ายๆแค่นำลงไปแช่น้ำอุ่นในกะละมังตื้นๆใช้น้ำเปล่าสะอาด ไม่ต้องใช้สบู่ จากนั้นใช้แปรงสีฟันขัดตามกระดองเบาๆ เพื่อขจัดคราบสกปรก แล้วนำมาเช็ดตัวให้แห้ง และนำไปตากแดดได้เลย 4.สถานที่เลี้ยง สถานที่เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเต่า ถ้าเป็นไปได้ควรเลียนแบบสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่จริงของเต่าด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ความสะดวกและสถานที่ของท่านว่าจะอำนวยแบบไหน แต่แนะนำว่าให้มีบ่อน้ำสำหรับให้เต่าได้เล่นน้ำและสถานที่เลี้ยงควรมีแสงแดดส่องถึงให้เต่าได้รับแดดในช่วงเช้าด้วย เพื่อช่วยให้กระดองเต่าแข็งแรง และเพื่อไม่ให้เต่าเครียด อีกทั้งยังช่วยให้เต่าผ่อนคลายนั่นเองค่ะ เต่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีเลยหากใครที่สนใจจะเลี้ยง มันอาจจะช้าตอนอยู่บนบก แต่มันทั้งน่ารักและมีเสน่ห์นะ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเต่าสักตัว สิ่งสำคัญก็คือควรรู้เกี่ยวกับการดูแลเต่าตั้งแต่เล็กจนโตให้มากที่สุด เพื่อให้มีความพร้อมในการเลี้ยง ซึ่งการเลี้ยงเต่าต้องคิดถึงเรื่องอนาคตด้วยนะคะ เพราะเต่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีอายุค่อนข้างยาวนาน คนเลี้ยงจึงต้องรักและเอ็นดูมากๆถึงจะสามารถเลี้ยงเต่าได้ยาวนาน แต่เชื่อว่าสำหรับใครที่เลี้ยงเต่าบกต้องรักและเอ็นดูเต่ามากแน่ๆค่ะ #เต่าบก #เต่า #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์

เทคนิคการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์

หนูแฮมสเตอร์มีมากมายหลายพันธุ์ ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 2-3 ปี พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน แน่นอนว่ามันชอบนอนหลับในตอนกลางวัน และออกหากินรุ่งเช้าหรือหัวค่ำ ซึ่งมันจะตื่นตัวมากที่สุดตอนเช้าตรู่และตอนหัวค่ำ สำหรับคนที่ต้องการจะเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์หากอยากให้มันมีความสุขและแข็งแรงจะต้องให้อาหารที่เหมาะสม ให้มันได้ออกกำลังกายหรือเล่นเพียงพอ และหมั่นทำความสะอาดกรงเป็นประจำ การให้อาหารและน้ำ 1.ควรให้อาหารหนูแฮมสเตอร์ทุกวัน และต้องเป็นอาหารที่สดใหม่ เพราะหนูแฮมสเตอร์เป็นนักสะสม ชอบสะสมอาหารซ่อนไว้ 2.ต้องมีน้ำให้ดื่มตลอดเวลา ถึงแม้มันจะไม่ได้ดื่มน้ำเยอะ แต่ควรจะมีน้ำให้มันดื่มเมื่อรู้สึกหิวน้ำ และไม่ควรใส่น้ำไว้ในชาม เพราะสกปรกง่ายมากและมันอาจจะทำหกได้ ให้ใช้ขวดน้ำหรือที่กินน้ำสำหรับหนูแฮมสเตอร์แทน และแนะนำว่าให้เปลี่ยนน้ำทุกวันเพื่อความสะอาด หรือเปลี่ยน 3 วัน 1 ครั้งเป็นอย่างมาก 3.ใช้อาหารเม็ดรีหรือเป็นก้อน การให้หนูแฮมสเตอร์กินเมล็ดธัญพืชรวมจะทำให้มันเรื่องมาก เลือกกินแต่ของที่อร่อยแต่คุณประโยชน์น้อยกว่า ควรให้มันกินอาหารเม็ดเป็นหลักและให้เมล็ดพืชเป็นอาหารเสริม 4.โรยอาหารไว้ทั่วๆกรงและซ่อนไว้ในของเล่นด้วย เพื่อให้หนูแฮมสเตอร์ค้นหาอาหารด้วยตัวเอง ถ้าใส่อาหารไว้ในชามมันจะขยับร่างกายน้อยลงจนอาจกลายเป็นหนูอ้วนเลยทีเดียว 5.หลีกเลี่ยงอาหารคน ซึ่งรวมถึงลูกอม เนื้อสัตว์ เนื้อปลาดิบ น้ำตาลและของหวาน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้มันเป็นโรคเบาหวานได้ และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหนูแฮมสเตอร์ 6.ควรให้รางวัลพวกมันบ้าง อาจจะเป็นของโปรดของพวกมัน เช่น แอปเปิล แตงกวา ผักกาด แครอท กล้วย คะน้า กะหล่ำ และผลไม้อีกหลากหลายชนิดโดยให้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง […]

