สิ่งของที่แมวชอบเล่นช่วยให้เขาอารมณ์ดี

สิ่งของที่แมวชอบเล่นช่วยให้เขาอารมณ์ดี

แมวเป็นสัตว์ที่มีลักษณะนิสัยซุกซน มักชอบปีนป่ายขึ้นไปเล่นของเสมือนเด็กวัย 2 – 3 ปีที่กำลังอยู่ในช่วงแห่งความอยากรู้อยากเห็นจึงไม่ค่อยยอมปล่อยสิ่งของโดดเด่นใด ๆ ให้ผ่านตาไป ต้องได้เล่นตลอด แต่สำหรับแมวนั้น พวกเขาไม่ได้มีเฉพาะความอยากรู้ แต่การเล่นคือสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ติดตัวพวกเขามา แม้ว่าจะเคยทำผิดพลาดโดยทำให้สิ่งของต่าง ๆ ในบ้านพังจนถูกตีหรือถูกลงโทษ พวกเขาก็ยังคงทำมันเช่นนั้นซ้ำ ๆ ซึ่งเราก็ไม่สามารถไปว่ากล่าวพวกเขาได้ตลอด ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่เข้าใจคุณอยู่ดี ฉะนั้นทางที่จะป้องกันความซุกซนของแมวได้นั้นคือคุณต้องเอาสิ่งของสำคัญไปวางในจุดที่แมวจะไม่สามารถเข้าถึงได้ ยิ่งเก็บไว้ในตู้ก็ยิ่งปลอดภัยมากเท่าไหร่  แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมด้วยว่าเมื่อสิ่งของที่น้องแมวเล่นเป็นประจำหายไปแล้ว พวกเขาก็อาจจะรู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย แบบนี้แล้วคุณก็ต้องหาสิ่งของใหม่มาให้เขาอารมณ์ดีซึ่งครั้งนี้ก็ควรจะเป็นของที่เขาเล่นได้ประจำต่างหากเลย ซึ่งจะมีอะไรบ้างที่น้องแมวชอบเล่นตลอดเวลาจนเรียกได้ว่าโปรดปราน เรามาดูกันเลย แมวชอบเล่นตุ๊กตามีขน “ตุ๊กตามีขน” เป็นสิ่งของที่แมวมักจะเตะตามากเป็นอันดับแรกทันทีที่เห็นเพราะสัญชาตญาณของแมวเวลาที่เห็นสิ่งใดเป็นขนก็มักจะทำให้นึกถึงสัตว์ที่ตัวเล็กกว่าเขาซึ่งเขาจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ล่าโดยการไปไล่จับและกัดด้วยฟัน จิกด้วยแหลมแบบเมามันส์ แต่พอรู้ว่าเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตก็จะกลายเป็นของเล่นแก้เหงาที่ทำให้แมวอารมณ์ดีและคราวนี้ก็จะเปลี่ยนมาเล่นแบบอม ๆ กัด ๆ แทะ ๆ จนกว่าตุ๊กตาจะหมดคุณภาพไปเลยล่ะ ไม่ต้องห่วงว่าตุ๊กตาจะพังตั้งแต่วันแรก สมัยนี้ตุ๊กตาออกแบบมาทนทานสุด ๆ ให้เขาเล่นได้ตามใจชอบเลย แมวชอบเล่นผ้านุ่ม “ผ้านุ่ม” เป็นสิ่งของที่แมวชอบเล่นมากอีกอย่างหนึ่งเลย เพราะแมวเป็นสัตว์ร่างกายนุ่มอยู่แล้วและมีความรักสบายมาก การที่ได้อยู่กับการนั่ง ๆ นอน ๆ บนผ้านุ่มและได้กอดชายแบบเคลิบเคลิ้มจึงช่วยให้แมวอารมณ์ดีได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู ผ้าห่มขนนุ่ม หรือผ้าลินินแมวก็ชอบ ขอแค่ผืนใหญ่และสามารถกอดหรือกัดเล่นระหว่างนอนได้ก็พอแล้ว ยิ่งสีสันสวยแมวยิ่งรักเลยล่ะ […]

อาบน้ำอย่างไรให้สุนัขไม่หนี?

อาบน้ำอย่างไรให้สุนัขไม่หนี?

“สุนัข” เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับการอาบน้ำเท่าไหร่ โดยเฉพาะการถูกบังคับให้อาบน้ำ ยกเว้นกรณีเดียวคือตัวเองจะวิ่งเล่นลงเล่นน้ำเองอย่างอิสระหรือเอาตัวลงโคลนจนหน้าตามอมแมมตามสไตล์ความซนของสุนัขแบบปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เกลียดการอาบน้ำเหมือนแมว ทว่าด้วยความที่สุนัขมักจะมีขนาดตัวที่ใหญ่และรวดเร็วทำให้บางทีก็ยื้อกันจับตัวของเราในการที่จะอาบน้ำให้เขาได้จนเรียกได้ว่าหากปล่อยให้หลุดมือเมื่อไหร่ก็ย่อมหาทางหนีทีไล่ไปไกลจนลับตาตามจับไม่ทันทีเดียว บางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิด แต่หากจะไม่ให้อาบน้ำก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวน้องจะมีเห็บหมัดติดเยอะหรือเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผิวหนังซึ่งเจ้าของสุนัขอย่างเราย่อมอยากจะทะนุถนอมเขาอยู่แล้ว เช่นนั้นวันนี้เราก็จะมาแนะนำ How To อาบน้ำสุนัขไม่ให้น้องหนีไปได้ จะทำอย่างไรน้องจึงจะยอมเราแบบไม่ต้องมีหงอยหรือแกล้งเราได้มาดูกันเลย มีคนช่วยจับสุนัขอาบน้ำไม่ให้หนี การอาบน้ำให้สุนัขหากจะให้ดีควรมีคนอาบน้ำให้เขา 2 คน คนหนึ่งเป็นคนอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายให้เขาซึ่งต้องใช้เวลาสักพัก ไหนจะต้องมีการเปลี่ยนสบู่กับแชมพูอีก หากหันไปแปปเดียวสุนัขได้แอบวิ่งหนีจนเลอะเทอะยิ่งกว่าเดิมอีกแน่นอน อีกคนหนึ่งจึงต้องเป็นผู้ช่วยคนอาบน้ำโดยการนั่งจับตัวสุนัขไว้ไม่ให้ดิ้นหนีจนหลุดไปได้ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายน้ำสะอาดหรือการหยิบจับผลิตภัณฑ์อาบน้ำโดยอาจใช้วิธีการกอดสอดไปถึงใต้ท้องไว้ ไม่ควรจับแค่หลังของเขาเท่านั้น เพราะขนสุนัขย่อมมีความมันและลื่น อาจทำให้หลุดมือได้ง่าย มีของล่อตาล่อใจสุนัขเวลาอาบน้ำไม่ให้หนี ในการอาบน้ำให้สุนัขจำเป็นต้องมีของล่อตาล่อใจไม่ให้น้องเขาหนีออกไปในระหว่างที่กำลังชุ่มฉ่ำกับน้ำที่ไหลบนตัวอยู่ คนที่ช่วยจับอาจจะมีการพูดคุยเล่นสนุกสนานพร้อมเอาของเล่นที่มีเสียงอย่างเป็ดหรือกระดูกหย่อนใกล้ ๆ หน้าสุนัขให้มองตาจนลืมความรำคาญในการอาบน้ำไปได้เลย อาบน้ำสุนัขในอ่างไม่ให้เขาอยากหนี อย่างที่บอกว่าหากให้เลือกระหว่างอาบน้ำกับการที่เขาไปอยู่ในสระน้ำหรือแอ่งน้ำเอง น้องเขาย่อมจะเลือกอย่างหลังมากกว่า เพราะเป็นอิสระ มีความเย็นสบาย กว้างขวาง เหมือนตัวเองลอยได้ และหลบหนีจากความวุ่นวาย ฉะนั้นคุณจึงควรหาอ่างน้ำขนาดใหญ่มาใส่น้ำและให้สุนัขลงอ่างไผเล่นได้อย่างสบายใจ แล้วระหว่างนั้นก็อาบน้ำให้สุนัขไป หาขอ ลอยน้ำได้มาเป็นเพื่อนให้เขาด้วยก็จะสนุกสนานมากขึ้น #สุนัข #เจ้าตูบ #สัตว์โลกน่ารัก