เทคนิคการเลี้ยงหมูแคระพอตเบลลี่

เทคนิคการเลี้ยงหมูแคระพอตเบลลี่

หมูแคระเป็นที่นิยมเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน เรียกว่าตอนนี้มีหลากหลายสายพันธุ์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหมูแคระฮอลแลนด์หรือหมูแคระญี่ปุ่น แต่ความน่ารักตัวสีชมพูที่เราจะพาไปรู้จักกันในวันนี้ก็คือ หมูแคระพอตเบลลี่ นิยมนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน แต่ก่อนจะเลี้ยงหมูแคระเรามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อนจะซื้อลูกหมูมาเลี้ยงกันดีกว่าค่ะ 1.ทำความเข้าใจอุปนิสัยของหมูแคระก่อน หมูพอตเบลลี่จะคุ้นกับคนง่ายมาก ขี้เล่น มันสามารถเข้ามาเล่นกับเจ้าของหรือคนที่มันเจอได้ แถมยังรักสะอาด ฉลาด ร่าเริง เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ เนื้อปลา ไข่ไก่ ตามธรรมชาติที่มันหากินได้ แต่อาหารหลักจริงๆส่วนใหญ่จะกินแค่ผักบุ้งและผลไม้ที่มีรสชาติหวาน 2.เข้าใจนิสัยของหมูแคระ นิสัยของมันคือชอบขุดคุ้ยดินเล่น หากผู้เลี้ยงไม่เข้าใจ ก็จะคิดว่าคิดว่ามันซน และอาจทำให้มันแสดงความก้าวร้าวออกมาได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรศึกษานิสัย และคอยปรับพฤติกรรม เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น 3.การให้อาหาร ห้ามเลี้ยงด้วยอาหารสุนัขหรืออาหารแมวเด็ดขาดเลยนะคะ รวมถึงอาหารที่เป็นเนื้อและมีรสเค็ม ควรเลี้ยงด้วยผัก ผลไม้ เช่น แตงกวา แอเปิ้ล ผักใบเขียวหลากหลายชนิด โดยควรให้ปริมาณอาหารตามขนาดร่างกาย หากยังตัวเล็กอยู่ก็ไม่ต้องให้มากเกินไป เพราะไม่ว่าเขาจะหิว หรือไม่หิว หมูแคระก็กินได้ตลอดไม่เลือกเวลา 4.การอาบน้ำ อย่างที่รู้กันนะคะว่าหมูแคระทุกสายพันธุ์มีนิสัยชอบขุดดิน ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของมัน มักจะชอบทำให้ร่างกายสกปรกอยู่เสมอ จึงต้องหมั่นดูแลรักษาทำความสะอาดบ่อยๆ โดยใช้สบู่สำหรับเด็กทำความสะอาด เพราะหมูแคระจะมีผิวหนังที่แพ้ง่าย ควรอาบน้ำเดือนละครั้งเพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเองค่ะ 5.ให้เวลาปรับตัว ก่อนอื่นเลยผู้เลี้ยงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสัตว์ทุกตัวเมื่อมีการย้ายที่อยู่อาศัยก็จะเกิดความรู้สึกกลัว และไม่คุ้นชินกับสถานที่ ผู้เลี้ยงจึงควรให้เวลาหมํแคระได้ปรับตัว พยายามกอด […]

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข อาหารบำรุงข้อสุนัข หมดปัญหากวนใจ เรื่อง โรคข้อในสุนัข

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข อาหารบำรุงข้อสุนัข หมดปัญหากวนใจ เรื่อง โรคข้อในสุนัข

หากสุนัขที่คุณเลี้ยงเริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป มีการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ดูอ่อนแรง ไม่กระฉับกระเฉง มีความลังเลในการกระโดด สุนัขของคุณอาจจะมีอาการเจ็บปวดจากการเป็น โรคข้อในสุนัข ก็เป็นได้ ซึ่งโรคข้อนี้จะทำให้ได้น้องหมาของคุณอยู่ในความเจ็บปวด และเกิดความหงุดหงิด เพราะฉะนั้นแล้วบทความนี้มี มีอาหารสำหรับการบำรุงข้อสุนัข มาฝากกัน อาหารบำรุงข้อสุนัข – ผักใบเขียว หลายๆคนอาจจะลังเลที่จะให้น้องหมาได้กินผัก ขอบอกเลยว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่สามารกินผักได้ แต่ผักบางชนิดก็ควรที่จะต้องหลีกเลี่ยง แต่ผักบางชนิดก็ดีต่อสุขภาพของเขาอย่างเช่น ผักคะน้า ผักโขม ผักเหล่านี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ เพราะฉะนั้นหากสุนัขของคุณไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ขอแนะนำว่าให้คุณลองทำอาหารสุนัขจากผักเหล่านี้ดู อาหารบำรุงข้อสุนัข – หอยแมลงภู่ สำหรับอาหารชนิดนี้ขอบอกเลยว่าอาจจะดูเป็นอาหารที่หลายๆคนคิดว่าไม่เหมาะกับการเป็นอาหารสุนัขสักเท่าไร แต่ว่าหอยแมลงภู่นั้นเป็นอาหารชั้นดีสำหรับน้องหมาที่กำลังจะต้องเจอกับอาการเจ็บปวดโรคข้ออักเสบ เพราะว่าเจ้าหอยแมลงภู่นั้นจะมีกลูโคซามีน คอรดรอยติน กรดไฮยาลูรอนนิก ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นสารที่บำรุงข้อของน้องหมา และยังมีโอเมก้า 3 ที่จะมาช่วยในเรื่องของอาการอักเสบอีกด้วย อาหารบำรุงข้อ – ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กลุ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นกลุ่มผลไม้ที่จะมีน้ำตาลน้อยกว่าผลไม้ทั่วไป และมีสารที่ต้านการอักเสบอยู่สูง มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดด้วยกันเพราะฉะนั้นหากคุณกำลังหาของว่างที่จะช่วยลดอาการอักเสบในข้อของน้องหมาแล้ว ลองแช่ผลไม้เหล่านี้แล้วเอามาให้เขากินดู เพราะจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและยังดีต่อสุขภาพข้อของพวกเขาอีกด้วย นอกจากสรรพคุณที่จะมาเยียวเรื่องการอักเสบแล้วก็ยังสามารถทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย อาหารบำรุงข้อ – ปลาแซลมอน ปลาแซลมอนเป็นปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งดีต่อสุนัขอยู่แล้ว ช่วยป้องกันและลดอาการอักเสบ […]

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข น้ำมันมะกอก ไอเท็มเด็ดสำหรับคนเลี้ยงสุนัข