How To เลี้ยงแมวในบ้านให้ปลอดเชื้อโรค

How To เลี้ยงแมวในบ้านให้ปลอดเชื้อโรค

หากจะกล่าวถึงสัตว์เลี้ยงที่ได้ชื่อว่า “แมว”แล้ว ที่จริงแมวเป็นสัตว์ที่เราไม่ควรจะนำมาไว้ในบ้านตัวเองเท่าไหร่เพราะขนที่ฟูร่วงเยอะกว่าสัตว์เลี้ยงมีขนอื่น ๆ อาจทำให้เกิดแบคทีเรียเชื้อโรคทางอากาศในบ้านของคุณได้ และอีกอย่างธรรมชาติการกำเนิดของแมวก็มาจากการเป็นสัตว์ป่าด้วยการเลี้ยงที่ดีที่สุดจึงเป็นนอกบ้านของคุณ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าคนสมัยนี้มักจะรักแมวมากจนเปรียบเขาไม่ต่างจากเพื่อนหรือพี่น้องที่คอยอยู่เคียงข้างเลยด้วยซ้ำจนเทรนด์การนำแมวมาเลี้ยงในบ้านเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วทั้งในแถบโลกตะวันตกและโลกตะวันออกจนกลายเป็นการเลี้ยงแมวที่ใคร ๆ ก็ทำกันซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีความสะอาดมากพอและขับถ่ายค่อนข้างเป็นที่เป็นทางมากกว่าสุนัข ฉะนั้นหากกลัวเชื้อโรคของแมวที่เกิดภายในร่างกายหรือจากขนแล้วล่ะก็ทุกคนก็ย่อมสามารถเลี้ยงได้ภายใต้มาตรการปลอดเชื้อโรค 3 อย่างที่หากทาสแมวอยากรู้ก็ตามไปดูกันเลย มีโซนเลี้ยงแมวในบ้านให้สามารถเดินได้ในพื้นที่กำหนด ในการเลี้ยงแมวในบ้านให้ปลอดเชื้อโรค คุณจะต้องมีโซนจำกัดสำหรับให้แมวเดินไปไหนมาไหนในบ้านได้อย่างชัดเจน ควรให้เขาอยู่โซนบ้านบริเวณด้านหลัง ไม่ควรให้อยู่ในโซนห้องปรับอากาศหรือโซนที่ต้องใช้ทำกิจกรรมหลักภายในบ้านได้ เพราะนอกจากแมวจะมาทำให้ข้าวของเสียหายได้แล้วยังอาจทำให้ขนร่วงเต็มเฟอร์นิเจอร์กลายเป็นการแพร่ฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้ ยิ่งโซนหลักของบ้านเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาก็ยิ่งไม่ควรให้แมวเดินมาถึงมาก ต้องหารั้วจำลองของเล่นหรือสร้างประตูห้องตรงทางเชื่อมโซนห้องด้านหลักและโซนหลักที่เปิด – ปิดเฉพาะเวลาจำเป็นไม่ให้แมวออกมาเดินเล่นได้ มีบ้านให้อยู่ต่างหากในการเลี้ยงแมวในบ้าน คุณต้องมีบ้านให้น้องแมวอยู่อาศัยแบบแยกต่างหากภายในห้องหรือมุมหนึ่งของบ้านคุณเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมาหาที่นอนทำขนร่วงตามมุมต่าง ๆ ในห้องให้ทำความสะอาดกันยกใหญ่ ทั้งนี้ก็เพื่อการกั้นอาณาเขตให้บ้านของเราปลอดเชื้อโรคจากแมวด้วย โดยบ้านของแมวจะเป็นโครงบ้านคล้ายบ้านของมนุษย์ที่เป็นช่องประตูให้แมวเข้าไปนอนบนเบาะพร้อมด้วยของเล่นกับตุ๊กตาที่จะทำให้น้องเขามีพื้นที่ส่วนตัวไม่รบกวนหรือแพร่กระจายเชื้อโรคสุ่มสี่สุ่มห้าในบ้านได้ จัดห้องอาหารในจุดที่แมวไม่สามารถเข้ามาถึงได้ ห้องอาหารคือห้องสำคัญที่สุดของบ้านที่ผู้คนจะต้องได้รับประทานอาหารในพื้นที่มีอากาศบริสุทธิ์และสุขลักษณะต้องสะอาดปลอดเชื้อโรคที่สุดจึงควรตั้งมุมห้องอาหารหรือห้องครัวให้อยู่ในจุดที่แมวไม่สามารถเดินเข้ามาได้ซึ่งอาจมีที่กั้นหรืออยู่ในมุมที่แมวไม่ได้กลิ่นชัดก็ได้ #แมว #ทาสแมว #สัตว์โลกน่ารัก

How To ให้รู้ว่ามันคือ “สุนัขดุ”

How To ให้รู้ว่ามันคือ “สุนัขดุ”

เวลาที่เราเจอสุนัขจะมีอยู่ 2 อารมณ์ที่เกิดขึ้นในความรู้สึก ได้แก่ กลัวถูกสุนัขไล่กัด กับ หลงรักสุนัขที่มีท่าทีน่ารัก แน่นอนว่าในเบื้องต้นจิตวิทยาจะสั่งให้เราประเมินสุนัขจากลักษณะภายนอกที่มีใบหน้า สายพันธุ์ กับลวดลายก่อนแล้วหากเป็นสุนัขที่ดูภายนอกมีความสดใสน่าจะใสซื่อจริงเราก็จะรู้สึกว่ามันช่างน่าเข้าหามาก ตรงกันข้ามกับอีกตัวที่มีใบหน้าน่ากลัวคิดว่าท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่แท้จริงเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขที่เราเห็นภายนอกว่าน่ารักน่ากอดมันเป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตรกับเราจริงหรือเปล่า? แล้วสุนัขที่เห็นว่ามีลักษณะใบหน้าน่ากลัวนั้นแท้จริงแล้วดุจริงหรือไม่? เพราะบ้านเราเองก็เลี้ยงสุนัขไว้สองตัว ตัวหนึ่งมีลายจุดสีน้ำตาลดัดขาวเป็นสีวัวนมดูซึ่งกัดคนแปลกหน้าได้ กับสุนัขอีกตัวที่ตัวเป็นสีดำ มีจุดสีขาวที่ตา 2 จุดซึ่งเป็นมิตรกับทุกคน ทั้งสองตัวเวลาเห็นคนแปลกหน้าก็มักจะเดินไปโผล่หน้าตรงช่องประตูรั้วพร้อมกัน ทว่าสุนัขที่มีแต่คนบอกว่าน่ารักนั้นมีแต่สุนัขตัวสีวัวนมตัวเดียวเท่านั้น แต่กลับมองว่าสุนัขตัวสีดำของเราดูท่าน่าจะดุจนเราแอบสงสารน้องเลย ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือเราควรตรวจสอบว่าสุนัขดุหรือไม่จากท่าทางกับปฏิกิริยาของมันมากกว่าจึงจะปลอดภัย ดังนี้ สุนัขดุจะเงียบผิดปกติเวลาเห็นคน สุนัขดุที่แท้จริงจะไม่ได้เห่าเสียงดังเวลาเห็นคนอย่างที่ใคร ๆ ต่างคิดกัน เพราะสุนัขที่เห่าเสียงดังนั้นก็แค่ต้องการจะไล่คนไปให้พ้น ๆ จากรัศมีของมันพร้อมกับวิ่งไล่ให้พ้นจากอาณาเขตเร็ว ๆ อย่างสนุกสนานก็เท่านั้น แต่สำหรับสุนัขที่ดุจะมีอาการเงียบมากกว่าสุนัขปกติเวลาเห็นคนเดินผ่านหรืออยู่ไม่ไกลจากมัน มันจะไม่กระดิกหางแต่จะจ้องหน้าคนคนนั้นอย่างไม่วางจนเหมือนมีดคมเลยทีเดียว นอกจากนี้มันจะยังไม่แลบลิ้นออกมาเหมือนปกติอีกด้วย หากคุณวิ่งผ่านมันหรือเข้าไปเล่นด้วยความชะล่าใจเมื่อไหร่มันก็พร้อมจะจู่โจมทันทีตามตัวตนของสุนัขดุ สุนัขดุจะขู่ในคอและหายใจดัง สุนัขดุนอกจากจะเงียบเฉย ๆ แล้ว บางตัวอาจจะส่งเสียงขู่และหายใจดังแบบสัตว์ที่กำลังหงุดหงิดจนถึงจุดเดือดขั้นสุดหากมีคนเข้ามาใกล้ตัวของมันมากยิ่งขึ้นซึ่งคนนั้นเป็นคนที่มันจ้องระวังไว้อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อถึงคราวที่คุณส่งเสียงดังแบบไม่ทันระวังตัว สุนัขดุก็จะเข้าเล่นงานกัดคุณได้ในทันที หากคุณเห็นว่ามันเริ่มขู่ในลำคอดังมากขึ้นก็ให้รีบหลีกเลี่ยงไปอีกทางเลย ไม่เช่นนั้นหากมันวิ่งไล่กัดแล้วคราวนี้ถึงไกลแค่ไหนมันก็ปล่อยให้คุณหนีไปยากแน่นอน สุนัขดุจะสวมตะกร้อครอบปาก สุนัขดุจะมีสัญลักษณ์ที่เด่นชัดสุดหากคุณเห็นตัวไหนที่มีตะกร้อเหล็กครอบปากอยู่ก็หมายความว่าสุนัขตัวนั้นมีความดุดันสูงจนเจ้าของเองก็คุมหรือสอนไม่อยู่ทำให้ต้องใช้ตะกร้อครอบปากไว้ไม่ให้มันมากัดคนทั่วไปจนเป็นอันตรายได้ ซึ่งแม้จะเห็นว่าสุนัขที่สวมตะกร้อครอบปากดูเงียบอย่างนั้น แต่แท้จริงมันแค่หงอยที่ถูกเจ้าของจับใส่ทำให้ปากมันไม่เป็นอิสระ ลองคุณได้เข้าไปใกล้มันสิ ได้มีวิ่งตามแน่ ๆ #สุนัขดุ #สุนัข […]