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข น้ำมันมะกอก ไอเท็มเด็ดสำหรับคนเลี้ยงสุนัข

อีกหนึ่งเคล็ดลับตัวช่วยที่จะมาทำให้การเลี้ยงสุนัขของคุณง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นอีดไอเท็มเด็ดที่เจ้าของน้องหมาหลายๆคนอาจจะไม่รู้มาก่อน ว่าเป็นของที่มีประโยชน์มากขนาดนี้ สิ่งนั้นก็คือ น้ำมันมะกอก หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นไอเท็มสำหรับมนุษย์เสียมากกว่า แต่จริงๆแล้ว น้ำมันมะกอกเนี้ยล่ะที่เป็นอีกหนึ่ง เคล็ดลับเลี้ยงสุนัข ตัวเด็ดที่คุณควรมีติดบ้านไว้ น้ำมันมะกอก เลี้ยงสุนัข – ตัวช่วยลดน้ำหนักสำหรับสุนัข น้ำมันมะกอกนอกจากจะเป็นตัวช่วยด้านร่างกายให้กับมนุษย์อย่างเราๆแล้ว น้ำมันมะกอกจะมีไขมันที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นไขมันที่ดี สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขของเรานั้น น้ำมันมะกอกจะมีส่วนช่วยในการลดไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่าอินซูลิน ซึ่งเจ้าตัวนี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายและระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย น้ำมันมะกอก เลี้ยงสุนัข – ระบบภูมิคุ้มกัน น้ำมันมะกอก เปรียบเสมือนยาชั้นดีที่จะมาช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายของสุนัข เพราะว่าน้ำมันมะกอกนั้นมีส่วนช่วยในการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงสามารถต่อสู้กับโลกต่างๆได้ แ ละยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โพลีฟีน วิตามินอี คลอโรฟิล แคโรทีนอยด์ ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายของสุนัขคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้กับโรคต่างๆ น้ำมันมะกอก เลี้ยงสุนัข – เพิ่มความน่ากินให้กับอาหาร สำหรับสุนัขบ้านไหนที่น้องหมาของคุณนั้นเบื่ออาหารเม็ดแห้งๆเต็มที ขอบอกเลยว่าลองเติมน้ำมันมะกอกลงไปสักเล็กน้อย ก็จะสามารถทำให้อาหารของเจ้าน้องหมานั้นมีความชุ่มมากยิ่งขึ้น แถมยังน่ากิจมากกว่าเดิม น้ำมันมะกอกจะไปกระตุ้นความอยากอาหารของน้องหมา อีกทั้งยังช่วยเสริมรสชาติของอาหารให้มีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดีๆ ที่บ้านไหนมีปัญหาน้องหมากินยาก อยากให้ลองวิธีนี้ดู น้ำมันมะกอก เลี้ยงสุนัข – เส้นขนที่เงางาม สำหรับมนุษย์อย่างเราที่เคยได้ยินมานักต่อนักแล้วว่า น้ำมันมะกอกสามารถช่วยบำรุงเส้นผมของเราให้สวยเงามงามดูสุขภาพดีได้ […]

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข 4 สถานการณ์ฉุกเฉินต้องรีบพาหาหมอด่วน

เคล็ดลับการเลี้ยงสุนัข 4 สถานการณ์ฉุกเฉินต้องรีบพาหาหมอด่วน

สำหรับเจ้าของสุนัขหลายๆคนก็คงต้องเคยเจอกับปัญหาสุขภาพของน้องหมาที่เราสามารถปล่อยไว้สักพัก หรือรอให้เขาหายเองโดยไม่ต้องพาไปหาหมออย่างแน่นอน แต่ในบางกรณีก็มี สถานการณ์ฉุกเฉินของสุนัข ที่ต้องพาไปหาหมอทันที เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่รอไม่ได้เด็ดขาด บทความนี้จะพาคุณมาดูว่า เรื่องฉุกเฉิน ต้องรีบพบแพทย์ของสุนัข จะมีสถานการณ์แบบไหนกันบ้าง เรื่องฉุกเฉิน ต้องรีบพาสุนัขไปหาหมอ – อุบัติเหตุรถชน สำหรับเรื่องอุบัติเหตุรถชนของน้องหมา เป็นเรื่องซีเรียสที่คุณจะรอประเมินอาการเองไม่อย่างเด็ดขาด ต่อให้เขาจะไม่มีบาดแพ้ก็ตาม คุณก็ควรพาน้องหมาไปพบแพทย์เพื่อเช็คความเสียหายและอาการทางกายภาพของเขาให้เร็วที่สุด โดยทำการเคลื่อนย้ายเขาให้เบามากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงไปมากกว่าเดิม สำหรับสถานการณ์นี้หลายๆคนน่าจะไม่นิ่งนอนใจหรือปล่อยไว้เฉยๆอย่างแน่นอน เรื่องฉุกเฉิน ต้องรีบพาสุนัขไปหาหมอ – เลือดไหลไม่หยุด หากน้องหมาของคุณมีอาการเลือดไหลไม่หยุด คุณไม่ควรรอให้มันหยุดไปเองอย่างนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่สถานการณณ์ที่ปกติเลย และถ้าหากคุณปล่อยน้องหมาของคุณให้เลือดไหลต่อไป ก็จะสามารถนำไปสู่อาการที่ร้ายแรงมากกว่าเดิมได้อีกด้วย เพราะว่าเมื่อน้องหมาเสียเลือดนั้นจะทำให้ร่างกายน้องหมาเกิดภาวะขาดน้ำ เหงือกซีด หัวใจเต้นเร็ว ชีพจรต่ำ หายใจเร็วขึ้น หมดสติ ช็อก ซึ่งในกรณีร้ายแรงอาจจะทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้เลย เรื่องฉุกเฉิน ต้องรีบพาสุนัขไปหาหมอ – เมื่อได้รับสารพิษ หากน้องหมาของคุณเผลอไปกินอะไรที่เป็นพิษขึ้นมาแล้วล่ะก็ คุณไม่ควรลองเปิดเน็ตหาวิธีต่างๆด้วยตัวเองเพราะอาจจะทำให้เกิดการเสียเวลา และทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตของน้องหมาก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นควรรีบพาไปหาหมอโดยเร็วที่สุด โดยสามารถกระตุ้นให้น้องหมาอาเจียนออกมาด้วยเกลือแกงได้ และไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานจนเกิดไป เพราะคุณหมออาจจะช่วยไม่ทัน เรื่องฉุกเฉิน ต้องรีบพาสุนัขไปหาหมอ – คลอดลูกไม่ได้ สำหรับการคลอดลูกน้องหา ปกติแล้วไม่จำเป็นจะต้องไปทำคลอดที่โรงพยาบาลเหมือนมนุษย์ […]

เทคนิคการเลี้ยงสุนัข : แชร์ไอเดีย ขนมสุนัข ในหน้าร้อน ของกินเล่น น้องหมา ที่ทำเองได้ง่าย ๆ