How To เลี้ยงม้าให้เชื่องและรักคุณ

How To เลี้ยงม้าให้เชื่องและรักคุณ

“ม้า” เป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ถูกใช้งานอย่างหนักมาตั้งแต่อดีตในด้านของการเดินทางเร็ว การหลบหนีจากอันตรายอย่างชาญฉลาด มีไหวพริบดี ทำให้หลายคนนิยมเลี้ยงม้ากันจนถึงปัจจุบันจนถึงกับเปิดฟาร์มเลี้ยงม้าหลายตัวเลยก็มีหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีการผสมพันธุ์ม้าและประชันความเร็วกับความสวยงามของม้าประจำทุกปีด้วยในประเทศไทย ทุกคนจึงค่อนข้างให้ความทะนุถนอมกับสัตว์เลี้ยงนี้เป็นพิเศษ หากไม่จำเป็นก็จะไม่ค่อยลงโทษเขาด้วยวิธีรุนแรง นอกเสียจากเวลาเจอม้าใหม่ที่รับมาแล้วเขาไม่เชื่องซึ่งทุกคนที่เลี้ยงม้าย่อมต้องประสบพบเจอบ่อย ๆ กับม้าที่พยศและเปิดใจให้เรายาก ด้วยตามนิสัยของม้าแล้วมักจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง หยิ่งทระนง และไม่ค่อยไว้ใจใครโดยเฉพาะมนุษย์ นอกเสียจากเราจะเลี้ยงม้าให้เชื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีวิธีใดบ้างที่เขาจะเปิดใจเป็นมิตรและเปลี่ยนมุมมองรักเราในฐานะเจ้านายและเพื่อนของเขา ลองมาอ่านกันในบทความนี้เลย เลี้ยงม้าให้เชื่องโดยการลูบตัวเขาบ่อย ๆ การที่จะให้ม้าเกิดความเชื่องและยอมเข้าใกล้เรามากขึ้น เราต้องทำให้เขารู้ว่ามนุษย์อย่างเราไม่ได้ต้องการจะบังคับหรือทำในสิ่งที่ไม่ดีกับเขาทั้งนั้น แต่เป้าหมายหลักคือเราต้องการให้เขายอมเป็นเพื่อนกับเรา ให้โอกาสเราได้จับเขาเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้อันตราย ม้าจะได้ไว้ใจเราในเบื้องต้น โดยระยะแรกคุณอาจทำเรื่องง่าย ๆ แค่วางอาหารในระยะใกล้พอที่เขาจะยื่นหน้าจากคอกมากินได้ และเมื่อเขายอมก็ค่อยให้อาหารใกล้ชิดกับปากของม้า หลังจากนั้นระหว่างม้ากินอาหารจากมือคุณ คุณก็เอื้อมมือไปลูบบริเวณหลังของเขาได้ ทำแบบนี้ทุกวันแล้วม้าจะเกิดความคุ้นเคย เริ่มเชื่องจนยอมให้คุณลูบหลังเขาได้ทุกเวลาเอง ยิ่งคุณลูบตัวเขาด้วยสัมผัสเบาพร้อมรอยยิ้มบ่อย ๆ ก็ยิ่งสามารถถ่ายทอดความเป็นมิตรของคุณให้เขาซึมซับได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น เลี้ยงม้าให้เชื่องโดยปล่อยเขาออกไปวิ่งเล่นเป็นประจำ การที่คุณปล่อยม้าให้มีโอกาสออกไปวิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระในบริเวณอาณาเขตธรรมชาติของบ้านคุณที่มีความกว้างใหญ่หรืออยู่ในอาณาเขตรั้วในฟาร์มสัตว์จะทำให้ม้ารู้สึกพอใจในสิ่งดี ๆ ที่คุณมอบให้เขา เขาสามารถรับรู้ถึงความหวังดีและหัวใจบริสุทธิ์ของคุณที่สามารถเข้าใจธรรมชาติของม้าอย่างเขาได้ ไม่บังคับให้อยู่แต่ในคอกที่เหมือนเป็นการสร้างกรอบอย่างเดียว ให้โอกาสเขาแล้วม้าจะเริ่มเชื่องเองโดยไม่ต้องใช้การลงโทษเลย เลี้ยงม้าให้เชื่องโดยไม่ดุเขา เมื่อม้าทำสิ่งใดผิดพลาดในฟาร์มหรือบ้านของคุณ คุณไม่ควรใช้วิธีการดุหรือเอาแส้มาตีเขาเหมือนที่เจ้าของม้าหลายคนทำ มันเป็นวิธีที่ทำให้พวกเขาเชื่อฟังอย่างรวดเร็วและเชื่องง่ายก็จริง แต่ม้าจะไม่รับใช้และเป็นเพื่อนคุณอย่างบริสุทธิ์ใจแน่นอน หากได้ทีเขาก็อาจจะสามารถทำร้ายคุณหรือหนีไปจากคุณโดยไม่ลังเลได้ คุณจะไม่ได้รับความภักดีจากเขาแน่นอน ฉะนั้นเมื่อเขาทำผิดให้จับใบหน้าเขาให้เข้าหาเรา พลันหลับตาลงแล้วกระซิบใกล้หูม้าว่า “ไม่เป็นไร คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก” แม้ช่วงแรกบอกไปเขาจะไม่รู้ความหมาย แต่ก็จะสัมผัสความรู้สึกที่คุณอยากเตือนได้เองเมื่อเริ่มคุ้นชินกับคำพูดและการกระทำที่แตกต่างจากทุกครั้ง […]

3 อันดับสัตว์ที่ต้องดูแลอย่างดี ไม่งั้นเสี่ยงตายเร็ว!

3 อันดับสัตว์ที่ต้องดูแลอย่างดี ไม่งั้นเสี่ยงตายเร็ว!

สมัยนี้ผู้คนทั่วโลกมีสัตว์เลี้ยงที่แตกต่างกันมากมาย เราไม่เจาะจงเลี้ยงเฉพาะสัตว์น่ารัก แต่ยังมีการนำสัตว์แปลกหรือสัตว์หายากสวย ๆ มาเลี้ยงไว้ชมแก้เหงาและทำให้ใน 1 วันของเราเต็มไปด้วยสีสันเหมือนมีเพื่อนอยู่ด้วยตลอดเวลา และด้วยความที่สัตว์เลี้ยงบางชนิดในยุคสมัยนี้มีต้นกำเนิดมาจาดสัตว์ป่าที่เอาตัวรอดเองจึงทำให้มีภูมิคุ้มกันสูง ไม่ได้ตายว่ายเหมือน ๆ กันเสมอไป คนสมัยใหม่จึงมักจะนิยมเลี้ยงสัตว์ที่ตายยากเป็นหลัก เพราะพวกเขามีเวลาที่ดูแลสัตว์เลี้ยงตัวเองไม่ค่อยมากนัก นอกจากต้องทำงานที่ออฟฟิศทั้งวันแล้ว กลับมาบ้านก็ยังต้องทำงานที่บ้านอีก ทำให้มีเวลาเล่นหรือเอาใจใส่พวกเขามากสุดก็ในวันหยุดเท่านั้น สำหรับสายรักสัตว์ที่กำลังกังวลว่าสัตว์ที่ตัวเองคิดจะนำมาเลี้ยงอยู่เป็นสัตว์ที่เสี่ยงตายเร็วหากเลี้ยงไม่ดีหรือเปล่าล่ะก็เราบอกเลยว่าไม่ต้องกลัว เพราะสมัยนี้สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ก็ภูมิคุ้มกันดีทั้งนั้น ยกเว้นว่าคุณจะเลี้ยงสัตว์ทั้ง 3 ชนิดเหล่านี้ที่ต้องดูแลให้ดี ไม่งั้นเสี่ยงตายเร็วได้ ปลาคาร์ฟ “ปลาคาร์ฟ” เป็นปลาสวยงามที่ผู้คนนิยมเลี้ยงกันในบ่อใหญ่เยอะมาก แต่ภูมิคุ้มกันของปลาคาร์ฟนั้นจะค่อนข้างต่ำมากแม้ตัวจะใหญ่ เรียกว่าต้องดูแลประคบประหงมให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อหรือสระอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้เวลาหรือมีสิ่งผิดปกติในน้ำ และอาหารก็ต้องให้ตรงเวลา ให้เยอะก็ไม่ได้ และให้น้อยก็ไม่ได้ ต้องมีการตวงให้อาหารปลาคาร์ฟในปริมาณที่พอดีแบบแบ่งสัดส่วน เพราะปลาคาร์ฟเป็นปลาที่บอบบางมาก จึงเสี่ยงป่วยและตายเร็วหากผิดพลาดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ใครที่รู้ตัวว่างานเยอะ ไม่ค่อยมีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงขอให้ตัดลิสต์การซื้อปลาคาร์ฟมาเลี้ยงออกไปได้เลย หนูแฮมสเตอร์ “หนูแฮมสเตอร์” เป็นหนูที่ต้องให้อาหารตรงเวลาและมีการเปลี่ยนน้ำเสมอ นอกจากนี้ต้องจัดกรงที่มีขนาดกว้าง มีสถานที่ให้วิ่งเล่นและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสภาพอากาศที่หนูแฮมสเตอร์สามารถอยู่ได้ เพราะหนูแฮมสเตอร์เป็นหนูที่ค่อนข้างมีภูมิคุ้มกันต่ำในการอบู่กับอากาศที่ร้อนไปก็ไม่ได้ หนาวไปก็ไม่ได้ และหิวง่ายด้วย เมื่อหนูแฮมสเตอร์หิวหนักแล้วเราเพิ่งให้อาหารก็จะกินหนักจนทำให้มีปัญหาสุขภาพการขับถ่ายได้ง่าย ไม่สบายเร็วและตายง่ายมาก ต้องดูแลให้ดี สุนัขพันธุ์เตี้ย “สุนัขพันธุ์เตี้ย” มักจะมีลักษณะตัวที่อ้วนและมีลักษณะนิสัยคล้ายลูกสุนัข ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากเหมือนสุนัขพันธุ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพุดเดิ้ลหรือสุนัขพันธุ์ปั๊ก พวกเขามักจะชอบอยู่กับบ้าน […]

5 นิสัยที่เปลี่ยนไปหลังจากเลี้ยงแมว จากคนธรรมดาสู่ทาสผู้ภักดี

5 นิสัยที่เปลี่ยนไปหลังจากเลี้ยงแมว จากคนธรรมดาสู่ทาสผู้ภักดี

แมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเสน่ห์ ฉลาด มีไหวพริบ และมีความน่ารักเป็นอย่างมาก จึงทำให้เราตกเป็นทาสได้ง่าย ๆ แม้ว่าบางคนอาจจะมองในแง่ลบไปว่าพวกมันไม่ทำอะไร แถมเอาแต่ใจด้วย แต่แท้จริงแล้วการเลี้ยงน้องแมวนั้นมีข้อดีมากมาย มาดูกันว่านิสัยที่เปลี่ยนไปหลังจากเลี้ยงแมวมีอะไรบ้าง คนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ จะมีนิสัยที่เปลี่ยนไปอย่างไร 1. จิตใจดี การเลี้ยงสัตว์จะช่วยพัฒนาทางด้านจิตใจของผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก เช่น หากเป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อได้อยู่กับน้องแมวบ่อย ๆ จะทำให้เรายิ้มได้อย่างไม่มีเหตุผล ช่วยให้เรามีจิตใจที่ดี เอื้ออาทร ให้โอกาสผู้อื่นสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเมตตาเพิ่มขึ้นด้วย เป็นต้น 2. ความอดทนอดกลั้น จะเห็นได้ว่าผู้ที่เลี้ยงแมวต้องฝึกให้พวกมันขับถ่ายอย่างเป็นที่เป็นทาง สอนให้ทำตามคำสั่ง และอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนและระยะเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการพัฒนาทักษะนี้ของเราไปด้วย และเมื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คุณจะรู้สึกได้ว่ามีความมานะอดทน และมีความเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ มากกว่าเดิม    3. ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นอีกหนึ่งนิสัยที่เปลี่ยนไปหลังจากเลี้ยงแมว หากพบว่าผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนมักจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเสมอ เพราะเกิดความเห็นอกเห็นใจที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นมาภายในจิตใจจากการเลี้ยงสัตว์บ่อย ๆ นั่นเอง 4. มีอัธยาศัยดี เป็นมิตร เข้าได้กับทุกคน เพราะการเลี้ยงสัตว์จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข […]

6 วิธีรับมือแมวไม่ให้กวนตอนดึก ทาสหลับสบายไม่มีเหมียวปลุกตอนนอน

6 วิธีรับมือแมวไม่ให้กวนตอนดึก ทาสหลับสบายไม่มีเหมียวปลุกตอนนอน

ทาสแมวแทบทุกคนต้องพบเจอกับปัญหาน้องเหมียวมากวนใจระหว่างนอนหลับในตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียง ข่วนประตู เป็นต้น ทำให้หลับไม่สนิทได้ ยิ่งเราสนใจพฤติกรรมต่าง ๆ ของน้องมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลให้แมวคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั่นถูกต้อง และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นมาดูวิธีรับมือแมวไม่ให้กวนตอนดึกกันว่ามีอะไรบ้าง ไปลองทำดูกัน วิธีจัดการแมวซุกซนตอนกลางคืน ทาสทั้งหลายจะได้นอนอย่างสบาย 1. จัดเวลานอนให้เป็นเวลา โดยเข้านอนเวลาเดิมทุกวัน จนน้องเหมียวปรับตัวได้ ทำเป็นกิจวัตร ซึ่งหากถึงเวลาปิดไฟก็ควรปิดทันที เนื่องจากความมืดก็เหมือนการเตือนให้รู้ว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว แต่อย่าลืมว่าแมวเป็นสัตว์นักล่าตอนกลางคืนการปิดไฟอาจจะไม่ช่วยให้พวกเขาง่วงได้ ดังนั้นควรสร้างบรรยากาศแบบเดิมทุกคืนด้วย เพื่อให้เกิดความเคยชิน 2. เปลี่ยนเวลาการให้อาหาร ลองให้น้องแมวกินอาหารประมาณครึ่งถ้วยสักพักก่อนนอน เมื่ออิ่มแล้วก็จะเกิดความง่วงขึ้น หลับเต็มตื่นได้ง่ายกว่าเดิม 3. เล่นด้วยจนเพลีย วิธีรับมือแมวไม่ให้กวนตอนดึกที่ได้ผลเป็นอย่างมากและสามารถดูดพลังให้หลับสนิทได้เป็นอย่างดีคือ การพามาเล่นก่อนเวลานอนหรือช่วงค่ำแบบสุดเหวี่ยง ให้เหนื่อยหรือเบื่อกันไปข้างหนึ่ง แต่ไม่ต้องกังวลว่าเราจะเพลียก่อน เพราะน้องจะคึกคักเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เล่นแป๊บเดียวเจ้าเหมียวทั้งหลายก็เหนื่อยแล้ว 4. แยกห้องนอน เนื่องจากแมวไม่ได้นอนยาว 8 ชั่วโมง เมื่อขยับตัวก็อาจทำให้พวกเขาตื่น มากวนเราได้ในตอนดึก  โดยจัดสถานที่ให้รู้ว่านี่คือที่นอนของพวกเขา เลือกมุมสงบ ๆ แสนสบาย พร้อมกับของเล่นชิ้นโปรด กระบะทราย รวมถึงอาหารและน้ำ ทั้งนี้เจ้าเหมียวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบนอนที่เดียว ควรจัดเตรียมไว้หลาย […]

How To ดูแลน้องสุนัขไม่ให้มีพยาธิ

How To ดูแลน้องสุนัขไม่ให้มีพยาธิ

การพบพยาธิในสุนัขของคุณเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเลย เพราะการใช้ชีวิตของเขาและการเลี้ยงดูในฐานะสัตว์เลี้ยงนั้นแตกต่างจากมนุษย์มาก พวกเขาไม่ได้อยู่ที่สบายอย่างที่เราอยู่และยังกินอาหารคนละรูปแบบกับเราด้วย ในภาพรวมชีวิตประจำวันของเขาจะอยู่แต่ข้างนอกตลอดเวลาสำหรับสุนัขไทยทำให้บางทีด้วยความไม่รู้อาจจะทำให้พบพยาธิในเขาก็ได้ หากว่าเราไม่ดูแลเขาให้ดี คิดแต่จะเลี้ยงเพื่อเล่นกับน้องสุนัข บางบ้านก็อาบน้ำให้เขาเพียงนาน ๆ ทีเท่านั้น และจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่นอนหากน้องสุนัขจะต้องไม่สบายในวันหนึ่งเพราะเจ้าพยาธิตัวร้าย เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดีให้น้องสุนัขของคุณไม่มีพยาธิ เพราะหากจะให้นำมาเลี้ยงในบ้านก็จะทำให้บ้านเต็มไปด้วยขนสุนัข ต้องจามและอาจควบคุมความซนของน้องไม่ไหวด้วย ตัวก็ใหญ่ วันนี้ใครที่กังวลอยู่เรามี How To ดูแลน้องสุนัขไม่ให้มีพยาธิมาแนะนำพวกคุณกัน อ่านแล้วอย่าลืมปฏิบัติกับน้องสุนัขอย่างเคร่งครัดด้วยล่ะ ทำความสะอาดสิ่งสกปรกของสุนัขเพื่อป้องกันพยาธิ เป็นเรื่องปกติที่สุนัขของคุณจะขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางหรืออาจจะอาเจียน ไอเอาเสมหะออกมาพร้อมสิ่งไม่พึงประสงค์ตามพื้นดินหรือบริเวณลานบ้านได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริเวณนั้น ๆ จะเป็นจุดที่สุนัขมักจะไปนั่งหรือเดินไปเดินมาบ่อย ๆ จึงอาจเกิดการสะสมความสกปรกทำให้มีสุขลักษณะที่ไม่ดีหากปล่อยเอาไว้นานแม้จะแห้งแล้วแต่ก็ต้องมีพวกแมวแมลงหวี่และแมลงวันอยู่ดี ซึ่งเมื่อสุนัขนั่งเล่นนอนเล่นก็อาจเจอพยาธิได้ จึงควรทำความสะอาดทันทีหลังเห็น ไม่ควรหมักหมมไว้ ให้สุนัขกินอาหารเหมาะสมเพื่อป้องกันพยาธิ พยาธิสามารถเกิดในสุนัขได้หากคุณไม่ใส่ใจในอาหารที่ให้สุนัขของคุณ คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นชาวบ้านมักจะนิยมให้อาหารสุนัขจากของที่คนรับประทานเหลือหรือพวกเศษอาหารต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่บางอย่างหากเป็นอาหารดิบ อาหารบูด หรืออาหารไม่พึงประสงค์ที่เราไม่สามารถรับประทานได้ก็ไม่ควรเอาไปให้สุนัขเพราะอาจเกิดพยาธิได้ เขาก็มีชีวิตและจิตใจเหมือนเราอย่าให้ของไม่ดีแก่น้องเลย อาบน้ำให้สุนัขทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันพยาธิ คุณควรจะอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดอนามัยในร่างกายของสุนัขเป็นประจำ ไม่ควรรอให้ถึงเวลาที่สุนัขมีกลิ่นตัวถึงจะยอมอาบน้ำให้น้องเขา เพราะหากไม่ค่อยได้อาบน้ำ ร่างกายสุนัขที่ออกไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่คลุกคลีกับสิ่งสกปรกในสถานที่ต่าง ๆ บริเวณช่วงท้องอาจทำให้มีพยาธิเข้าไปเล่นงานได้ ฉะนั้นในการป้องกัน เราต้องอาบน้ำให้สุนัขทุกสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายเขาสะอาดเสมอ #สุนัข #เจ้าตูบ #สัตว์โลกน่ารัก