เทคนิคการเลี้ยงสุนัข - ขนมสุนัข ในหน้าร้อน ของกินเล่น น้องหมา ที่ทำเองได้ง่าย ๆ

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ มนุษย์อย่างเรายังพยายามหาของเย็น ๆ มาทานดับร้อน น้องหมาของเราเองก็คงอยากได้ ของกินเล่น คลายร้อน ไม่ต่างจากเราแน่นอน แต่จะออกไปซื้อบ่อย ๆ ก็เปลืองเงินพอสมควร บทความนี้เลยจะมาแชร์ไอเดีย ขนมสุนัข คลายร้อน เอาไว้ให้ทำให้น้องหมาของคุณกิน รับรองว่าทำง่ายทุกแบบ แถมมีประโยชน์กับสุนัขอีกด้วย ของกินเล่นสุนัข คลายร้อน – Doggie Ice Lick สำหรับเมนูแรก เป็นเมนูของทานเล่นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ รับรองว่าคลายร้อนได้อย่างสะใจอย่างแน่นอน ในวันที่อากาศร้อนมาก ๆ คุณสามารถทำน้ำแข็งสำหรับสุนัขได้ โดยที่อาจจะใส่ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสุนัข ไว้ในน้ำแข็งเย็น ๆ ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมาก ๆ เพราะว่าเราแค่น้ำผลไม้ใส่ภาชนะ จากนั้นใส่น้ำสะอาด แล้วน้ำไปแช่ช่องแข็ง เวลาจะเอาออกมาก็ให้แช่น้ำอุณหภูมิปกติสักครู่ ก็จะได้น้ำแข็งก้อนใหญ่สำหรับน้องหมามาแล้ว ของกินเล่นสุนัข คลายร้อน – Flavored Ice Cube สำหรับคนที่ไม่อยากทำก้อนน้ำแข็งใหญ่ ๆ อีกหนึ่งไอเดียที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เป็นการทำของกินคลายร้อน ที่เราสามารถแบ่งให้ได้หลายครั้ง […]

เทคนิคการเลี้ยงสุนัข : สูตรการทำ ไอศกรีมสำหรับสุนัข ฉบับโฮมเมด อร่อย สดชื่น แถมได้ประโยชน์

เทคนิคการเลี้ยงสุนัข - สูตรการทำไอศกรีมสำหรับสุนัขโฮมเมดแถมได้ประโยชน์

สำหรับใครที่เลี้ยงสุนัข ขนมสำหรับสุนัข เป็นสิ่งที่เราต้องมีเตรียมกันไว้แทบทุกบ้านอยู่แล้ว แต่ราคาของขนมเหล่านี้ก็ไม่ถูกเลยล่ะ บทความนี้เลยจะมาแชร์ สูตรทำขนมสำหรับสุนัข เป็นขนมสุนัขทำเอง ฉบับโฮมเมด ให้สุนัขของคุณคลายร้อน ด้วยไอศกรีมสำหรับสุนัข ที่วิธีทำง่ายแสนง่าย แถมวัตถุดิบก็ทำมาจากผักผลไม้ และส่วนผสมที่หาได้ไม่ยากเลย บอกเลยว่างานนี้ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน สูตรไอศครีม สำหรับสุนัข – สูตรกล้วย สำหรับสูตรนี้ เป็นสูตรพื้นฐานที่อยากจะแนะนำให้ลองทำ เพราะบ้านเรานั้นกล้วยเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายมาก มีโพแทสเซียม และวิตามินมากมาย ช่วยให้สุนัขของคุณย่อยง่าย แนะนำเลยสำหรับบ้านไหนที่สุนัขท้องผูกหรือถ่ายยาก ให้ลองสูตรนี้ดู โดยทำการใส่กล้วย เนยถั่ว และน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วเนยถั่วก็สามารถทำได้เองง่าย ๆ นำถั่วมาปั่นไปเรื่อย ๆ ก็จะได้เป็นเนยถั่วแล้ว จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันแล้วแช่แข็ง สูตรไอศครีม สำหรับสุนัข – สูตรไก่ สำหรับไอศกรีมสูตรนี้ มาในสูตรของคาว โดยส่วนผสมก็จะเป็นอกไก่ต้ม น้ำซุปไก่ ผักบดตามใจชอบ จากนั้นก็ทำการปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน และทำการไปเข้าฟรีซ แต่ที่สำคัญเลยก็คือไม่ควรปรุงรส เพราะจะไม่ดีต่อสุขภาพของน้องหมา ให้น้องหมาได้ทานรสธรรมชาติ ซึ่งสูตรนี้อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สุนัขต้องการ บอกเลยว่าเอาไปใส่ให้กินกับอาหารที่ทานประจำก็ได้เช่นกัน สูตรไอศกรีม สำหรับสุนัข […]