How To เรียกสุนัขมากินอาหารให้ฟังออก

How To เรียกสุนัขมากินอาหารให้ฟังออก

ใคร ๆ ต่างก็พูดกันว่าสัตว์ไม่สามารถฟังมนุษย์พูดได้แบบเข้าใจกัน ซึ่งก็เป็นความจริงที่พวกเขาไม่สามารถฟังเรารู้เรื่องได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการสื่อสารใดที่ทำให้พวกเขาฟังเราไม่ออกเลย โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในสัตว์แสนรู้ที่หากเราเลี้ยงเขามาด้วยความใกล้ชิดก็ย่อมเกิดสายสัมพันธ์ที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรซ้ำ ๆ เขาจะเกิดการซึมซับสิ่งที่เราทำจนสัมผัสรู้ได้ว่าเรากำลังทำอะไร ต้องการบอกอะไร แสดงสีหน้าเช่นนี้เพื่อต้องการสื่อสารอะไร และมีน้ำเสียงเช่นนี้แสดงว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขารู้ได้จากความคุ้นเคยเป็นหลักทำให้ไวต่อสิ่งที่มนุษย์เจ้านายอย่างเราแสดงออกโดยไม่ต้องพยายามพูดใด ๆ ให้ยืดยาว เพราะเขาฟังจากน้ำเสียงและมองการกระทำของเราอยู่แล้ว เช่นเดียวกันในการเรียกสุนัขมากินอาหาร เราก็ใช้หลักการนี้ในการที่จะทำให้เขาฟังออกซึ่งมีหลายวิธีและต้องปฏิบัติเช่นเดิมทุกวันเขาจึงจะเข้าใจความหมายว่า “อ๋อ! เจ้านายเรียกเรามากินอาหารนี่เอง” และไม่ทำให้สุนัขแสนน่ารักของเราสับสนด้วย ใช้คำพูดว่า “มากินข้าว”ซ้ำ ๆ กับสุนัขเมื่อเรียกมากินอาหาร การตะโกนเรียกเสียงดัง ๆ แบบก้องช้า ๆ พูดให้เขาได้ยินประโยคเดิมซ้ำในทุกวันอย่างการบอกว่า “มากินข้าว” หรือเพิ่มการเรียกแบบพื้นฐานสำหรับสุนัขในทุกกรณีอย่าง “โม่ ๆ ๆ” หรือทำเสียงจุ๊ ๆ ๆ ในปากแล้วเรียกมากินอาหารจะทำให้สุนัขเข้าใจคำเรียกมากินอาหารโดยปริยายไม่ว่าใครจะเป็นคนเรียกสุนัขก็ตาม แต่หากเขารู้ว่าเป็นหนึ่งในเจ้านายสมาชิกครอบครัวที่เลี้ยงดูเขาก็จะรีบมาตามเสียงเรียกทันทีแค่เพียงได้ยิน โดยที่เราไม่ต้องเดินออกไปตามเลย เคาะกะละมังอาหารเรียกสุนัขเมื่อเรียกมากินอาหาร การเคาะกะละมังก็เป็นการส่งสัญญาณเรียกสุนัขมารับประทานอาหารโดยนับได้เช่นกัน สามารถใช้ได้ 2 กรณี กรณีแรก คือ สุนัขของคุณอยู่ใกล้ตัวหรือไม่ไกลพอจะมองเห็นกะละมังได้ คุณแค่ทำท่าเคาะกะละมังพร้อมพยักหน้ามองสุนัขของคุณ เขาก็จะส่ายหางรับรู้และเดินมากินอาหารที่คุณกำลังจะให้ได้แล้ว จะเป็นกะละมังที่มีอาหารหรือกะละมังว่างเปล่าก็ได้ แต่หากเป็นกะละมังว่างเปล่าจะมีเสียงที่ดังกว่า ส่วนอีกกรณีคือการที่สุนัขอยู่ไกล แต่ก็ได้ยินเสียงคุณ คุณก็ใช้การเรียกสุนัขพร้อมเคาะกะละมังไปด้วยแบบถี่ […]

How To สานความสัมพันธ์สุนัขกับแมวที่เลี้ยงไว้ด้วยกัน

How To สานความสัมพันธ์สุนัขกับแมวที่เลี้ยงไว้ด้วยกัน

ลิ้นกับฟันพบกันทีไรก็เป็นเรื่องใหญ่มีแต่บาดแผลเฉกเช่นเดียวกับสุนัขและแมวที่เจอกันทีไรก็มักจะฟัดกันทุกทีสิน่า ก็อีกฝ่ายเป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่ มีฟันแข็งแรงและจู่โจมเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นสัตว์ตัวเล็ก ออกแนวเจ้าเล่ห์ไม่ยอมใคร ใครมาสู้ก็พร้อมโต้กลับด้วยเล็บแหลมที่เป็นอาวุธทำสัตว์ใหญ่บาดเจ็บมาแล้ว อีกทั้งยังปีนเก่ง วิ่งเร็วเยี่ยงเสืออีกต่างหาก สุนัขกับแมวจึงอาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” แต่จะทำอย่างไรเมื่อสัตว์ 2 ชนิดที่ไม่สามารถเข้ากันได้ต้องถูกนำมาเลี้ยงไว้คู่กันในบ้านหลังเดียวกันเพื่อดูแลบ้าน พวกเขาจะสามารถใกล้ชิดจนเป็นเพื่อนและพี่น้องที่ดีกันได้อย่างไร วันนี้เราในฐานะคนที่เลี้ยงสุนัขคู่กับแมวในบ้านมาแล้วจะมาแนะนำพวกคุณกัน เพราะถึงอย่างไรบ้านเราก็ต้องมียามคอยดูแลมากกว่าหนึ่งเนาะ ควบคุมการรับประทานอาหารของสุนัขกับแมวในเวลาเดียวกัน คุณควรจะควบคุมการรับประทานอาหารของสุนัขกับแมวโดยการให้อาหารในเวลาเดียวกัน ซึ่งอาหารของสุนัขกับแมวควรจะอยู่คนละภาชนะ ไม่ควรให้อยู่ในภาชนะเดียวกัน แต่ให้วางภาชนะไว้ใกล้กัน โดยที่ให้สุนัขกับแมวในบ้านหันหน้ารับประทานอาหารในภาชนะแบบสบตากันไว้เพื่อให้พวกเขาเริ่มเข้ากันได้ ไม่ห่างเหินกัน และเป็นการฝึกให้แมวไม่กลัวสุนัขของเรา และฝึกสุนัขให้รู้จักการหักห้ามใจไม่ให้ทำร้ายแมวด้วยโดยที่ระยะแรกเราต้องพยายามจับตัวทั้งสองไว้ พอเริ่มเข้าที่เข้าทางก็เป็นผู้ดูอย่างเดียวแบบห่าง ๆ เดี๋ยวพวกเขาก็จะเริ่มชินและไว้ใจกันมากขึ้นเอง เป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีของสุนัขกับแมวที่เลี้ยง ให้ความรักกับสุนัขและแมวอย่างเท่าเทียมกัน เห็นน้องแมวไร้เดียงสาแบบนี้แต่ความจริงแล้วมันเป็นสัตว์ที่ขี้อิจฉาและต้องการเรียกร้องความรักมาก ส่วนน้องสุนัขเห็นดูเงียบ ๆ องอาจแต่แท้จริงแล้วเป็นสัตว์ที่น้อยใจง่ายและขี้เหงาหากเจ้านายไม่สนใจจนอาจจะเกิดการต่อต้านได้ ฉะนั้นเราต้องให้ความรักกับสุนัขและแมวที่เลี้ยงอย่างเท่าเทียม ไม่ให้ความรักแก่ตัวใดมากไปกว่ากัน หรือแสดงความรักต่ออีกฝ่ายตรง ๆ โดยที่ไม่สนใจเขาที่ยืนอยู่เลย ระหว่างที่เล่นสัตว์เลี้ยงใดก็ควรมีการหันไปพูดเล่น ๆ กับอีกตัวด้วยเพื่อให้พวกเขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นแบบเพื่อนและครอบครัวกันมากขึ้น ไม่รู้สึกเกลียดกันและเปิดใจได้ในความสัมพันธ์ที่ดีของสุนัขกับแมว   พยายามให้สุนัขกับแมวอยู่ใกล้ชิดกันบ่อย ๆ ในเวลาที่ว่างช่วงแรก ๆ คุณควรจะอุ้มน้องแมวมานั่งเล่นร่วมกับสุนัขที่คุณเลี้ยงให้ทั้งคู่สนิทกัน เป็นบุคคลกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์คล้ายกับการบอกพี่ให้รักน้องไว้ เพราะต้องช่วยกันดูแลบ้านและเป็นครอบครัวเดียวกัน หากทั้งคู่ยังเป็นเด็กอยู่ก็ย่อมง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าโตแล้วก็ต้องมีการจับไว้ไม่ให้กันกัน พยายามให้เขาอยู่ใกล้ชิดกันเข้าไว้ […]

คำเตือนรู้ไว้ก่อนเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน

คำเตือนรู้ไว้ก่อนเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน

ในเวลานี้คนที่เขามาอ่านบทความของเราคงกำลังมีความคิดอยากจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนกันอยู่ใช่หรือไม่? ต้องถามก่อนว่าเหตุใดจู่ ๆ คุณก็อยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ แน่นอนว่าร้อยทั้งร้อยย่อมต้องตอบว่าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนเป็นสุนัขขนฟู มีลุคคล้ายหมาป่าที่เวลายืนหรือใครเห็นแล้วมองดูมีความสง่ามาก แถมจากที่เคยฟังข้อมูลมามีหลายคนบอกเหมือนกันว่าไซบีเรียนเป็นสุนัขที่เข้ากับมนุษย์ง่าย และไม่ค่อยดุ ด้วยเหตุนี้จึงอยากได้น้องเขามาครอบครอง ให้ซื้อมาในราคาแพงแค่ไหนก็ยอม ตรงนี้เราไม่ขัดข้องแน่นอน แต่ก่อนจะซื้อมาเลี้ยงโปรดอ่านคำเตือนของเราดูเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากลางคันจะดีกว่า เพราะข้อมูลบางอย่างที่คุณได้รับมาเกี่ยวกับสุนัขไซบีเรียนบางทีอาจจะเป็นเพียงข้อมูลกว้างที่มีส่วนเล็ก ๆ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เลยก็ได้ ซึ่งเราผู้เคยอยู่ใกล้กับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนมาก่อนจะนำมาบอกแก่คุณกันในวันนี้ หากคุณยอมรับได้จะเลี้ยงก็ไม่มีปัญหา อย่าทำให้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนรำคาญ เห็นดูเป็นสุนัขที่ชอบคลอเคลียกับมนุษย์และเป็นมิตรแบบเงียบ ๆ ดูสุขุมอย่างนี้แล้ว แต่ในความจริงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนมีนิสัยที่ขี้รำคาญมากหากเทียบกับสุนัขตัวใหญ่พันธุ์อื่น ด้วยความเป็นสัตว์สุขุม พวกเขามักจะมีโลกส่วนตัวที่สูง ไหวพริบดี และมักจะเข้าหาคนเฉพาะในเวลาที่พวกเขาอยากเข้า บทจะได้เข้าหาคนก็จะน่ารักน่ากอดมากเลยทีเดียว แต่จู่ ๆ หากเราจะเป็นฝ่ายเข้าไปจับหรือไปกอดก่อนล่ะก็น้องเขาอาจตกใจจนส่งเสียงขู่ใส่ได้เลย ต้องระวังให้ดี เพราะต้นกำเนิดพันธุ์ของเขาก็มาจากกลุ่มหมาป่า ควรเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนในสถานที่มีอากาศไม่ร้อน สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนเป็นสุนัขในเขตอากาศหนาวเย็นหรือที่ผู้คนให้ฉายาว่า “สุนัขลากเลื่อน” เพราะชาวถิ่นแถบเขตหนาวเย็นถึงจุดเยือกแข็งมักจะใช้สุนัขพันธุ์นี้ในการวิ่งลากสิ่งของหรือสเก็ตของคนที่มีนั่งเป็นพาหนะท่ามกลางพื้นที่ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะได้อย่างคล่องแคล่ว ยิ่งอากาศหนาว สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนก็ยิ่งมีความตื่นเต้นว่องไวและกระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้น จึงไม่เหมาะนักหากจะนำเขามาเลี้ยงในประเทศไทยบริเวณที่อากาศร้อน หรือหากจะเลี้ยงในภาคอื่นที่ไม่ใช่ภาคเหนือก็ควรมีพื้นที่ให้เขาอยู่ในร่มและบริเวณตัวบ้านที่เย็นสบายเป็นหลักไว้ ไม่เช่นนั้นขนเขาจะไร้ความชุ่มชื้น หายฟู และหงุดหงิดง่ายด้วย ไม่ควรให้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนผสมพันธุ์กับสุนัขอื่น สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนไม่ควรจะมีลูกกับสุนัขพันธุ์อื่น เพราะลูกของไซบีเรียนที่ออกมาเป็นสุนัขพันธุ์ผสมจะมีนิสัยที่ขัดแย้งจากไซบีเรียนมาก มีลักษณะนิสัยที่ดุร้าย ไหวพริบการซ่อนตัวเพื่อไล่กัดคนมีความเป็นหมาป่าเต็มตัวตามชาติกำเนิดของไซบีเรียน แต่จะไม่มีการยับยั้งชั่งใจเหมือนไซบีเรียน แต่ในปกติเวลาอยู่ตัวคนเดียวก็มักจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับสุนัขอื่น หากเทียบกับระดับของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ก็มีความดุประมาณนั้นเลย จึงไม่ควรให้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนผสมพันธุ์กับสุนัขต่างพันธุ์กัน #ไซบีเรียน […]

เหล่าทาสต้องรู้ โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ติดต่อสู่คนได้

เหล่าทาสต้องรู้ โรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ติดต่อสู่คนได้

โรคผิวหนัง พบได้ในสัตว์เลี้ยงแทบทุกชนิด มักมีอาการคัน ผิวหนังแดง สัตว์จะเกา เป็นสะเก็ด และหลุดออก และที่สำคัญอาจจะติดต่อมาสู้คนด้วย ซึ่งสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น เชื้อรา แบคทีเรียต่าง ๆ และภูมิแพ้ เป็นต้น ในกรณีที่เป็นโรคเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ผิวหนังจะเป็นวง ขนร่วง ขอบรอยมีการหนาตัวเล็กน้อย แม้ว่าจะจะรุนแรงจนถึงชีวิต แต่ก็สร้างความกังวลให้ผู้เลี้ยงในระดับหนึ่งทีเดียว โรคผิวหนังจากเชื้อราในสัตว์เลี้ยง หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลาม เชื้อราจากแมว พบได้บ่อยคือ Microporum Canis เป็นเชื้อราที่อยู่บนผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ติดต่อมายังคนได้จากการสัมผัสโดยตรง โดยไม่จำเป็นที่ต้องมีบาดแผล ทำให้ผู้ที่เลี้ยงติดเชื้อราจากแมวได้ง่าย จากพฤติกรรมเสี่ยงเช่น การอุ้ม กอด จูบ นอนร่วมที่นอนเดียวกัน เป็นต้น โดยอาการของการติดเชื้อจะมีผื่นแดงตามผิวหนัง ลักษณะเป็นวง มีขุยรอบ ๆ จากนั้นค่อย ๆ ขยายออกไปเป็นวงกว้าง คันอยู่ตลอดเวลา หากเกาบริเวณที่เป็นแล้วไปถูส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็จะติดเชื้อนี้ไปด้วย เชื้อราที่เกิดในสุนัข เรียกว่า Dermatophytosis หรือ Ringworm เกิดขึ้นได้ในตำแหน่งที่ร่างกายมีการสร้างเคราติน […]

เทคนิคการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหาร

เทคนิคการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหาร

หากแมวเบื่ออาหาร ผู้เลี้ยงอย่างเราต้องรู้เทคนิคที่เกี่ยวกับการให้อาหารแมวที่เบื่ออาหารนะคะ เทคนิคง่ายๆที่จะทำให้แมวไม่เบื่ออาหารอีกต่อไปและจะทำให้แมวกลับมากินอาหารได้เหมือนเดิม จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า 1.จัดตารางเวลา แนะนำว่าควรจัดตารางการกินอาหารให้แมวนะคะ ให้กินในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป และอย่างน้อยควรให้อาหาร 2 ครั้ง ต่อวันหากเป็นมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าเวลาไหนควรจะให้อาหารแมวแนะนำว่าให้ลองไปปรึกษาแพทย์ดูนะคะว่าควรจะให้อาหารแมวในช่วงเวลาไหนบ้าง หากเราให้กินตลอดทั้งวันโดยไม่จำกัดเวลาอาจจะทำให้แมวของเราเกิดโรคอ้วนได้ 2.ควรให้อาหารในจาน แนะนำว่าควรให้อาหารแมวในจานดีกว่าให้อาหารแมวในถ้วยนะคะ เพราะถ้าเราให้อาหารแมวในถ้วยอาจจะทำให้ในขณะที่แมวก้มลงกินอาหารหนวดของแมวอาจจะทิ่มลงไป อาจทำให้แมวเจ็บได้นะคะ เพราะฉะนั้นแนะนำว่าลองเปลี่ยนมาให้อาหารในจานแทนนะคะ 3.ตำแหน่งการวางจาน ตำแหน่งการวางจานถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เราต้องหาพื้นที่ที่ให้แมวกินแล้วรู้สึกปลอดภัย และควรเป็นพื้นที่กว้างๆมองเห็นรอบๆ ที่สำคัญห้ามนำอาหารไปวางไว้ข้างกระบะทรายเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้แมวไม่กินอาหาได้ค่ะ 4.ต้องมีเนื้อให้กินด้วย โดยปกติแล้วแมวเป็นสัตว์ที่กินเนื้อ บางมื้อของอาหารผู้เลี้ยงควรจะมีเนื้อเป็นอาหารหลักให้แมวกินด้วยนะคะ เพื่อช่วยให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรงตามไปด้วย 5.ให้อาหารแมวแยกห้องกัน หากผู้เลี้ยงคนไหนที่บ้านเลี้ยงแมวหลายๆตัวแนะนำว่าตอนให้อาหารควรให้แยกห้อง แยกที่กิน ไปเลยนะคะ เพราะบางตัวจะกินอาหารเร็วจนหมดแทบไม่เหลือให้ตัวอื่นๆกิน การแยกให้กินคนละที่เราจะได้มั่นใจด้วยว่าแมวได้กินอาหารครบทุกตัวและทุกตัวได้กินอาหารเท่าเทียมกัน จะได้แฮปปี้ทั้งคนเลี้ยงและแมวเลยค่ะ เรื่องของแมวเบื่ออาหารหลายๆคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆอาจจะซ่อนภัยร้ายต่างๆตามมาก็ได้นะคะ ผู้เลี้ยงจึงไม่ควรละเลยเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้แมวกลับมากินอาหารได้เยอะเหมือนเดิมนะคะ #แมวเบื่ออาหาร #ทาสแมว #สัตว์โลกน่ารัก 

วิธีให้อาหารหนูตะเภา

วิธีให้อาหารหนูตะเภา

  ในฐานะคุณเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่งนั้น เป้าหมายสำคัญของคุณควรเป็นการดูแลสุขภาพและรักษาความสุขของสัตว์เลี้ยง วิธีทางหนึ่งที่จะทำได้นั่นก็คือการให้อาหารที่ดีและสมดุลต่อสุขภาพ หนูตะเภาก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องการสารอาหารโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีให้อาหารหนูตะเภากันค่ะ ว่าเราควรหรือไม่ควรทำสิ่งไหนบ้าง ไปดูกันเลย   1.ให้หนูตะเภากินหญ้า หนูตะเภาชอบกินหญ้าแห้งมาก! มันต้องการหญ้าเพื่อช่วยในการย่อยและสุขภาพฟัน หนูตะเภาควรได้กินหญ้าอย่างไม่จำกัด ซึ่งหมายถึงคุณต้องเติมหญ้าลงในจานอาหารขนาดพอดี 3-5 ครั้งต่อวัน   2.ให้หนูตะเภากินผักสดวันละประมาณหนึ่งแก้ว เป้าหมายคือเพื่อให้มีความหลากหลายในอาหาร ทำให้หนูได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ผักที่ดีต่อหนูตะเภาได้แก่ ผักชี แครอท มะเขือเทศจากต้น แตงกวา ข้าวโพด กะหล่ำปลี และอย่าให้ผักที่เน่าหรือเหี่ยวแล้วกับหนูตะเภา ควรระมัดระวังเรื่องปริมาณแคลเซียมที่ได้รับ การได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดนิ่ว ฉะนั้นให้ผักจำพวกคะน้าฝรั่ง ผักโขมและผักชีฝรั่งแค่พอสมควร   3.หลีกเลี่ยงการให้อาหารที่ไม่ดีต่อหนูตะเภา ซึ่งได้แก่ ผลไม้ปริมาณมากที่มีน้ำตาลสูง และ ผักที่มีแป้ง ผักที่ไม่ควรให้หนูตะเภาได้แก่ ผักกาดแก้ว ผักร็อคเก็ตสลัด ผักใบสีแดง กระหล่ำดอก หัวบีท มันฝรั่ง และหัวไช่เท้าและอย่าให้ผลไม้จำพวกมะนาวทุกชนิด และอย่าลืมว่าหนูตะเภาเป็นสัตว์กินพืช ซึ่งหมายความว่าไม่ควรให้เนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์นมแก่มัน   4.ให้อาหารในจานเซรามิค หนูตะเภาจะเคี้ยวทุกอย่างที่มันสามารถเคี้ยวได้ รวมไปถึงจานอาหารด้วย คุณจึงควรเลือกจานเซรามิคหนักๆ ที่ไม่คว่ำง่ายและไม่แตกง่าย […]

5 แอปสัตว์เลี้ยง โหลดฟรี มีไว้พิชิตใจน้อน

5 แอปสัตว์เลี้ยง โหลดฟรี มีไว้พิชิตใจน้อน

เมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญจากการจดบันทึกสู่การใช้แอปพลิเคชัน บนสมาร์ทโฟน ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยน้อนไม่ต้องหลงลืมว่าวันไหนต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ ฉีดวัคซีน หรืออื่น ๆ เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่รักสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์ต่าง ๆ ส่วนจะมีแอปสัตว์เลี้ยงไหนที่น่าสนใจบ้างตามไปดูกัน 5 แอปห้ามพลาด สำหรับคนรักสัตว์ 1. Purian Pet Health เป็นแอปในการเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพของเจ้าหมาและแมวของเรา เพียงปลายนิ้วสัมผัส พัฒนาโดย Nestle Purina Petcare co. ที่จะมาเป็นผู้ช่วยในการจดจำสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของการฉีดวัคซีน การนัดพบสัตวแพทย์ รวมถึงการพาสัตว์เลี้ยงของเราไปตัดแต่งเสริมความน่ารัก โดยแอปมีการใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นใส่ชื่อหมอ หรือช่างตัดผมลงไปได้ นอกจากนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ภายในแอปยังสามารถค้นหาสถานพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตว์ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ได้อีกด้วย หากใครไม่อยากจดบันทึกต่าง ๆ ลงในสมุด แอปนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี 2. Pet Care Services Finder : Shop Pet Food Supplies, Cat Grooming, Dog Sitting & […]

วิธีให้อาหารนกแก้ว

วิธีให้อาหารนกแก้ว

  การที่เราจะเลี้ยงสัตว์ชนิดใดก็ตาม สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญอันดับต้นๆเลยนั่นก็คือเรื่องของอาหารการกิน สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีให้อาหารนกแก้ว ซึ่งการให้อาหารนกแก้วอย่างเหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้มันมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข สำหรับคนเริ่มเลี้ยงแล้วยังไม่รู้ว่าการให้อาหารนกแก้วที่ดีนั้นต้องทำอย่างไร วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคดีๆมาฝากทุกคนแล้วค่ะ ไปดูกันเลย   1.เรียนรู้ว่าควรให้นกแก้วกินอะไร เลือกอาหารเม็ดที่ร้านขายสินค้าสำหรับสัตวเลี้ยง ขอให้แน่ใจว่าได้อ่านส่วนผสมที่ฉลาก อย่าเลือกอาหารเม็ดที่มีสารกันเสียเยอะ ลองพูดคุยและปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อระบุได้ว่าอาหารเม็ดสูตรใดที่เหมาะสมกับนกแก้วของคุณที่สุด   2.ให้นกแก้วกินเมล็ดพืช แม้ว่าเมล็ดพืชไม่ควรเป็นอาหารหลักของนกแก้ว แต่มันก็ให้คุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อนกแก้ว เมล็ดพืชก็เหมือนกับอาหารเม็ดเพราะมีเมล็ดพืชมากมายหลายสูตรที่สามารถเลือกซื้อได้จากร้านขายสินค้าสำหรับสัตวเลี้ยง   3.ให้นกแก้วกินถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเปลือกแข็งนั้นเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพของนกแก้ว มันมีโปรตีนและมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ สูง แต่ขณะเดียวกันมันก็มีไขมันสูง เพราะว่ามันมีไขมันในปริมาณมาก คุณควรให้นกแก้วกินอย่างพอดีๆ   4.เพิ่มถั่วเมล็ดแห้งและธัญพืช ธัญพืชที่ควรให้นกแก้วกินควรเป็นธัญพืชโฮลเกรนเช่น ข้าวกล้องสุก พาสต้าโฮลเกรน และข้าวบาร์เลย์   5.เรียนรู้ว่าอาหารอะไรที่ไม่ควรให้นกแก้วกิน แม้ว่านกแก้วสามารถกินอาหารมนุษย์ได้หลากหลายมาก แต่ก็มีอาหารของมนุษย์บางอย่างที่ไม่ควรให้มันกิน เช่น อะโวคาโดและช็อคโกแลต ซึ่งมันสามารถเป็นพิษในนกแก้วได้และเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง   6.เตรียมน้ำสะอาดให้นกแก้ว นกแก้วควรมีน้ำสะอาดตั้งไว้ตลอดเวลา เปลี่ยนชามน้ำ 2 ครั้งต่อวันหรือเมื่อไหร่ที่คุณเห็นว่ามีเศษอาหารในน้ำเป็นจำนวนมาก   7.ให้อาหารนกแก้ว 2 ครั้งต่อวัน แต่จำนวนอาหารที่แน่นอนที่ควรให้นกแก้วนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นอายุ สายพันธุ์ และสภาพสุขภาพโดยรวม สัตวแพทย์จะให้แนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณอาหารแต่ละส่วนที่นกแก้วควรกิน […]

เทคนิคการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่น

เทคนิคการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่น

ใครมีแพลนว่าจะหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงากันบ้าง หากกำลังมองหาเต่าสักตัวไว้เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นยามเหงาล่ะก็ เราอยากแนะนำเต่าญี่ปุ่นไว้ให้เพื่อนๆได้พิจารณากันดู เพราะหากเลี้ยงและดูแลอย่างถูกวิธี เต่าญี่ปุ่นมีอายุยาวนานถึง 30 ปีเลย งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นจะมีวิธีไหนบ้าง 1.การเลือกซื้อเต่าญี่ปุ่น ก่อนเลือกซื้อเต่าเราควรสังเกตความสะอาดภายในร้านกันก่อนนะคะ เพราะความสะอาดจะบ่งบอกว่าเจ้าของร้านใส่ใจในการดูแลเต่าหรือเปล่า ซึ่งมันสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของเต่าด้วยนั่นเองค่ะ 2.อาหารของเต่าญี่ปุ่น เต่าญี่ปุ่นสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งผักควรเป็นผักใบเขียวที่มีกากใยอาหารสูง ส่วนสัตว์อาจเป็นปลาเหยื่อหรือกุ้งสดได้ค่ะ แต่อาหารต้องสด ใหม่ และสะอาดด้วยนะคะ เพื่อให้เต่าของเรามีสุขภาพที่ดีพร้อมทั้งได้รับสารอาหารครบถ้วนด้วยค่ะ 3.การเปลี่ยนน้ำ เต่าเป็นสัตว์ที่กินและขับถ่ายในน้ำ ผู้เลี้ยงจึงควรเปลี่ยนน้ำสะอาดให้ทุกวันหรือเมื่อน้ำไม่สะอาด เพราะหากปล่อยให้น้ำสกปรกอาจทำให้เต่าไม่สบายได้ โดยผู้เลี้ยงต้องวิดน้ำออกให้หมดแล้วเติมน้ำสะอาดลงไปใหม่ ถือเป็นการออกกำลังกายของผู้เลี้ยงไปในตัวด้วยนะคะ 4.สถานที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น สถานที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่นควรมีขนาดพอดีพอเหมาะกับเต่า โดยมีสระว่ายน้ำสำหรับให้เต่าได้เล่นน้ำเพื่อช่วยลดความเครียด และมีบกให้เต่าสามารถขึ้นมาพักเหนื่อยได้ หรือหากมีบริเวณที่ให้เต่าอาบแดดในยามเช้าด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ 5.การตากแดดในยามเช้า หากสถานที่เลี้ยงเต่าไม่มีแสงแดดส่องถึง ผู้เลี้ยงควรพาเต่าออกไปรับแสงแดดยามเช้าหน้าบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เต่ามีสุขภาพที่ดี และต้องระวังไม่ให้แดดแรงจนเกินไปนะคะ ให้อยู่ในช่วง 07.30 – 08.30. เวลานี้กำลังดีเลยค่ะ หลายคนอาจจะมองว่าเต่าญี่ปุ่นเลี้ยงง่ายเหมือนเต่าทั่วไป แต่หากเราไม่รู้วิธียการเลี้ยงและการดูแลที่ถูกวิธีก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ หากใครที่อยากเลี้ยงจริงๆก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงและเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงให้ดีก่อนอย่างที่เราได้แนะนำไปข้างต้น หวังว่าการเลี้ยงเต่าญี่ปุ่นจะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีความสุขนะคะ ยิ่งถ้าเราเลี้ยงถูกวิธีเต่าญี่ปุ่นสามารถอยู่กับเราไปยาวๆเลยค่ะ #เต่าญี่ปุ่น #เต่า #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการดูแลกระรอก

เทคนิคการดูแลกระรอก

สำหรับการเลี้ยงกระรอกนั้นค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์ที่น่ารักไม่ต่างไปจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ แต่สำหรับการเลี้ยงกระรอกต้องได้รับการดูแลมากกว่าสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เพราะเป็นสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ในป่า จึงต้องดูแลใส่ใจมากกว่าสัตว์ทั่วไปเพื่อให้คุ้นชินกับคนมากที่สุด ส่วนการดูแลกระรอกจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย 1.การดูแลที่อยู่ของกระรอก หากนำกระรอกมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆควรให้ความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต และควรทำกรงให้ลูกกระรอกอยู่ โดยนำผ้ามาวางไว้ให้กระรอกซุกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และให้กระรอกรู้สึกปลอดภัย 2.การดูแลความสะอาดของกระรอก กระรอกเป็นสัตว์ที่ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำให้บ่อยๆ เพราะการอาบน้ำจะทำให้น้ำเข้าจมูก จนกระรอกเป็นหวัดหรือปอดชื้นได้ ผู้เลี้ยงจึงควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามตัว แต่หากอาบน้ำแล้วก็ควรใช้ไดร์เป่าเพื่อให้ตัวของกระรอกแห้งนะคะ 3.การดูแลสุขภาพของกระรอก กระรอกมักถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังไม่หย่านม จึงทำให้ขาดภูมิคุ้มกัน เพราะไม่ได้กินนมแม่ ผู้เลี้ยงจึงควรให้นมแพะหรือนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด และอาจเป็นนมถั่วเหลืองแทนได้ แต่ไม่ควรปรับเปลี่ยนนมทันที ค่อยๆปรับเปลี่ยนทีละชนิดและคอยสังเกตอาการของกระรอกด้วย ส่วนนมที่ไม่ควรให้กระรอกกินเลยก็คือนมวัว 4.การอาบน้ำกระรอก การอาบน้ำให้กระรอกควรใช้น้ำเปล่าอาบ และแชมพูที่ใช้ควรเป็นแชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด ซึ่งก่อนใช้แชมพูอาบให้กระรอกควรนำไปละลายน้ำเพื่อให้เจือจางอีก 3-4 เท่าก่อนนำมาอาบนะคะ 5.การเจ็บป่วยของกระรอก การเลี้ยงกระรอกต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากกระรอกมีปัญหาสุขภาพหรือเจ็บป่วยบ่อยพอสมควร โดยเฉพาะอาการปอดบวม สาเหตุของอาการปวดบวมมักเกิดมาจากการอาบน้ำ การเปลี่ยนอาหาร หรืออากาศที่เย็นเกินไป และอาจส่งผลให้กระรอกเสียชีวิตได้ สำหรับผู้เลี้ยงคนไหนที่กำลังจะตัดสินใจเลี้ยงกระรอกต้องมั่นใจว่ามีเวลาให้กระรอกด้วยนะคะ เพราะกระรอกต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป เนื่องจากกระรอกเป็นสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ ไม่คุ้นชินกับคนหรือสถานที่ใหม่ๆที่ไม่ใช่ป่า แต่หากตัดสินใจดีแล้วก็ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงกระรอกน้อยนะคะ และหวังว่าเทคนิคการดูแลกระรอกในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้เลี้ยงมือใหม่หลายๆคนได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลกระรอกมากขึ้นค่ะ #กระรอก #เทคนิคการดูแลสัตว์ #สัตว์โลกน่ารัก

เทคนิคการเลี้ยงเฟอเรท

เทคนิคการเลี้ยงเฟอเรท

เฟอเรทเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและเหมือนเด็กมากๆ สำหรับคนที่ต้องการจะเลี้ยงเฟอเรทหรือเพิ่งเริ่มต้นเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง จะต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1.อาหารสำหรับเฟอเรท เนื่องจากเฟอเรทจัดอยู่ในสัตว์ประเภทกินเนื้อจึงไม่ควรให้กินอาหารสุนัขหรืออาหารแมวที่มีเกรดต่ำ เพราะจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลเป็นหลัก การป้องกันเพื่อไม่ให้เฟอเรทเล่นน้ำควรใส่น้ำให้เป็นขวดจุก หากหาซื้ออาหารสำหรับเฟอเรทไม่ได้แนะนำให้เอาเนื้อไก่กินแทนได้นะคะ 2.การเลี้ยงดูเฟอเรท สำหรับการเลี้ยงดูเฟอเรท เราควรที่จะตัดเล็บอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และอาบน้ำให้เฟอเรทอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ1 ครั้ง เพราะเฟอเรทจะเป็นสัตว์ที่มีกลิ่นตัวแรงการควบคุมกลิ่นที่พอจะช่วยได้บ้างคือการเปลี่ยนผ้าและการดูแลรักษาความสะอาดภายในกรง ส่วนการอาบน้ำนั้นได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้นค่ะ 3.สถานที่เลี้ยงเฟอเรท ควรเลี้ยงในกรง และกรงจะต้องไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เฟอเรทมุดออกมาได้ และในกรงควรจะมีเปลไว้สำหรับให้เฟอเรทได้นอนเล่น 4.ลักษณะนิสัยของเฟอเรท เฟอเรทเป็นสัตว์ที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น มีความว่องไวและขี้เล่น และมักจะติดคนเลี้ยง เราควรจะให้เฟอเรทออกมาเล่นนอกกรงบ้างอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ถ้าฝึกจะทำให้เฟอเรทเชื่อง เฟอเรทจะมีรูปร่างหน้าตาน่ารักคล้ายกับแมวสามารถฝึกให้คุ้นเคยได้โดยใช้อาหารล่อ แต่คนเลี้ยงต้องใช้ความอดทนสูง เพราะมันจะติดเล่น เล่นกับมัน ฝึกกับมันสักพักมันก็จะเริ่มเบื่อ ไม่สนใจ และจะไปเล่นอย่างอื่นแทน 5.ข้อควรระวัง การที่เราเลี้ยงเฟอเรทเราไม่ควรทำให้มันตกใจนะคะ แม้เฟอเรทจะเป็นสัตว์หน้าตาน่ารัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าเฟอเรทตกใจ ก็จะปล่อยกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ออกมาได้ตลอดเวลาที่มีการตกใจ และเวลาเฟอเรทถ่ายเราควรจะตักทิ้งอย่างน้อยวันละครั้งและควรมีกระบะทรายไว้สำหรับดูดกลิ่นค่ะ เฟอเรทเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความใกล้ชิดกับคนมาก มีความซุกซนเหมือนเด็ก ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจธรรมชาติและดูแลด้วยความรักเอาใจใส่จริงๆ หากได้ลองเลี้ยงรับรองว่าหลงรักในความน่ารักของน้องแน่นอน สำหรับใครที่มีความคิดที่อยากเลี้ยงเฟอเรทก็ลองคิดทบทวนดูหลายๆรอบก่อนนะคะ ก่อนที่จะรับเขามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราก็ควรที่จะศึกษาให้ดีเสียก่อน หากต้องการที่จะให้เฟอเรทอยู่กับเราอย่างมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง สำหรับใครที่สนใจจะเลี้ยงและคิดทบทวนศึกษาขั้นตอนการเลี้ยงเฟอเรทเป็นอย่างดีแล้ว ก็ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงเฟอเรทสัตว์น้อยหน้าตาน่ารักน่าชังกันนะคะ’ […]